posttoday
กสทช.กับหลักนิติธรรม

กสทช.กับหลักนิติธรรม

07 พฤศจิกายน 2560

สุภิญญา กลางณรงค์เวลานี้ กสทช. หรือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ชุดแรกถือว่าครบวาระไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2560 แต่ยังอยู่ในช่วงทำหน้าที่รักษาการจนกว่าการสรรหา กสทช.ชุดใหม่จะเสร็จสิ้น

สุภิญญา กลางณรงค์

เวลานี้ กสทช. หรือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ชุดแรกถือว่าครบวาระไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2560 แต่ยังอยู่ในช่วงทำหน้าที่รักษาการจนกว่าการสรรหา กสทช.ชุดใหม่จะเสร็จสิ้น

ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นหนึ่งในอดีต กสทช.ชุดแรกที่ยุติการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนแล้ว ขอใช้โอกาสนี้เสนอความเห็นต่อทั้งคณะกรรมการสรรหาและผู้สมัคร กสทช.ชุดใหม่ที่จะได้รับเลือกมาทำงานต่อไป

ก่อนอื่นผู้เขียนยอมรับว่าการทำงานของ กสทช.ที่ผ่านมาได้รับ คำตำหนิมากกว่าคำชม แม้ว่าหลายอย่าง กสทช.จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ให้เกิดประสิทธิภาพบนฐานการแข่งขันเสรี ในระบบใบอนุญาตมากขึ้น แต่ก็ยังมี จุดอ่อนเรื่องการกำกับดูแลให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม การดูแลสิทธิเสรีภาพสื่อและคุ้มครองผู้บริโภค ที่มักถูกวิจารณ์เสมอมาว่าสอบไม่ผ่านในการทำหน้าที่

ปัญหาหนึ่งคงมาจากประเด็นเรื่องธรรมาภิบาลของคนและองค์กรที่ถูกมองว่าไม่ได้ทำงานอย่างเป็นอิสระเท่า ที่ควร แม้ว่ากฎหมาย กสทช.ที่ออกแบบมาโดยรัฐธรรมนูญจะมีเจตนารมณ์ให้ กสทช.เป็นองค์กรกำกับดูแลที่เป็นอิสระจากรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจทางการเมือง และอิสระจาก ภาคเอกชนที่เป็นผู้รับใบอนุญาต แต่ให้รับผิดรับชอบกับประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

ช่วงที่ผู้เขียนยุติการทำงานที่ กสทช. ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมอบรมหลักสูตรผู้บริหารว่าด้วยเรื่อง Rule of Law and Development (ROLD) ซึ่งจัดการหลักสูตรโดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ Thailand Institute of Justice (TIJ) จึงได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืนมากขึ้น และเห็นว่ามีหัวใจสำคัญที่เจ้าหน้าที่ของรัฐและองค์กรกำกับดูแลอย่าง กสทช. ควรต้องนำมาปฏิบัติ

นั่นคือหลัก 3 ประการ ตามชื่อย่อของ TIJ

1.Transparency หลักการว่าด้วยการทำงานอย่างเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานขั้นต้นของผู้มีอำนาจในการให้คุณให้โทษต่อผู้รับอนุญาต ทั้งการใช้อำนาจลงโทษอย่างเหมาะสม หรือปัญหาการเพิกเฉย ไม่ใช้อำนาจในการจัดการคนที่ทำผิดกติกา

การตัดสินของ กสทช.ในทุกกรณีต้องมีการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะเข้าถึงได้ง่าย ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งวาระและมติการประชุมของบอร์ดค่อนข้างล่าช้าในการนำขึ้นบนอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงข้อมูลสำคัญอื่นที่เข้าถึงยาก เช่น งบการจัดซื้อจัดจ้างและการ ใช้งบประมาณของทั้งตัวกรรมการ รายบุคคล เลขาธิการ สำนักงาน

รวมถึงเปิดเผยการมีความสัมพันธ์กับภาคเอกชนเหมือนที่องค์กรกำกับดูแลในประเทศตะวันตกต้องเปิดเผยการรับของขวัญ การใช้งบรับรองและการเดินทางต่างประเทศให้สาธารณะรับรู้ ทั้งปริมาณเงินและผลงานที่ได้ จากการเดินทาง เป็นต้น

ในที่ประชุมขององค์กรกำกับดูแลในสหรัฐอเมริกา หรือ FCC (Federal Communication Commission) มีการถ่ายทอดสดออนไลน์ให้คนอเมริกันและคนทั่วโลกได้รับรู้ด้วย (เพราะในความเป็นจริงต่างก็รู้ว่าก่อนการเข้าประชุมอย่างเป็นทางการส่วนใหญ่ได้มีการตกลงใจกันก่อนหน้าแล้วว่าจะลงมติอย่างไร ดังนั้น การประชุมจึงเป็นคล้ายพิธีกรรม จึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่เปิดเผยกับสาธารณะให้รับรู้)

2.Integrity ความซื่อตรงต่อตนเองและสังคม ทำงานด้วยความ เป็นอิสระ มีศักดิ์ศรี ตรงไปตรงมา สม่ำเสมอ ทั้งในและนอกห้องประชุม ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คนจะ (ไม่) เชื่อมั่นในองค์กรที่มีผลประโยชน์มหาศาล

ดังนั้น การทำให้คนอื่นเชื่อว่า เรามีสิ่งนั้น เราต้องปฏิบัติให้เห็นผ่านพฤติกรรม การกระทำและผลการตัดสินใจ (หรือไม่ตัดสินใจ) ในแต่ละเรื่องว่าไม่มีลับลมคมใน อธิบาย ได้ชัดแจ้ง

รวมทั้งการรักษาระยะห่างจาก กลุ่มผลประโยชน์และสิ่งยั่วเย้า ควรเคร่งครัดกับตนเองให้มาก โดยเฉพาะการทำงานในวัฒนธรรมองค์กรที่อิงระบบอุปถัมภ์และมีคนคอยจะเข้าหาดูแลตลอดเวลา การไม่ถูกทำให้เสียคนเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดของการดำรงตำแหน่งระดับสูง

กสทช.จึงต้องทำตัวให้ยึดโยงกับสาธารณะ เช่น การใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ กสทช.เป็นคนจัดสรรคลื่นให้คนเข้าถึงได้มากขึ้นเอง การยอมรับคำวิจารณ์และให้สังคมตรวจสอบได้ โดยไม่ใช้อำนาจไปฟ้องร้องหรือการให้ทุนทำวิจัยหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อลดทอนการตรวจสอบจากสื่อ นักวิชาการ โดยจงใจ เป็นต้น

3.Justice ความเป็นธรรมที่จะมีให้กับผู้รับใบอนุญาตอย่างเสมอภาคกัน ไม่ว่าจะเป็นเอกชนรายเล็กหรือรายใหญ่ รวมทั้งให้ความยุติธรรมกับผู้บริโภคในกรณีที่ถูกเอกชนเอาเปรียบ กสทช.มีรายได้ของตนเองจำนวนมากจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี ซึ่งถือเป็นภาษีทางอ้อม ดังนั้นต้องมีใจที่เป็นกลาง เที่ยงธรรมในการทำงานที่ตอบสนองกับประชาชนที่เสียภาษีทุกกลุ่ม ไม่ว่าเขาจะมีเพศสภาพ สถานะ จุดยืนทางการเมืองอย่างไร และไม่ควรเป็นเครื่องมือของอำนาจการเมืองใด

ยังมีหลักการอื่นอีก เช่น การมีวิสัยทัศน์ เปิดกว้างร่วมสมัย ถ้าไม่ได้คนที่หัวก้าวหน้าแต่ก็ไม่ควรเป็นคนที่มีความคิดอนุรักษนิยมจนเกินไป เพราะงาน กสทช.ต้องรับมือกับเทคโนโลยีป่วนโลกและความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้โดยไม่ควรสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวจนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยรวมของสังคม n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท