posttoday
รัฐเร่งไทยแลนด์4.0

รัฐเร่งไทยแลนด์4.0

07 พฤศจิกายน 2560

"พล.อ.ประยุทธ์" เดินหน้าขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เคาะโครงการนำร่องเตรียมประเทศไทยสู่ศตวรรษที่ 21

"พล.อ.ประยุทธ์" เดินหน้าขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เคาะโครงการนำร่องเตรียมประเทศไทยสู่ศตวรรษที่ 21

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อ วันที่ 8 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรกเพื่อวางกรอบการดำเนินการปฏิรูป เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนตามนโยบายให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี ใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นการปฏิรูประบบราชการและการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21

ทั้งนี้ การปฏิรูประบบราชการนั้นจะประกอบด้วยการดำเนินการ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.การปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ (Service Reform) ซึ่งจะมีรายการที่ต้องดำเนินการให้เห็นผลรูปธรรมเร่งด่วน โดยคัดเลือกหน่วยงานระดับกรมที่การดำเนินการส่งผลกระทบต่อประชาชนมากที่สุด 10 กรม และเลือก 4 หน่วยงานมาดำเนินการก่อน คือ องค์การอาหารและยา (อย.) ดำเนินการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพของสำนักงานคณะกรรมการ อย. โดยจะแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบให้ยืดหยุ่นมากขึ้น และจัดตั้งกองส่งเสริมผู้ประกอบการและสมุนไพรมุ่งลดคำขอคงค้าง 8,785 คำขอ ให้หมดภายใน 3 เดือน ปรับการดำเนินการให้เร็วขึ้น ลดการนำเข้ายา เพิ่มการเข้าถึงยาและเพิ่มมูลค่าการผลิตเครื่องมือแพทย์

2.กรมทรัพย์สินทางปัญญา ดำเนินการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาที่จะแก้ปัญหาคำขอสิทธิบัตรที่ค้างอยู่ 3 หมื่นคำขอ ให้หมดในต้นปี 2562 เป็นอย่างช้า 3.การจดทะเบียนที่ดินของกรมที่ดิน ที่จะลดภาระการชี้แนวเขตสำหรับเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียง ลดข้อพิพาทและเวลารอคิวรังวัดจากเดิม 440 วัน ให้เหลือน้อยกว่า 60 วัน

และ 4.กรมศุลกากร การนำเข้าและส่งออกของกรมศุลกากรที่ปัจจุบันมีขั้นตอน แบบฟอร์มมาก ซ้ำซ้อน ระยะเวลาดำเนินการนาน ค่าใช้จ่ายสูง โดยจะพัฒนาโครงการต้นแบบในการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานใน 4 สินค้ายุทธศาสตร์ของประเทศ ได้แก่ ยาง ข้าว อ้อย และน้ำตาลทราย วัตถุอันตราย และสินค้าแช่แข็ง ลดระยะเวลาดำเนินการด้านเอกสารจาก 30 วัน เหลือ 1 ชั่วโมง ตั้งเป้าลดภาระผู้นำเข้าส่งออกสินค้าปีละไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ประเด็นที่ 2 ภายใต้การปฏิรูประบบราชการคือ การพัฒนาและการรังสรรค์นวัตกรรมใน รูปแบบใหม่ (Sandbox) ซึ่งเป็นการทดลองการปลดล็อกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรค ของไทยแลนด์ 4.0 การประชุมครั้งนี้อนุมัติดำเนินการให้เกิดรูปธรรม 4 เรื่อง ได้แก่ 1.การแก้ไขพื้นที่ป่าและการใช้ประโยชน์พื้นที่ จ.น่าน ให้เป็นพื้นที่ ทดลองการกำหนดการบริหารจัดการพื้นที่ป่า โดยบุคคลภายนอกและการส่งเสริมอาชีพเกษตรกร

2.โครงการ Public School ให้ภาคเอกชนเข้ามาบริหาร โดยรัฐยังคงเป็นเจ้าของ ซึ่งจะกำหนดพื้นที่ทดลองให้การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างอิสระ โดยในปีการศึกษา 2561 จะเริ่มดำเนินการ 77 แห่ง ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ 3.โครงการ สมาร์ทซิตี้ โดยเทคโนโลยีสมาร์ทกริด ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เอง แต่ติดข้อกฎหมายไม่อนุญาตให้ซื้อขายไฟฟ้ากันเอง

4.หน่วยราชการ 4.0 ที่จะมีหน่วยงานต้นแบบ 4 หน่วยงานขอยกเว้นกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ เพื่อแก้ปัญหาความไม่คล่องตัวในการบริหารองค์กร มุ่งสู่องค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่มีเป้าหมายขยายเปิดพีพีพีที่กว้างขึ้น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีเป้าหมายเพิ่มการดึงดูดนักลงทุนเข้าลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย กรมบังคับคดี และสำนักงาน ก.พ.ร. ที่มีเป้าหมายต้องผลักดันอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจให้ดีขึ้นจากปัจจุบันอันดับที่ 26 จาก 190 ประเทศ หรือขยับจากอันดับที่ 3 ในอาเซียนไปเป็นอันดับ 2 คือ แซงมาเลเซีย

สำหรับประเด็นที่ 3 การปฏิรูปกฎหมายที่จะแก้กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ และเรื่องที่ 4 การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่ต้องมีการพัฒนาระบบให้ประชาชนสามารถร้องขอเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ล่วงหน้าก่อนไปขอรับบริการ

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ส่วนการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ได้ให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนมายด์เซตคนไทย 2 ด้าน คือ เปลี่ยนคนไทยให้ใฝ่เรียนรู้ มีกระบวนการคิดวิเคราะห์ตามหลักและเหตุผล และเปลี่ยนวัฒนธรรมให้คนไทยพอเพียง มีวินัย สุจริต จิตสาธารณะ รับผิดชอบ พร้อมเปิดตัวแคมเปญ โครงการ "ก้าวออกมากล้า" "ทำดีเยี่ยงพ่อ" ใน วันที่ 5 ธ.ค. 2560 เป็นต้นไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท