posttoday
บ้าน ‘อัจฉริยศรีพงศ์’ อาณาจักรรักใจกลางสุขุมวิท

บ้าน ‘อัจฉริยศรีพงศ์’ อาณาจักรรักใจกลางสุขุมวิท

01 พฤศจิกายน 2560

เรื่อง สมแขก ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์การเนรมิตเนื้อที่ 400 ตารางวา บนทำเลทองใจกลางสุขุมวิท ให้เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นลักซ์ชัวรี่ รูปทรงตัวยู (U) ที่โก้หรูคล้ายเหลี่ยมอัญมณีที่ผ่านการเจียระไนของพี่น้อง ครอบครัวอัจฉริยศรีพงศ์ ผู้ก่อตั้งอาณาจักรเจมส์ พาวิลเลี่ยน แบรนด์หรูแห่งวงการอัญมณีไทย

เรื่อง สมแขก ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

การเนรมิตเนื้อที่ 400 ตารางวา บนทำเลทองใจกลางสุขุมวิท ให้เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นลักซ์ชัวรี่ รูปทรงตัวยู (U) ที่โก้หรูคล้ายเหลี่ยมอัญมณีที่ผ่านการเจียระไนของพี่น้อง ครอบครัวอัจฉริยศรีพงศ์ ผู้ก่อตั้งอาณาจักรเจมส์ พาวิลเลี่ยน แบรนด์หรูแห่งวงการอัญมณีไทย

"ท็อป-ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์" ประธานกรรมการบริหารกลุ่ม บริษัท เจมส์ พาวิลเลี่ยน ผู้ร่วมก่อตั้งดูแลด้านการตลาด ในฐานะพี่คนรองของบ้าน เล่าที่มาของบ้านที่อบอุ่นด้วยความรักหลังนี้ว่า ก่อนหน้าที่จะย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ในเนื้อที่ 1 ไร่นี้ เดิมบ้านของพี่น้องอัจฉริยศรีพงศ์เป็นเพียงบ้านหลังเล็กที่พ่อกับแม่ซื้อไว้ในย่านปิ่นเกล้า เพื่อให้ลูกๆ มาอาศัยตอนเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ เท่านั้น

"ผมเป็นคน จ.ราชบุรี ก่อนมีบ้านหลังนี้ก็อยู่ บ้านหลังเล็กๆ มาก่อน อยู่ที่นี่มาเกือบ 3 ปี วัตถุประสงค์ของการมีบ้านหลังนี้ก็คือ พวกเราอยากอยู่ในเมือง แม่ผมก็อยากอยู่ในเมือง เราเลือกพื้นที่ตรงนี้เพราะสะดวกกับที่ทำงานทั้ง 3 ที่ ไม่ว่าจะเป็นถนนปั้น เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน ซึ่งผมคิดว่าถ้าเราประหยัดเวลาการเดินทางได้ คุณภาพชีวิตมันดีขึ้น นี่คือคอนเซ็ปต์ที่เราวางไว้

ที่ดินตรงนี้เคยมีบ้านเก่ามาก่อน 2 หลัง เจ้าของเดิมให้ชาวต่างชาติเช่า และประกาศขาย เราก็เลยตัดสินใจซื้อ ต้องบอกว่าผมเป็นเจเนอเรชั่นแรกของธุรกิจเจมส์ พาวิลเลี่ยน เราไม่มีมรดกตกทอดอะไร ดังนั้นเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสร้างไว้ให้คนรุ่นต่อไป ตั้งแต่ซื้อที่ดินจนกระทั่งย้ายเข้ามาอยู่จริงใช้เวลาราว 5 ปี บ้านหลังนี้อยู่ 3 คน มีคุณแม่ ผม น้องชาย ส่วนพี่สาวกับน้องสาวจะไปๆ มาๆ เพราะเขาแต่งงานแล้ว ในพื้นที่นี้เราทำเป็นบ้าน 2 ชั้น จำนวนห้องกี่ห้องนี่ผมไม่ได้นับ ห้องที่เป็นห้องนอนจริงๆ ก็ทำแค่ 5 ห้อง แต่ถ้าเผื่อน้องชายจะมีลูกเราก็พร้อมจะทำให้เป็น 7 ห้องได้ เพราะเราสร้างเผื่อและพร้อมที่จะขยายให้เป็นครอบครัวใหญ่อยู่แล้ว ตอนนี้เรามีทำห้องออกกำลังกายในส่วนที่คิดว่าจะเป็นห้องนอนของเด็กในอนาคต ผมภูมิใจมากและเรียกห้องนั้นว่าห้องทรมานร่างกาย ติดสติ๊กเกอร์ไว้หน้าห้องเรียบร้อย (หัวเราะ)"

หัวใจของบ้านหลังนี้ไม่ใช่ความแพงของเครื่องใช้ หรือความกว้างใหญ่ ทว่าพื้นที่ใช้สอยสำคัญของบ้านจะเคลื่อนไหวตามพระของบ้านนั่นคือคุณแม่ (วลัยศรี อัจฉริยศรีพงศ์) "ฝั่งที่ใช้บ่อยที่สุดก็เป็นฝั่งที่คุณแม่ผมนั่งอยู่ แม่เป็นศูนย์กลางของครอบครัว เพราะฉะนั้นไม่ว่าท่านจะอยู่ตรงไหนพวกเราจะไปล้อมเอาไว้ กิจกรรมของคุณแม่จะเป็นหลักในการกำหนดพื้นที่ของลูกๆ ไปในตัว กิจกรรมส่วนใหญ่ของเราคือทำกับข้าว ดังนั้นเราจะให้ความสำคัญกับโต๊ะอาหาร บางทีมีเชฟเข้ามาทำอาหารที่บ้าน เป็นความสนุกสนานและให้ความเป็นส่วนตัว เราก็เป็นลูกมือเชฟ เป็นกิจกรรมที่ทำให้บ้านมีชีวิตชีวา ผมว่าบางครั้งครอบครัวไม่ต้องทำอะไรมาก แค่มานั่งด้วยกันคุยความเป็นไปของชีวิตก็มีความสุขแล้ว เพราะแต่ละคนยุ่ง การมีเวลาแล้วอยู่ด้วยกันถือว่ามีความสุขแล้ว"

ในฐานะพี่รองของบ้าน ปิยะมุ่งหมายที่จะให้บ้านหลังนี้เป็นเรือนหอของน้องชาย ดังนั้นบ้านหลังใหญ่ใจกลางสุขุมวิทหลังนี้อาจจะไม่ใช่หลังสุดท้ายของเขา "ผมอยากจะมีเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ให้คนอื่นเช่าและผมอยู่ไปเลยหนึ่งชั้น ผมมองว่าการที่เราอยู่แบบครอบครัวใหญ่เหมือนวันนี้ มีเรื่องต้องดูแล มีรายละเอียดให้เราต้องจัดการมากมาย ดังนั้นวันหนึ่งถ้าทุกคนมีครอบครัวของตัวเอง ผมอยากอยู่แบบที่เราไม่ต้องจัดการเอง การทำเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เราก็มีทีมงานที่ต้องบริการลูกค้าอยู่แล้ว และผมจะเป็นลูกค้าอีกคนหนึ่ง และเป็นรายได้ที่กลับมาหาเราด้วย เป็นเรื่องที่ต้องลงทุนและมองว่าเป็นอนาคตของผม

ณ ปัจจุบันที่นี่คือความอบอุ่นของผม ผมมองว่าบ้านหลังใหญ่จะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าเผื่อสมาชิกไม่ได้อยู่ด้วยกัน และไม่มีความสุข ผมว่าสำคัญที่ ตรงนี้ และคอนเซ็ปต์ที่เล่ามาทั้งหมดคือตรงนี้ ตอนนี้ก็เป็นแบบนี้ ซึ่งถึงแม้ว่าสมาชิกจะไม่ครบทั้งหมด แต่ไม่ได้หมายความว่าความสุขของพวกเราจะลด น้อยลง" นี่คือนิยามคำว่าบ้านจากพี่รองของบ้าน อัจฉริยศรีพงศ์

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี