
ไฮเนเก้นเพิ่มไลน์น้ำเมา
ไฮเนเก้นสบช่องเทรนด์แอปเปิ้ลไซเดอร์ทั่วโลกบูม นำเข้าแบรนด์ใหม่สตรองโบว์เสริมพอร์ต หวังเจาะนักดื่มชาวมิลเลนเนียม
ไฮเนเก้นสบช่องเทรนด์แอปเปิ้ลไซเดอร์ทั่วโลกบูม นำเข้าแบรนด์ใหม่สตรองโบว์เสริมพอร์ต หวังเจาะนักดื่มชาวมิลเลนเนียม
น.ส.ภัททภาณี เอกะหิตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ไฮเนเก้นและสตรองโบว์ บริษัท ทีเอพี เปิดเผยว่า นโยบายของบริษัทต้องการสร้างการเติบโตทางรายได้ด้วยการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ลงตลาด บริษัทได้นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สตรองโบว์จากอังกฤษ เพื่อเปิดตลาดเซ็กเมนต์แอปเปิ้ลไซเดอร์ นับว่าเป็นการนำแบรนด์ที่ 6 เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอในรอบกว่า 10 ปี จากเดิมสินค้าทั้งหมด 5 แบรนด์ ได้แก่ เบียร์ไฮเนเก้น ไทเกอร์ เชียร์ กินเนสส์ และคิลเคนนี่
ทั้งนี้ การนำสตรองโบว์เข้ามาทำตลาดเนื่องจากเห็นโอกาสของตลาด แม้ว่าขณะนี้ตัวเลขในเชิงปริมาณยังถือว่าเป็นเซ็กเมนต์ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเบียร์ โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เซ็กเมนต์แอปเปิ้ลไซเดอร์มีปริมาณ 6 แสนลิตร แต่เป็นเพราะกลุ่มนักดื่มหน้าใหม่ หรือกลุ่มมิลเลนเนียม 20-35 ปี ซึ่งเป็นประชากรในสัดส่วน 32% ของประเทศ มีพฤติกรรมที่ชอบความแตกต่างและหาทางเลือกเครื่องดื่มที่เป็นทางเลือกใหม่
นอกจากนี้ ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แอปเปิ้ลไซเดอร์ทั่วโลกยังเติบโตสูง ตัวเลขในเชิงปริมาณพุ่งแตะ 600 ล้านลิตร ซึ่งสินค้าในพอร์ตโฟลิโอของบริษัทเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 20% หนึ่งในนั้นคือสตรองโบว์มีส่วนแบ่ง 5% ประกอบกับแนวโน้มตลาดในไทยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียมเติบโตทุกเซ็กเมนต์ อาทิ เครื่องดื่มแอปเปิ้ลไซเดอร์เติบโต 120% เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์พร้อมดื่มโต 7% เบียร์นำเข้ามูลค่า 426 ล้านบาท เติบโต 36% เบียร์พรีเมียมเติบโต 8%
ขณะที่แผนการตลาดบริษัทมุ่งเน้นจัดกิจกรรมไลฟ์สไตล์ โค-ครีเอชั่น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มมิลเลนเนียม โดยสินค้าระดับพรีเมียมแต่วางราคา 59 บาท เพื่อให้ผู้บริโภคจับต้องได้ง่าย มีด้วยกัน 2 รสชาติ ได้แก่ โกลด์ แอปเปิ้ล สตรองโบว์ เรด เบอร์รี่ วางจำหน่ายออนพรีมิส 20% และออฟพรีมิส 80% ซึ่งขณะนี้ในตลาดมีคู่แข่ง 3-4 แบรนด์ อาทิ บราเธอร์ ไซเดอร์ แม็กเนอร์ส เป็นต้น ส่วนไซเดอร์ เบย์ของค่ายบุญรอดบริวเวอรี่ คาดว่าจะชะลอการทำตลาดไปแล้ว
น.ส.ภัททภาณี กล่าวว่า บริษัทได้ทดลองนำเข้าสตรองโบว์จำหน่ายในไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเน้นในช่องทางออนพรีมิส จากการทำตลาดในเชิงรุกตั้งเป้าหมายยอดขายปีนี้ราว 2 แสนลิตร หรือราว 30 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งตลาด 80% และคาดว่าปีหน้ายอดขายเพิ่มจาก 5 แสนลิตร หรือราว 90 ล้านบาท อย่างไรก็ดียังมีแผนนำเข้ารสชาติต่างๆ ใหม่ภายใต้ยี่ห้อสตรองโบว์เข้ามาทำตลาด รวมทั้งบรรจุภัณฑ์กระป๋องเพิ่มทางเลือกการดื่มตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดในไทย







