
ค้าข้ามแดนระส่ำหนัก
พ.ร.บ.ศุลกากร พ่นพิษลงทุนไทย-กัมพูชา เหตุไม่สามารถส่งสินค้าข้ามแดนไปประเทศที่สามตั้งแต่ 13 พ.ย.นี้
พ.ร.บ.ศุลกากร พ่นพิษลงทุนไทย-กัมพูชา เหตุไม่สามารถส่งสินค้าข้ามแดนไปประเทศที่สามตั้งแต่ 13 พ.ย.นี้
รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชามีความกังวลต่อการประกาศใช้ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 13 พ.ย. 2560 เนื่องจากมีบทบัญญัติห้ามการขนส่งสินค้าข้ามผ่านประเทศไทยทางบก โดยเจ้าหน้าที่ไทยจะไม่อนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าจากประเทศที่สามข้ามผ่านประเทศไทยเพื่อนำเข้ามาในกัมพูชา และไม่อนุญาตการขนส่งสินค้าของประเทศกัมพูชาข้ามผ่านประเทศไทยเพื่อส่งออกไปประเทศที่สาม หากไม่มีข้อตกลงหรือบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าข้ามผ่านระหว่างสองประเทศ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการหารือระดับสูงในการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ และกรมศุลกากรทั้งสองประเทศได้เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งสินค้าผ่านแดนตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. 2560 แต่จนถึงขณะนี้ทางฝ่ายศุลกากรไทยยังไม่สามารถลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าวได้ เนื่องจากกรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่าจะต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อน เนื่องจากน่าจะเข้าข่ายเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ ทำให้การลงนามล่าช้าอีกหลายเดือน
นายชาติชาย สิงหเดช ผู้อำนวยการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปลงทุนในประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องนุ่งห่มจะได้รับผลกระทบอย่างหนักต่อการประกาศใช้ พ.ร.บ.ศุลกากร ใน วันที่ 13 พ.ย. หากไม่มีการลงนามข้อตกลงขนส่งสินค้าข้ามผ่านแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ทำให้ไม่สามารถที่จะนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศที่สามผ่านไทยไปยังโรงงานที่กัมพูชา และไม่สามารถนำสินค้าที่ผลิตจากกัมพูชาข้ามผ่านมายังไทยเพื่อขนส่งไปยังท่าเรือแหลมฉบับและส่งออกไปยังประเทศที่สามได้
"หากวันที่ 13 พ.ย. ยังไม่มีการ ลงนาม ผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชาไม่สามารถส่งข้ามผ่านแดนได้ และต้องไปใช้ท่าเรือสีหนุวิลล์ขนส่งสินค้าแทน ซึ่งมีต้นทุนที่สูงกว่าท่าเรือแหลมฉบังถึงเท่าตัว" นายชาติชาย กล่าว n







