
TGI สถาบันฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มผลิตภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย
การเพิ่มผลิตภาพ เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม
การเพิ่มผลิตภาพ เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม การเพิ่มผลิตภาพบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้ไปสู่อุตสาหกรรม 4.0
นายวรินทร์ รอดโพธิ์ทอง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า "การเพิ่มผลิตภาพ" เพื่อความเข้าใจง่ายๆ ว่า ผลิตภาพ คือ อัตราส่วนการผลิต ต่อทรัพยากรที่มีอยู่เดิม ดังนั้น การเพิ่มผลิตภาพ ก็คือ การใช้ทรัพยากรเท่าเดิม แต่ทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ เพื่อให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) การเพิ่มผลิตภาพใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย จึงเป็นการสร้างมูลค่าเพื่อให้เกิดรายได้ประชากรต่อหัวให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยข้ามผ่านกับดักประเทศรายได้ปานกลาง
การเพิ่มผลิตภาพในภาคอุตสาหกรรมการผลิตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแข่งขันบนเวทีโลก ซึ่งมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. ต้นทุนต่ำเพราะต้องแข่งขันกันด้วยราคา 2. สินค้าต้องมีคุณภาพ 3. มีความยืดหยุ่นสามารถสนองความต้องการของลูกค้า ดังนั้นอุตสาหกรรมการผลิตหรือโรงงานในอนาคตจะต้องเป็นแบบ QCD Flexible Production โดยอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง
นายวรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตเท่านั้นที่มีความตื่นตัว ด้าน Supplier ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งต้องการที่จะเผยแพร่สินค้าก็ติดต่อเข้ามาที่สถาบันฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อทำความร่วมมือกับเจ้าของเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ เครื่องจักร และแม่พิมพ์มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสถาบันฯ ในฐานะที่เป็นเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรมที่ให้การฝึกอบรมพัฒนาทักษะ และถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่บุคลากรในภาคอุตสากรรมการผลิตมาโดยตลอด
"สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งจะต้องการนำระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่ง TGI ได้รับมอบหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรมให้เป็นหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนแล้ว การพัฒนาคนเพื่อรองรับงานระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ก็มีความจำเป็น อย่างไรก็ตามในการพัฒนาอุตสาหกรรมการให้ไปสู่ยุค 4.0 นั้น สำคัญที่สุด คือวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูงของผู้ประกอบการ เพราะในการพัฒนาเข้าสู่ยุค 4.0 นั้น ตัวขับเคลื่อนสำคัญ คือ ตลาด ซึ่งจะต้องสร้างสรรค์สินค้าให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีอย่างหลากหลายให้ได้"
นายวรินทร์ กล่าวในตอนท้ายว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นตัวอย่างในการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่จีนมีประชากรเกือบ 1,400 ล้านคน แต่กลับใช้เทคโนโลยีในการตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี สินค้าประเภท consumer product ทั่วโลกเป็นของจีนถึงร้อยละ 40 แสดงว่าจีนสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงเป้า วิเคราะห์ความต้องการลูกค้าได้ชัดเจน และทำเป็น Small batch นั่นแสดงว่าโรงงานมีความยืดหยุ่นสูง การแข่งขันในยุคหน้า คือไม่ต้องผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก แต่ต้องผลิตสินค้าได้ตรงใจลูกค้า อุตสาหกรรมการผลิตไม่ต้องผลิตปริมาณมาก แต่ต้องเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ เทคโนโลยีการผลิตที่ตอบโจทย์ข้างต้น เรียกว่า Flexible Automation ดังนั้นนอกจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงที่จะถูกนำมาใช้ในการเพิ่มผลิตภาพแล้ว อุตสาหกรรมการผลิตจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยไปพร้อมกันด้วย







