
ชุติมา เปรื่องเมธางกูร เลือกมองคนที่สำเร็จแล้วก้าวต่อไป
เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตาภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์ในยุคที่เปิดกว้างให้ทุกความฝันเป็นความจริงได้ แค่ลงมือทำ แล้วทำไมคำว่าผู้บริหารหญิง ต้องจำกัดกรอบอยู่แค่สุภาพสตรีที่อยู่ในชุดสูทสวมรองเท้าส้นสูง วางตัวให้ดูภูมิฐานเสมอไป ดูอย่างสาวเก่งที่เรามีนัดวันนี้ ถึงด้วยลุคเกศ-ชุติมา เปรื่องเมธางกูร จะดูขี้เล่น เปรี้ยวซ่า แต่แท้จริงแล้วเธออยู่เบื้องหลังธุรกิจมากมายที่หลายคนนึกไม่ถึง เรียกว่ายิ่งชวนคุยยิ่งทึ่งในพลังที่มีเหลือล้น โดยเฉพาะธุรกิจใหม่แกะกล่อง ที่เธอทุ่มสุดตัวเพื่อทำให้สำเร็จ สร้างทอล์กออฟเดอะทาวน์ให้เกิดขึ้นในวงการอาหารบ้านเราให้ได้
เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตาภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
ในยุคที่เปิดกว้างให้ทุกความฝันเป็นความจริงได้ แค่ลงมือทำ แล้วทำไมคำว่าผู้บริหารหญิง ต้องจำกัดกรอบอยู่แค่สุภาพสตรีที่อยู่ในชุดสูทสวมรองเท้าส้นสูง วางตัวให้ดูภูมิฐานเสมอไป ดูอย่างสาวเก่งที่เรามีนัดวันนี้ ถึงด้วยลุคเกศ-ชุติมา เปรื่องเมธางกูร จะดูขี้เล่น เปรี้ยวซ่า แต่แท้จริงแล้วเธออยู่เบื้องหลังธุรกิจมากมายที่หลายคนนึกไม่ถึง เรียกว่ายิ่งชวนคุยยิ่งทึ่งในพลังที่มีเหลือล้น โดยเฉพาะธุรกิจใหม่แกะกล่อง ที่เธอทุ่มสุดตัวเพื่อทำให้สำเร็จ สร้างทอล์กออฟเดอะทาวน์ให้เกิดขึ้นในวงการอาหารบ้านเราให้ได้
นัดหมายของเราวันนี้มีขึ้นที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของสยามสแควร์ เพราะใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวสยามซอย 3 นาทีนี้ต้องสะดุดตากับแมสคอตหมูสีส้มที่เจ้าของร้านตั้งชื่อสุดเก๋ให้ว่า "มูยอง" ยืนยิ้มร่ารอต้อนรับแขกอยู่หน้าร้าน ไนซ์ ทู มีท ยู (nice two Meat u) ร้านปิ้งย่างเกาหลีแนวใหม่ที่กำลังเป็นที่ถูกอกถูกใจของเหล่าเซเลบคนดัง รวมทั้งวัยรุ่นย่านสยามสแควร์ ด้วยคอนเซ็ปต์ของร้านที่แปลกใหม่ บวกกับเมนูปิ้งย่างและกองทัพของอร่อยมากมายที่เจ้าของร้านจัดเต็มมาพร้อมเสิร์ฟ ที่ขาดไม่ได้คือ น้ำจิ้มรสจัดจ้าน ถูกปากคนไทยแน่นอน
"เกศและเพื่อนๆ ชอบกินอาหารปิ้งย่างแบบเกาหลีมาก แต่ที่ผ่านมา เวลาจะหาร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีแท้ๆ ที่คงความเป็นออริจินัล มีบรรยากาศร้านสุดชิกชวนนั่งเหมือนอยู่ที่โซลในเมืองไทยนั้นแทบไม่มี หลายครั้งพวกเราถึงกับต้องยอมทุ่มทุนนัดกันบินไปฟินไกลถึงเกาหลี" เกศเปิดฉากเล่าถึงที่มาของร้านอาหารอย่างออกรส
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอและเพื่อนๆ ตัดสินใจรวมตัวครั้งสำคัญ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ความสนุกและความอร่อยครั้งใหม่ให้วงการอาหารปิ้งย่างบ้านเรา แบบไม่ต้องบินไปไกล โดยใช้หัวใจของคนรักปิ้งย่าง (แบบเกาหลี) ซื้อเชนร้านปิ้งย่างเกาหลีสุดชิกอย่าง "nice two Meat u" เข้ามาเปิดให้บริการที่ประเทศไทย โดยประเดิมปักหมุดสาขาแรกที่สยามสแควร์
"ที่เลือกซื้อเชนนี้ เพราะชอบตั้งแต่รสชาติและคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาใช้อยู่ในระดับพรีเมียม แต่ราคาน่าคบ บรรยากาศร้านชวนนั่ง เข้ากับ ย่านสยามของบ้านเรา อีกอย่างที่ชอบมากๆ และมองว่าสำคัญมากในการทำธุรกิจ คือ ชื่อร้าน ที่ฟังแล้วติดหู มีการเล่นคำว่า Meat แทน Meet แถมยังเป็นหนึ่งในร้านเกาหลีจำนวนไม่มาก ที่ใช้ชื่อภาษาอังกฤษแทนชื่อภาษาเกาหลี ทำให้ลูกค้าออกเสียงง่าย โดยเรามามอบทีเด็ดที่คิดว่าถูกใจคนไทยแน่นอนคือ รสชาติของน้ำจิ้ม รับประกันความแซ่บ เพราะเกศเป็นคนกินรสจัดมาก พอมีร้านของตัวเองเลยจัดเต็ม"
ด้วยลุคที่ดูเกาหลีแบบไม่ต้องสงสัยของเกศ หลายคนอาจไม่สงสัยเรื่องอินเนอร์ในการทำร้านปิ้งย่างเกาหลี แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการทำอาหาร ถ้าเจ้าตัวไม่เฉลยคงไม่รู้ว่าเธอไม่ได้แค่มีแพสชั่นอยากสร้างธุรกิจร้านอาหาร แต่ยังเรียนจบปริญญาโทด้าน Gastronomy ซึ่งเกี่ยวข้องกับด้านอาหารและโรงแรมมาโดยตรง จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐ เคยมีประสบการณ์ทำงานในครัว และทำงานในส่วนหน้าฟรอนต์ตอนอยู่ที่บอสตัน ก่อนจะมาทำงานเป็นที่ปรึกษาในหน่วยงานพัฒนาทรัพยากรบุคคลและองค์กร แถมยังเคยเปิดร้านกาแฟเล็กๆ แถวสาทรก่อนจะขายกิจการให้ชาวต่างชาติ
"ตอนที่ตัดสินใจต่อโทด้านอาหารและการโรงแรม เกศยังทอดไข่ดาวไม่เป็นเลย แต่ตอนนั้นที่ตัดสินใจเลือกเรียนสายนี้ เพราะคิดว่าน่าสนใจ ได้เรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ไม่เคยคิดเหมือนกันนะว่าวันหนึ่งจะมาทำร้านอาหาร เพราะตอนที่คิดว่าจะเริ่มออกแบบเส้นทางชีวิตของตัวเองด้วยการสร้างธุรกิจ ก็เริ่มต้นจากการเปิดร้านทำเล็บ เนล ไลบรารี (Nail Library) แถวโรงแรมโนโวเทล สยาม เพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจ เปิดสักพักพอธุรกิจไปได้ดี ก็ขยายไปเปิดสปาที่ชั้น 2 ค่อยๆ เรียนรู้การทำธุรกิจ จนเกิดเป็นธุรกิจใหม่ๆ ตามมาเรื่อยๆ ทั้ง บอกซิ่ง คิง (Boxing King) บูทีกยิมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการ ต่อยมวย ร้านแวกซ์ และธุรกิจล่าสุดคือ ร้านอาหาร"
ถามว่า สร้างอาณาจักรธุรกิจหลายอย่างแบบนี้ เหนื่อยมั้ย เจ้าแม่โปรเจกต์ยอมรับว่า เหนื่อยมากชนิดที่ว่าเวลา 7 วันต่อสัปดาห์แทบไม่เพียงพอ จนแม้แต่คุณแม่ยังเคยถามว่าทำไมไม่ทำธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วขยายสาขาไปเรื่อยๆ แทนที่จะมานับหนึ่งใหม่ คำถามนี้ทำเอาเกศต้องกลับมานั่งถาม ตัวเองเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ได้คำตอบที่ทำให้มีกำลังใจไปต่ออย่างไม่น่าเชื่อ
"เราเป็นพวกกล้าเสี่ยง และชอบไขว่คว้าทุกโอกาสที่เข้ามาไว้ก่อน เกศเป็นพวกทำอะไรอย่างเดียวนานๆ ไม่ได้ อยากหาอะไรใหม่ๆ ที่ท้าทายมาทำตลอด ด้วยความที่เราเป็นแบบนี้ เกศเลยโชคดีได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ทำงานต่างๆ มาใช้ประโยชน์เยอะมาก แม้ว่าบางงานจะไม่เกี่ยวข้องกันเลยก็ตาม"
เกศ ยอมรับว่า กว่าจะปลุกปั้นให้ไนซ์ ทู มีท ยู เริ่มเป็นที่รู้จักแบบนี้ เธอทุ่มเทแรงกายและแรงใจไปไม่น้อย เพื่อทำให้ความตั้งใจที่มีประสบความสำเร็จ
"ตอนเริ่มต้นทั้งท้อแท้ ทั้งเหนื่อย ถึงจะเริ่มต้นมาหลายธุรกิจแต่ไม่มีธุรกิจไหนที่เหนื่อยและหนักแบบนี้ ที่สำคัญไม่เคยมีครั้งไหนที่เริ่มต้นธุรกิจแล้วคุณพ่อคุณแม่ไม่เห็นด้วยแบบร้านนี้ แต่ด้วยความที่เรามีแพสชั่น อยากทำ เลยเหมือนยิ่งเป็นแรงส่งให้ยิ่งต้องตั้งใจ ทำให้สำเร็จให้ได้"
หลักการทำงานของสาวเก่งที่แม้ภายนอกจะสดใสร่าเริง แต่สองบ่ากลับแบกรับภาระความรับ ผิดชอบมากมาย คือ ไม่มองคนที่ล้มเหลว แต่เลือกมองคนที่ประสบความสำเร็จ เพราะเธอเชื่อว่า ถ้าเอาแต่มองคนที่ล้มเหลว ก็มีแต่บั่นทอนกำลังใจให้ไม่กล้าคิดไม่กล้าทำอะไร
"เกศเชื่อว่าตราบที่คนเรามีกำลังใจ ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม คนเราต้องมองคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเรียนรู้จุดแข็งของเรา และนำมาพัฒนาตัวเอง เวลาทำธุรกิจเราไม่ได้มองว่าใคร เป็นคู่แข่ง หรือเป็นเบอร์ 1 ที่เราต้องไปแย่งชิง แต่เราจะย้อนกลับมามองตัวเองเสมอว่า เราจะพัฒนาตัวเองอย่างไรเพื่อไปข้างหน้า ไปถึงจุดที่คนอื่นยืน เพราะฉะนั้นเราต้องแข่งกับตัวเองอยู่เสมอ" เกศกล่าวทิ้งท้าย n







