posttoday
สอบห้างแอบขึ้นราคา

สอบห้างแอบขึ้นราคา

11 พฤศจิกายน 2560

"สนธิรัตน์" สั่งสอบห้างปรับราคาสินค้าล่วงหน้า ร่อนหนังสือเวียนแจ้งเตือนผู้ประกอบการห้างร้านอย่าเอาเปรียบประชาชน

"สนธิรัตน์" สั่งสอบห้างปรับราคาสินค้าล่วงหน้า ร่อนหนังสือเวียนแจ้งเตือนผู้ประกอบการห้างร้านอย่าเอาเปรียบประชาชน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในตรวจสอบพฤติกรรมห้างค้าปลีกแห่งหนึ่ง หลังถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมฉวยโอกาส โดยมีการเปลี่ยนแปลงราคาขายสินค้าโทรทัศน์ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นราคา หลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการช็อปช่วยชาติให้ใช้ใบกำกับภาษีมาหักลดหย่อนภาษีได้

ทั้งนี้ ถือเป็นพฤติกรรมที่เอาเปรียบประชาชน โดยหากผลตรวจสอบออกมาแล้วพบว่ากระทำผิดจริงจะถูกลงโทษ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 จำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะเดียวกันยังให้กรมทำหนังสือไปถึงผู้ประกอบการ ห้างร้านทั้งหมด รวมถึงผู้ผลิตสินค้า เพื่อแจ้งเตือนไม่ให้มีการฉวยโอกาสและมีพฤติกรรมเอาเปรียบประชาชน

"กรณีที่ได้รับการร้องเรียนของห้างค้าปลีกแห่งหนึ่ง คือเดิมติดป้ายขาย ราคาทีวีเท่านี้ แต่พอรัฐบาลออกมาตรการช็อปช่วยชาติ กลับเปลี่ยนป้ายแสดงราคาขายสูงขึ้น หากอ้างว่าเป็นการจัดโปรโมชั่น โดยการเปลี่ยนแปลงราคาเพราะยกเลิกโปรโมชั่น ก็ต้องพิสูจน์ว่าการจัดโปรโมชั่น มีกำหนดระยะเวลาถึงเมื่อใด แต่หากยกเลิกก่อนกำหนดก็ถือว่าไม่สมเหตุ สมผลเช่นกัน" นายสนธิรัตน์ กล่าว

นอกจากนี้ ทางกรมการค้าภายใน ยังได้ถอดร้านค้าปลีก (โชห่วย) 7 แห่ง ออกจากโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ เนื่องจากทำผิดเงื่อนไขโครงการ โดยมีการจัดรวมชุดสินค้าธงฟ้าประชารัฐมา จำหนาย มีการนำเครื่องรูดบัตร (อีดีซี) ใช้ผิดประเภทด้วยการนำเครื่องรูดบัตรภายในร้านไปใช้ร้านพื้นที่อื่น มีการขายสินค้าราคาเกินกว่าที่กำหนด และยัง ได้สั่งปรับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐกรณี ที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าด้วย เพราะถือว่าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้กำหนด ไว้ตั้งแต่ต้น

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการคัดเลือกร้านธงฟ้าประชารัฐพร้อมให้บริการแล้ว 1.2 หมื่นแห่ง ซึ่งภายในสิ้นเดือน พ.ย. คาดว่าจะครบตามเป้าหมายที่มีร้านธงฟ้าประชารัฐ 1.8 หมื่นแห่ง สามารถรองรับการให้บริการผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ส่วนรถ ธงฟ้าประชารัฐเคลื่อนที่ (โมบาย ยูนิต) มีจำนวน 96 คัน คาดว่าจะครอบคลุมกับความต้องการใช้บริการของผู้ถือบัตรได้ทุกพื้นที่

"การดำเนินงานในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ถือบัตรคนจนมาใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐตั้งแต่ วันที่ 1-31 ต.ค. คิดเป็นยอดเงิน 2,700 ล้านบาท หรือสัดส่วน 80% ของยอดวงเงินผู้ถือบัตร และเชื่อว่าเมื่อถึงสิ้นเดือน พ.ย. ยอดการซื้อสินค้าจะเพิ่มขึ้นรวมเป็น 5,400-5,500 ล้านบาท จากการมีร้านธงฟ้าประชารัฐที่ ครอบคลุมทุกพื้นที่มากขึ้น แต่หากพื้นที่ไหนห่างไกลไม่มีร้านเพียงพอ ก็จะจัดส่งรถโมบายออกไปทดแทน" นายสนธิรัตน์ กล่าว

สำหรับการดำเนินงานโครงการ ร้านธงฟ้าประชารัฐในระยะสอง (เฟส 2) จะมีการผลักดันสินค้าชุมชน โอท็อป เข้าไปขายในร้านธงฟ้าประชารัฐ โดยล่าสุดได้หารือกับธนาคารของรัฐที่ให้ สินเชื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โอท็อป และวิสาหกิจชุมชน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งเป็นหน่วยงานค้ำประกัน และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่จะเป็นเลขานุการในการ บูรณาการหน่วยงานทั้งหมด เพื่อที่จะผลักดันให้สินค้าชุมชนมาวางจำหน่าย ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ

อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกสินค้า ชุมชนมาจำหน่าย จะต้องดูว่าสินค้านั้นเป็นที่ต้องการของตลาดในพื้นที่นั้นหรือไม่ เช่น จ.ระยอง มีน้ำปลาที่เป็นสินค้าชุมชน ก็ต้องไปพิจารณาว่าน้ำปลานั้นมีคุณภาพและมาตรฐานเพียงพอแค่ไหน รวมทั้งปริมาณสินค้าที่จะต้องมาวางจำหน่าย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ธนาคารจะเข้าไปช่วยสนับสนุนสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ เป็นต้น

นอกจากนี้ ต้องร่วมกันผลักดันสินค้าเกษตรเข้าไปวางจำหน่ายในร้านธงฟ้าประชารัฐด้วย ซึ่งตรงจุดนี้จะให้พาณิชย์จังหวัดเข้าไปดูแลว่ามีสินค้าเกษตรใดที่ล้นตลาด ก็ควรจะต้องหาช่องทางตลาดเพื่อกระจายสินค้า โดยจะนำมาจำหน่ายผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐอีกทางหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท