
ลุ้นปีหน้าเศรษฐกิจสดใส แค่ระวังไว้ 5 ปัจจัยเสี่ยง
หลายหน่วยงานประสานเสียงตรงกันว่าแนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้ดีขึ้นและจะดีกว่านี้อีกในปีหน้า แต่ก็ยังชะล่าใจไม่ได้กับปัจจัยเสี่ยง
หลายหน่วยงานประสานเสียงตรงกันว่าแนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้ดีขึ้นและจะดีกว่านี้อีกในปีหน้า แต่ก็ยังชะล่าใจไม่ได้กับปัจจัยเสี่ยง
ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหาภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา "Thailand Economic Out look 2018 : An Era of Business Transformation" ว่า เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวดีต่อเนื่อง อาจขยายตัวได้สูงกว่าที่คาดไว้ 3.8% ทำให้มั่นใจว่า ปีหน้าจะโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากภาคส่งออกที่เพิ่มขึ้นและน่าจะดีต่อไปตามทิศทางเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
ปีนี้การส่งออกมีโอกาสขยายตัวได้เกิน 8% ปีหน้าอาจชะลอลงบ้างจากฐานที่สูง แต่เฉลี่ยมูลค่าส่งออกแต่ละเดือนไม่น่าต่ำกว่า 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ/เดือน เช่นเดียวภาคท่องเที่ยวที่ดีต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ใช้จ่ายต่อหัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยไม่ได้มาจากส่งออกอย่างเดียว ในประเทศก็ดีขึ้นเช่นกัน แค่ไม่ได้โตมากเท่าส่งออก โดยการบริโภคในประเทศดีขึ้นแต่อาจกระจายยังไม่ทั่วถึง แนวโน้มการลงทุนเอกชนก็น่าจะดีขึ้นต้นปีหน้าตามโครงการลงทุนภาครัฐ ดังนั้น ปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะโต 3.8% แต่ก็มีโอกาสปรับขึ้นอีก โดย ธปท.จะทบทวนตัวเลขอีกครั้ง 20 ธ.ค.นี้
ทั้งนี้ เศรษฐกิจปีหน้าอาจมีตัวถ่วงเรื่องครัวเรือนบ้าง แม้ภาระหนี้จากรถยนต์คันแรกหมดลง แต่รายได้ภาคเกษตรยังกดดันกำลังซื้อในประเทศ โดยภาคเกษตรมีสัดส่วนไม่สูง 20% ของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) แต่จำนวนประชากรภาคเกษตรมีถึง 50% ของประชากรรวม ดังนั้นการบริโภคปีหน้าจะดีขึ้นได้ แต่อาจไม่ เข้มแข็ง จึงต้องดูแลการบริโภคกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรมากขึ้น
"มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้นและเข้ากรอบเป้าหมาย 1-4% ได้ไตรมาส 2 ปีหน้า แต่ถึงเงินเฟ้อจะเข้ากรอบ การทำนโยบายการเงินก็คงไม่ได้เลิกผ่อนคลายทันที อาจมาดูแลประชาชนหรือการบริโภคไม่ได้โดยตรง ต้องดูเงินเฟ้อและเสถียรภาพเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ห่วงเรื่องเงินเฟ้อต่ำนานๆ บ้าง ทำให้อาจคิดเรื่องดอกเบี้ยต่ำนานเกินไปหรือไม่ เนื่องจากในต่างประเทศก็เริ่มขยับบ้างแล้ว ส่วนการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจคงเป็นไปได้น้อย ยกเว้นมีช็อก" ดอน กล่าว
ดอน กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจปีหน้ามีแนวโน้มเติบโตดี แต่มีความท้าทายที่อาจกระทบได้จาก 5 ด้าน คือ 1.การดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ถ้าโดนัลด์ ทรัมป์ขับเคลื่อนนโยบายด้านภาษีผ่านสภาไม่ได้อาจหันมาทำนโยบายการค้าที่มีอำนาจตัดสินใจได้มากกว่าแทน 2.ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของเกาหลีที่อาจก่อสงคราม 3.ตลาดทุนที่ขยายตัวสูงเป็นประวัติการณ์ทั่วโลก หากสะดุดจากสภาพคล่องที่อาจลดลงจากนโยบายการเงินที่เข้มขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แม้จะไม่กระทบด้านการเงิน แต่อาจกระทบเศรษฐกิจคู่ค้าไทย ที่อาจมีผลต่อส่งออกได้
4.ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) โดยรวมเริ่มนิ่ง แต่กลุ่มเอสเอ็มอีกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงสร้างเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า อีกส่วนเพราะปรับตัวกับอี-คอมเมิร์ซที่ทำให้การแข่งขันสูงขึ้นไม่ได้ และ 5.การจัดระเบียบ พ.ร.บ.แรงงานต่างด้าวและ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง แม้เป็นเรื่องดี แต่อาจเกิดผลกระทบระหว่างที่ต้องปรับตัว
สมปวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปัจจุบันโตได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยจีดีพี 6-7 ปีที่ผ่านมาที่ 3.6% โดยปีนี้น่าจะโตไม่ต่ำกว่า 3.7% ทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นแล้ว และปีหน้าจะฟื้นชัดเจนขึ้น
พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ภัทร กล่าวว่า เศรษฐกิจโตดีขึ้นจริง โดยปีนี้คาดว่าจะโต 3% ปลายๆ แต่ยังไม่กระจายทุกภาคส่วน คนอาจยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจฟื้น เพราะกำลังซื้อในประเทศไม่ได้โตมากเท่าการขยายตัวจากภายนอกอย่างส่งออกและท่องเที่ยว
พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญปีนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี และเห็นสัญญาณการนำเข้าวัตถุดิบที่จะต่อยอดการส่งออกปีหน้าเพิ่มขึ้นอีก โดยคาดว่าส่งออก ปีนี้ที่น่าจะโตได้เกิน 7% แต่จะได้ 8-10% หรือไม่ต้องรอดู
เมื่อแนวโน้มเศรษฐกิจปีหน้ามาดีแล้ว คราวนี้ก็ต้องมาลุ้นปัจจัยแวดล้อมแล้วว่าจะหนุนส่งให้เศรษฐกิจโตได้ไกลแค่ไหน







