posttoday
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (120)

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (120)

12 พฤศจิกายน 2560

นับเป็นโชคดีของคนไทยและประเทศไทยยิ่งนัก ที่เรามิได้มีเพียงแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

นับเป็นโชคดีของคนไทยและประเทศไทยยิ่งนัก ที่เรามิได้มีเพียงแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐอย่างใหญ่หลวงเรายังมี "เจ้าฟ้านักพัฒนา" ผู้ทรงดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบรมราชินี ทรงรับความทุกข์ของพสกนิกรมาเป็นของพระองค์เอง ทรงหาทางปัดเป่าความทุกข์ร้อนนั้นให้เบาบาง จนจางหายไป ด้วยพระราชหฤทัยที่ไม่เคยทรงยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน พระองค์ไม่เคยทรงเหนื่อยหน่าย ย่อท้อ หรือทรงหยุดยั้งการทรงงานเพื่อความผาสุกแห่งประชาชนชาวสยาม ด้วยทรงรับรู้และใส่พระราชหฤทัยต่อทุกเรื่องราวของอาณาประชาราษฎร์

สายธารแห่งศรัทธาด้วยความจงรักภักดีของประชาชนที่มีต่อพระองค์จึงไม่มีที่สิ้นสุดเฉกเช่นเดียวกับพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญด้วยพระวิริยอุตสาหะอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมายเหลือคณานับ ปวงชนชาวไทยได้ประจักษ์ในพระเมตตา พระราชอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณที่โปรยปรายลงมาเหมือนสายฝนให้ทวยราษฎร์ได้ชุ่มฉ่ำใจ ซึ่งทุกโครงการล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือ "เพื่อประโยชน์สุขแห่งปวงประชา" อันเป็นที่รักยิ่งของพระองค์ ซึ่งดำเนินตามพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ว่า

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (120)

"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินงานโครงการพระราชดำริที่ได้ขยายตัวและมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง "สำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" (สสท.) ขึ้นภายในบริเวณสวนจิตรลดา เป็นที่ทำการใหม่สร้างเสร็จในปี 2535 แทนอาคารหลังเก่าที่ตึกโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี 2526 โดยมีหน้าที่ดำเนินงานโครงการพระราชดำริในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ ร่วมกับหน่วยปฏิบัติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

อันเป็นสิ่งยืนยันว่าการทรงงานช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์จะต่อเนื่องไปอย่างไม่สิ้นสุด ดังที่พระองค์ได้ทรงตั้งพระราชปณิธานไว้ในบทความที่ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง "เรียนรู้การทรงงานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" เพื่อพระราชทานลงพิมพ์เป็นบทนำในหนังสือ "สัจธรรมแห่งแนวพระราชดำริ สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน"

"...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นแบบอย่างของนักพัฒนาที่ทรงมีพระวิริยอุตสาหะ โดยทรงทุ่มเทพระวรกายและพระสติปัญญา เพื่อดำเนินทุกวิถีทางที่จะช่วยให้ประชาชนที่พระองค์ทรงรักได้มีความกินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน ซึ่งข้าพเจ้าเองได้ตั้งปณิธานที่จะเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท ในการช่วยเหลือประชาชนและประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน...เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทต่อไป"

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (120)

พสกนิกรชาวไทยที่ได้รับรู้และซึมซับในพระราชกรณียกิจ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงบำเพ็ญมาโดยตลอดเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย คงจะยังจำได้ไม่ลืมว่า ในตอนพลบค่ำวันหนึ่งเมื่อเดือน ก.ย. 2528 ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำหนักกลางป่าไม้ยาง เชิงเทือกเขาสุคิริน ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงทรุดพระวรกายที่ชุ่มโชกด้วยฝน ลงที่เบื้องพระบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อทรงแคะตัวทากหลายตัวที่กำลังกัดเกาะติดแน่นพระบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทั้งสองพระองค์ประทับอยู่กลางสายฝน และอากาศที่เยือกเย็นบนพื้นโคลนตม ทรงพระดำเนินไปที่นั้น ด้วยพระราชหฤทัยที่มุ่งมั่นในการช่วยเหลือพสกนิกรผู้ยากไร้ให้มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมิได้หวังสิ่งใดตอบแทน

จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทำให้องค์กรสำคัญระดับชาติ และนานาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งสำคัญเพื่อเทิดพระเกียรติ อาทิ อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย วุฒิสมาชิกกิตติมศักดิ์มหาวิทยาลัยอินสบรุก ทูตพิเศษของโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ ด้านโครงการอาหารโรงเรียน ทูตสันถวไมตรีแห่งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ด้านการส่งเสริมศักยภาพของเด็กชนกลุ่มน้อย และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และวุฒิสมาชิกกิตติมศักดิ์ ของมูลนิธิการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (120)

นอกจากนี้ การทรงงานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทย และอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไว้มาโดยตลอด ทำให้ชาวไทยและชาวต่างชาติต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และได้รับการยกย่องจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ที่พร้อมใจกันขอพระราชทานพระราชานุญาตทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และปริญญากิตติมศักดิ์ รวมถึงรางวัลพระเกียรติคุณแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นจำนวนมาก อาทิ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์ ทูลเกล้าฯ ถวายโดยมหาวิทยาลัยแห่งเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ทูลเกล้าฯ ถวายโดยมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอบกินส์ สหรัฐอเมริกา "รางวัลรามอนแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ" ทูลเกล้าฯ ถวายโดยมูลนิธิรามอน แมกไซไซ "รางวัลอินทิรา คานธี ด้านสันติภาพ การลดอาวุธและการพัฒนา" ทูลเกล้าฯ ถวายโดยสมาพันธ์โภชนาการนานาชาติ "รางวัลมิตรนานาชาติ 10 อันดับแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน" ทูลเกล้าฯ ถวายโดยประชาชนชาวจีน

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงได้รับตำแหน่งสำคัญในระดับชาติและระดับนานาชาติ รวมถึงเป็นที่ปรึกษาโครงการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่องค์กรสำคัญระดับโลก ล้วนเป็นบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่าทรงเป็น "เจ้าหญิงนักพัฒนา" อย่างแท้จริง n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท