
จากหิ้งสู่ห้าง
วิฑูรย์ สิมะโชคดีประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ในโลก มักจะเริ่มการพัฒนาจาก"ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ" (Comparative advantage) ของตนเองก่อน ซึ่งหมายถึงการพัฒนาและหาประโยชน์จากมรดกทางทรัพยากรของประเทศในทางที่จะก่อให้เกิดศักยภาพของการผลิต มีอำนาจในการตั้งราคา และมีความสามารถครอบครองส่วนแบ่งขนาดใหญ่ในตลาดได้
วิฑูรย์ สิมะโชคดี
ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ในโลก มักจะเริ่มการพัฒนาจาก"ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ" (Comparative advantage) ของตนเองก่อน ซึ่งหมายถึงการพัฒนาและหาประโยชน์จากมรดกทางทรัพยากรของประเทศในทางที่จะก่อให้เกิดศักยภาพของการผลิต มีอำนาจในการตั้งราคา และมีความสามารถครอบครองส่วนแบ่งขนาดใหญ่ในตลาดได้
ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบที่ว่านี้ จะเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ได้แก่ สภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศ ศิลปวัฒนธรรม ประชากร การ กระจายรายได้ ทักษะของความเป็นผู้ประกอบการ เป็นต้น
ว่าไปแล้ว ถ้าเรายังเชื่อกันว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เราก็จะต้องเปลี่ยนความเป็นเลิศด้านวิชาการด้านการเกษตรไปเป็นการปฏิบัติได้จริงให้ได้
ประเทศไทยมีผู้ที่จบด้านเกษตรศาสตร์และเก่งๆ เป็นจำนวนมากแต่ก็ยังมีการเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์เพื่อการปฏิบัติจริงไม่มากพอ เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่ ยังมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีนัก ซึ่งต่างจากทั้งในอเมริกาและญี่ปุ่น ที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ผลิตจากครัวเรือน ด้วยนโยบาย "เกษตรครบวงจร" คือ ตั้งแต่ในไร่จนถึงบนโต๊ะอาหาร หรือ ทำเป็นเกษตรอุตสาหกรรมไปเลย จนคุณภาพชีวิตเกษตรกรดีขึ้นๆ
โดยที่เกษตรกรรมเป็นเรื่องที่สามารถสร้างความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบที่รวดเร็วและยั่งยืน แต่ปรากฏว่าเราได้ใช้ศักยภาพของความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบในด้านเกษตรกรรมอย่างมาก แต่กลับไม่สามารถเพิ่มผลิตภาพ หรือได้ประโยชน์มากเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่มีปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาด้านการเกษตรอย่างเพียบพร้อมไม่ว่าจะเป็นลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และทักษะทางการเกษตร
ริชาร์ด ไพวิส นักวิชาการและคอลัมนิสต์ชื่อดัง ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อเรามีหรือสามารถสร้างความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบได้แล้ว เราจะต้องรักษามันไว้ให้ได้ด้วย โดยอาศัย "นวัตกรรมเชิงรุก" (Proactive innovation) ที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุนซ้ำในทรัพยากรที่สร้างความได้เปรียบได้
ดังนั้น เราต้องเร่งการเรียนรู้และเผยแพร่วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ พืชผลและการผลิตที่ดีที่สุด เมื่อผนวกกับแนวทางการตลาดที่ยอดเยี่ยมแล้ว จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง
ทุกวันนี้ ผู้บริโภคต่างประเทศ จะให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยด้านอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ จึงมักจะเลือกซื้อสินค้าของประเทศซึ่งมาจากสภาพแวดล้อมที่สะอาดและสามารถผลิตได้ตามมาตรฐานสากลที่ยอมรับกัน
เมื่อดูจากสถิติการส่งออก ทำให้เรารู้ว่าเราผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้ ขณะนี้เพียงแต่ต้องการการกระตุ้นและส่งเสริมอย่างจริงจังต่อเนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำ "ความคิดสร้างสรรค์" มา สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้น
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว เรายังมี "ผลงานจากการวิจัย" ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และที่อื่นๆ อีกมากมาย (ทั้งในเรื่องของพืชผลทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอุตสาหกรรมการเกษตร) ที่สามารถนำมาปัดฝุ่นเพื่อพิจารณาในลักษณะของ "จากหิ้งสู่ห้าง" เพื่อการพาณิชย์ต่อไป
ดังนั้น คำขวัญที่ว่า "ผลไม้ไทยผลไม้โลก" และ "อาหารไทยอาหารโลก" จึงยังคงมีความเป็นไปได้สูง ครับผม !







