
สร้างความมั่งคั่งด้วยความรู้มือหนึ่ง
จักรพงษ์ เมษพันธุ์ & THE MONEY COACHโลกใบนี้มีการเรียนรู้อยู่ด้วยกัน 2 ประเภท
จักรพงษ์ เมษพันธุ์ & THE MONEY COACH
โลกใบนี้มีการเรียนรู้อยู่ด้วยกัน 2 ประเภท
ประเภทแรก คือ การเรียนรู้จากคนอื่น ทั้งจากหนังสือ ห้องเรียน ห้องสัมมนา และการได้พูดคุยกับคนสำเร็จ ซึ่งผมเรียกของผมเองว่า "ความรู้มือสอง"
ความรู้แบบนี้เป็นความรู้ที่คนส่วนใหญ่รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เป็นความรู้ที่หาได้ไม่ยาก เพราะมักมีคนใจดีแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ออกมาให้เราได้อ่าน ได้เรียน และได้ฟัง กันอยู่เสมอๆ
ข้อดีของความรู้แบบนี้ก็คือ เป็นความรู้ที่เรานำไปคิดต่อยอด และประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้เลย ไม่ต้องลองผิดลองถูกให้เสียเวลา
แต่ก็มีข้อเสียที่ว่า ความรู้มือสองนั้นหลายครั้งเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งอาจเก่าและไม่เหมาะสมที่จะใช้กับทุกสถานการณ์ได้
ที่สำคัญมันไม่ใช่ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ของเราเอง ซึ่งผมเรียกของผมเอง (อีกแล้ว) ว่า "ความรู้มือหนึ่ง"
ก็เหมือนที่คนเราเรียนรู้วิธีการขี่จักรยานจากแชมป์แข่งจักรยานได้ แต่เราไม่มีทางขี่จักรยานเป็น ถ้าเราไม่ได้ลองขี่ ไม่ได้ลองล้ม ไม่ได้ลองเอาสิ่งที่ได้รับจากการเรียนไปฝึกฝน
ใครก็รู้ว่าขี่จักรยานต้องทรงตัวให้ดี จับแฮนด์ให้ตรง แล้วค่อยๆ ถีบล้อ จักรยานถึงจะวิ่งไปได้ ไม่หกล้ม นั่นคือความรู้มือสอง แต่การกระโดดขึ้นไปนั่งและฝึกทรงตัวบนจักรยาน ในขณะที่เท้าก็ปั่นล้อไปเรื่อยๆ ล้มแล้วก็ลุก ล้มแล้วก็ลองใหม่ นั่นคือการหาความรู้มือหนึ่งที่จะทำให้คุณขี่จักรยานได้จริง
โดยส่วนตัวผมรักและรู้สึกหลงใหลการหาความรู้มือหนึ่งเป็นอย่างมาก เพราะสนุก และได้ทดลองใช้สิ่งที่รู้มาจากหนังสือหรือผู้รู้มาใช้ทำให้ตัวเองดีขึ้น ซึ่งผมเชื่อเสมอว่านี่แหละคือ การเรียนรู้ที่แท้จริง
ทุกครั้งที่ได้ "ลงมือ" ผมมักพบเสมอว่า มันมีอะไรมากกว่าสิ่งที่ได้อ่าน ได้ยิน และได้ฟังคนอื่นอีกมากมาย และถ้าไม่ลองทำก็จะไม่มีวันรู้ ไม่มีวันเข้าใจ
ก็เหมือนที่คนส่วนใหญ่รู้ว่า การออมเป็นเรื่องดี... แต่ถ้าไม่หัดลองฝึกนิสัยให้ออมเงินได้จริงๆ คุณก็จะไม่มีทางรู้เลยว่า การออมให้อะไรมากกว่าสตางค์ที่เพิ่มขึ้น
เศรษฐกิจพอเพียง (พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน) ท่องกันเสียจนดูฉลาด แต่ถ้าขลาดที่จะเริ่มคิดเริ่มทำตามแนวพระราชดำรัสในหลวง คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่านี่คือ หลักคิดที่สำคัญต่อชีวิตมากแค่ไหน
ศึกษาวิธีการลงทุนกันแทบตาย สุดท้ายถ้าไม่ได้ฝึกลงทุนจริงๆ คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่า สิ่งสำคัญสำหรับการลงทุนไม่ใช่ความรู้เรื่องการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่มันยังมีรายละเอียดยิบย่อยที่เราจะได้รับก็ต่อเมื่อลงมือทำจริง จนเกิดเป็นประสบการณ์การลงทุนของตัวเอง
ไม่งั้นคนอ่านหนังสือลงทุนเล่มเดียวกัน เรียนคอร์สเดียวกันก็รวยเหมือนกันหมดแล้วสิ จริงมั้ย?
คนเรียนหุ้นมาเยอะ อ่านหนังสือมาแยะ พอลงสนามจริงแล้ว มีหลายคนที่ตกม้าตายด้วยจิตวิทยาการลงทุนของตัวเอง โดนไปครั้งสองครั้งก็เลิกเสียแล้ว
แล้วก็บอกว่าหุ้นไม่ดี หุ้นเสี่ยง ทั้งที่หากลงมือทำต่อไป เรียนรู้ต่อเนื่อง และพัฒนาตัวเองจากความผิดพลาดที่ได้รับ อันนี้แหละที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ทางบวกได้จริง ซึ่งก็ต้องอาศัยความรู้มือหนึ่งที่มากพอ ไม่ใช่เพียงแค่ควาามรู้มือสอง
ไม่ได้บอกว่าความรู้มือสองนั้นไม่สำคัญ แค่อยากบอกว่า การอ่าน การเข้าห้องเรียน เข้าห้องสัมมนา เป็นเพียงการจุดประกายให้ "อยากรู้" และปู พื้นฐานในเรื่องที่เราสนใจให้เท่านั้น
แต่ความรู้และการเรียนรู้ที่แท้จริง ที่เป็นของคุณเอง และติดตัวคุณไปตลอดไม่มีวันลืมจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณหยิบ ขยับ จับ ทำ ในสิ่งที่คุณได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน และได้คุยมา
ดังนั้น ถ้าอยากประสบความสำเร็จ คุณอาจเริ่มต้นสะสมและเรียนรู้จากความรู้มือสองก่อน จากนั้นก็ค่อยเอาความรู้มือสองมาประยุกต์ มาลองทำ มาลองพัฒนา เก็บเลเวล และค่อยๆ ต่อยอดจนมันเป็นความรู้มือหนึ่งของ ตัวเอง
และถ้ามีโอกาสก็ให้เผยแพร่ความรู้มือหนึ่งของตัวเองออกไป เพื่อให้เราได้เรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นไปอีก นั่นคือระดับของ "ผู้ให้" ซึ่งจะยิ่งพัฒนาเราให้เก่งขึ้นได้อย่างก้าวกระโดดเลย ทีเดียว
"คนเก่งเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง คนฉลาดเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น" ก็จริง
แต่น่าเสียดายที่คน "ฉลาด" หลายคนไม่ประสบความสำเร็จ เพราะพวกเขา "เก่ง" ไม่พอ 555
สะสมความรู้มือสองกันแล้ว อย่าลืมนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นความรู้ มือหนึ่งของตัวเองกันนะครับ







