posttoday
‘จตุพล สุธีสถาพร’ ต้องรับฟังคนยุคดิจิทัล

‘จตุพล สุธีสถาพร’ ต้องรับฟังคนยุคดิจิทัล

11 พฤศจิกายน 2560

โลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไปจากออฟไลน์สู่ออนไลน์เป็นปัจจัยที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีสถานการณ์ให้แก้ไขใหม่ๆ

โดย พลพัต สาเลยยกานนท์

โลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไปจากออฟไลน์สู่ออนไลน์เป็นปัจจัยที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีสถานการณ์ให้แก้ไขใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน

จตุพล สุธีสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น ดูนี่ (Doonee) รับชมความบันเทิงออนไลน์แบบถูกลิขสิทธิ์ กล่าวว่า แนวคิดในการบริหารในยุคปัจจุบันคือ "ต้องรับฟัง" ในออฟฟิศเด็กรุ่นใหม่ที่มีมากแต่แนวคิดของเจเนอเรชั่นใหม่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ แต่เราเอาแนวคิดเหล่านั้นมาใช้ต่อยอดธุรกิจต่อไปได้ วิธีการขาย วิธีการนำเสนอลูกค้าเปลี่ยนไป นำมาประยุกต์ใช้เป็นแบบจำลองคือช่วงสำคัญที่เราต้องปรับตัว ทำให้ผลลัพธ์ประสบความสำเร็จมากที่สุด

อีกส่วนหนึ่งคือ ลดความมั่นใจในตัวเองลง และนำไอเดียของคนรุ่นใหม่มาใช้ ทัศนคติเด็กรุ่นใหม่มีไอเดียอยากทำหลายอย่าง แต่พวกเขายังขาดบางส่วนที่ดีมาประสมให้น้องๆ รับฟังผู้ใหญ่ จูนอัพกันมากขึ้น บริษัทไหนปรับได้ก็เดินหน้าต่อไป ถ้าไม่ปรับก็ตาย

นอกจากนั้น นำฟีดแบ็กจากลูกค้ามาปรับใช้ คือเลือกรายการและเลือกฟีเจอร์ต่างๆ นั้นมีความยุ่งยากมาก กว่าจะได้ฟีดแบ็กจากลูกค้า ต้องทำโฟกัสกรุ๊ป ทำกี่ครั้งก็ไม่อัพเดท เพราะกว่าจะได้ผลก็ 1-2 เดือนให้หลัง ต่างกับปัจจุบันที่โพสต์ปุ๊บลูกค้าฟีดแบ็กกลับทันที แต่เราต้องเร็ว ด่วนทันใจ ทุกบริษัทปัจจุบันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ผมว่าต้องฟังจากผู้ใช้โดยตรงว่าลูกค้ามีความคิดกับผลิตภัณฑ์ของเราอย่างไร

จตุพล กล่าวว่า อีกส่วนคือให้คุณค่ากับบุคลากรค่อนข้างมาก โดยเฉพาะระบบคอนเทนต์ออนไลน์อย่างบริษัทที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์ ต้องบอกว่าอะไรที่เราทำตอนนี้มันไม่เคยมีในอดีตมาก่อน เราไม่สามารถติชมบุคลากรได้เพราะมันคือสิ่งใหม่ ควรเป็นประสบการณ์ร่วมกัน เดินไปด้วยกันได้หมด ไม่ควรสั่งอย่างเดียว ซัพพอร์ตด้วยข้อมูลหลังบ้านว่าลูกค้าต้องการข้อมูลแบบนี้

‘จตุพล สุธีสถาพร’ ต้องรับฟังคนยุคดิจิทัล

หัวใจสำคัญคือ ไม่ว่าจะด้านการบริหารบุคคลภายในองค์กรหรือลูกค้าเอง ตนยึดหลักการรับฟังเป็นหลัก ซึ่งข้อมูลทุกอย่างจะรายงานได้เลยทันที เมื่อก่อนทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ทางโทรทัศน์ต้องมานั่งวิเคราะห์อะไรดีหรือไม่ดี ซึ่งก็ยังไม่ชัดเจนพอ แต่ในปัจจุบันเราสามารถวิเคราะห์ได้อย่างละเอียดว่ามีผู้ชมกี่คน ใครดู อายุเท่าไร รูปร่างลักษณะอย่างไร รู้ข้อมูลลูกค้าว่าชอบดูรายการประเภทไหน ลูกค้าอยากดูในช่วงเวลาไหนบ้าง เราใช้ข้อมูลเหล่านี้ตัดสินได้มากถึง 80%

ส่วนใหญ่แล้วรายการวาไรตี้ ดราม่าซีรี่ส์จะมีผู้นิยมรับชมจำนวนมาก เพราะหลายท่านอาจพลาดชมในเวลาออก อากาศนั้นๆ ซึ่งเราเป็นระบบเอชดี เลือกได้ 2 ภาษา ระดับบลูเรย์ เราเป็นตัวเลือกที่ลูกค้ารับพิจารณาอันดับต้นๆ รู้สึกดีที่มีการแข่งขันเกิดขึ้น ทำให้เห็นว่าตลาดมีการเติบโต ปี 2559 ที่ผ่านมา เพิ่มยอดเป็นเท่าตัว ให้การตอบรับมากขึ้นทั้งในส่วนของแบรนดิ้ง ลิขสิทธิ์และตัวรายการที่เราผลิต ทำให้เราก้าวสู่ คำว่าประสบความสำเร็จ

"2-3 ปีมานี้ กระแสสตาร์ทอัพมาแรงมาก คนมีประสบการณ์หรือจบใหม่อยากทำธุรกิจสตาร์ทอัพกันเยอะมาก สิ่งหนึ่งที่ทำให้เป็นจริงได้นั้นต้องเข้าใจธุรกิจตัวเองให้ดีพอ ถ้ามีประสบการณ์ก็ส่งเสริมให้ธุรกิจสำเร็จไปด้วย บางคนใช้เวลามากกว่าครึ่งไปหานักลงทุน ผมว่ามันไม่ถูกต้อง ต้องทำลายให้ได้ ถ้าไม่ได้ผมว่าอย่าทำดีกว่า ในส่วนของบริการสื่อสารและแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต (โอทีที) เราไม่เน้นนักลงทุนภายนอก เราสร้างทราฟฟิกให้เกิดขึ้น อยากให้โฟกัสสิ่งที่เราทำ เมื่อก่อนเราเคยทำแบบนั้น แต่รู้สึกมันเสียเวลา จากนั้นนักลงทุนกลับเข้ามาหาเราเอง ผลประกอบการ 3 ปีให้หลังนี้น่าพอใจมาก อีก 2-3 ปีข้างหน้าเราอาจจะเข้าไปตลาดทุนมากขึ้น เราผ่านอะไรมาเยอะ ฐานแข็งแรง ลูกค้าจ่ายรายเดือนของเราเยอะมาก ง่ายๆ เลยคือเราต้องย้ำคิดย้ำทำกับธุรกิจของตัวเองให้มันดีให้ได้ก่อน"

เหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารงานให้ประสบความสำเร็จในยุคสมัยและสถานการณ์ของโลกดิจิทัล

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ