
ไฟแนนเชียลไดเจสต์
SAPPE กำไรเพิ่ม 25%
SAPPE กำไรเพิ่ม 25%
น.ส.ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ (SAPPE) เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2560 บริษัทมีกำไรสุทธิ 112 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาจากรายได้รวม 738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากตลาดส่งออกในภูมิภาคทั่วโลกยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะตลาดในเอเชีย
ส่งผลให้ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ ที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากรายได้อยู่ที่ 2,107 ล้านบาท เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 2,106 ล้านบาท ที่รวมรายได้จากบริษัทย่อยในประเทศอินโดนีเซีย โดยในปีนี้ตลาดส่งออกในทุกภูมิภาคทั่วโลกมีการเติบโตอย่างมากและสามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากบริษัทย่อยในอินโดนีเซียได้ จากอัตราการเติบโตของรายได้ในงบเฉพาะกิจการที่ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
MALEE กำไรลด
น.ส.รุ่งฉัตร บุญรัตน์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มาลีกรุ๊ป (MALEE) เปิดเผยผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3/2560 ว่ามีกำไรสุทธิ 78 ล้านบาท ลดลง 52% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้นจากการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง และในช่วงระหว่างปี 2558-2560 บริษัทอยู่ในช่วงเวลาของการสร้างรากฐานและเตรียมความพร้อมในแต่ละด้านเพื่อรองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต ซึ่งเป็นระยะแรกจากกลยุทธ์การดำเนินงานระยะยาว 9 ปี
บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันยอดขายให้เติบโตได้ถึง 30% ในปี 2561 ซึ่งจะเป็นปีแรกของแผนกลยุทธ์การดำเนินงานระยะที่ 2 ที่บริษัทตั้งใจจะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยการเติบโตจะมาจากทุกช่องทาง ตามกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงของบริษัท
TACC คาดปีนี้โต 5-8%
นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 3/2560 มีรายได้รวม 309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 293 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 22 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรก มีรายได้รวม 928 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52 ล้านบาท หรือ 6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 876 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยบวกจากยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทมีการจัดทำกิจกรรมการตลาด เพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ มั่นใจว่าแนวโน้มรายได้ในปีนี้จะเติบโต 5-8% จากปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 1,183.94 ล้านบาท แม้มีการแข่งขันสูงขึ้นในตลาดกัมพูชา เนื่องจากในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ TACC มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น
NETBAY ไตรมาส 3 โต 24%
นายพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็ตเบย์ (NETBAY) เปิดเผยว่า ไตรมาส 3 ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 29.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.71% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการให้บริการรวมอยู่ที่ 78.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.06% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
กำไรที่เติบโตดีมาจากความต้องการเข้าใช้บริการทำธุรกรรมทางออนไลน์ผ่านระบบที่ NETBAY เป็นผู้พัฒนาขึ้นและเชื่อมโยงเครือข่ายเข้ากับหน่วยงานต่างๆ ยังคงเพิ่มขึ้นทั้งจากกลุ่มผู้นำเข้าและส่งออกสินค้าที่เข้ามาใช้บริการในกลุ่ม e-Trade Finance Supply Chain และการใช้บริการในกลุ่ม e-Business Services รวมถึงมีการรับรู้รายได้จากกลุ่มงานโครงการจากการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้แก่ลูกค้าเฉพาะราย นอกจากนี้ บริษัทยังมีค่าใช้จ่ายการให้บริการและการบริหารลดลง เนื่องจากการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
ขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปีนี้กำไรสุทธิ 84.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีการเติบโตที่ดีในทิศทางเดียวกัน จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการทำธุรกรรม รวมถึงมีการรับรู้รายได้อีกส่วนหนึ่งจากกลุ่มงานโครงการ ขณะที่รายได้จากการให้บริการรวมอยู่ที่ 229.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อยู่ที่ 0.28 เท่า
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาดว่าจะได้รับปัจจัยหนุนจากภาคธุรกิจที่ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยรูปแบบการให้บริการทำธุรกรรมทางออนไลน์ของบริษัท ตอบโจทย์ด้านความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในระยะยาว เมื่อเทียบกับการทำธุรกรรมด้วยเอกสาร
TRC มีงานในมือ 7,223 ล้าน
นายภาสิต ลี้สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น หรือ TRC เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3/2560 ว่าบริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 21.76 ล้านบาท ลดลง 69.02% จากงวดเดียวกันของปีก่อนส่งผลให้ 9 เดือนแรก บริษัทมีกำไรสุทธิ 52.89 ล้านบาท ลดลง 66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ในไตรมาส 3 บริษัทมีรายได้และกำไรสุทธิในระดับที่ไม่สูงนัก เนื่องจากงานใหม่ที่ได้รับในปีนี้ ยังอยู่ในช่วงแรกของโครงการ และมีบางโครงการที่ยกมาจากปีก่อนใกล้แล้วเสร็จ จึงทำให้การรับรู้รายได้ลดลงแต่ได้รับงานใหม่ 7 โครงการ มูลค่า 1,806 ล้านบาท
กลุ่มบริษัทมีงานระหว่างก่อสร้างที่ยังไม่รับรู้รายได้ 19 โครงการ มูลค่า 7,223.23 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้จากการให้บริการก่อสร้างในเวลา 2 ปี แต่ยังไม่ได้รวมงานที่เหลือของโครงการ APOT อีก 30,998 ล้านบาท







