
ลุ้นกองDIFเพิ่มทุนใหญ่
บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่อมผู้ถือหน่วยกอง DIF อนุมัติเพิ่มทุน และลงทุนทรัพย์สินทรู 7.1 หมื่นล้าน คาดส่วนแบ่งกำไรเพิ่ม 0.06 บาท/หน่วย
บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่อมผู้ถือหน่วยกอง DIF อนุมัติเพิ่มทุน และลงทุนทรัพย์สินทรู 7.1 หมื่นล้าน คาดส่วนแบ่งกำไรเพิ่ม 0.06 บาท/หน่วย
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ในฐานะบริษัทจัดการ กองทุนรวมโครงสร้าง พื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) เปิดเผยว่า การประชุมผู้ถือหน่วยลงทุน วันที่ 23 พ.ย.นี้ บริษัทมีความเห็นว่า ผู้ถือหน่วยควรพิจารณาอนุมัติการลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม เนื่องจากทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีในระยะยาว
ขณะที่ได้กำหนดเงื่อนไขในการลงทุนคือ การลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 2 จะส่งผลให้ประมาณการเงินปันส่วนแบ่งกำไรต่อหน่วยของกองทุน (DPU) เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 0.03 บาท/หน่วย
หลังจากการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 จะส่งผลให้ประมาณการเงินปันส่วนแบ่งกำไรต่อหน่วยของกองทุน ซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 0.06 บาท/หน่วย
สำหรับการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 2 มีราคารวม 1.3 หมื่นล้านบาท แหล่งเงินทุนจะมาจากการกู้ยืมเงินทั้งหมด ในเบื้องต้นจะกู้จากธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ กำหนดชำระคืนเงินกู้ครั้งเดียว 5 ปี
ด้านการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 5.8 หมื่นล้านบาท โดยกองทุนจะกู้ยืมเงิน 2,000 ล้านบาท เบื้องต้นอาจกู้จากธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์
นอกจากนี้ กอง DIF จะเพิ่มทุนจดทะเบียน 4.3 หมื่นล้านบาท จากเดิมทุนจดทะเบียน 5.8 หมื่นล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์ 10 บาท/หน่วย) รวมเป็นทุนจดทะเบียน 1.01 แสนล้านบาท โดยการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ 4,300 ล้านหน่วย ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิม หรือเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนเดิม หรือเสนอขายบุคคลในวงจำกัด (PP) และเสนอขายประชาชนทั่วไป (PO)
ขณะเดียวกันจะจัดสรรให้ผู้จองซื้อพิเศษ เสนอขายผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (CI) และเสนอขายให้ผู้รับซื้อหลักทรัพย์เบื้องต้นในต่างประเทศ (Initial Purchaser) ตลอดจนนักลงทุนประเภทอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยอาจเสนอขายนักลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง ซึ่งได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ด้วย
กอง DIF มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (เอ็นเอวี) ณ วันที่ 30 ก.ย. 2560 ที่ 9.02 หมื่นล้านบาท เป็นเจ้าของหรือมีสิทธิ ในการรับประโยชน์จากรายได้ ที่เกิดจากการให้เช่าเสาโทรคมนาคมรวม 12,183 เสา FOC ที่มีความยาวกว่า 60,343 กิโลเมตร และระบบบรอดแบนด์ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัดจำนวนประมาณ 1.2 ล้านพอร์ต
กรณีที่ผู้ถือหน่วยอนุมัติให้ลงทุนเพิ่มเติมจะเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิที่เกิดจากค่าเช่าจากเสาโทรคมนาคมจำนวน 12,682 เสา และ FOC ระยะทางประมาณ 62,668 กิโลเมตร และระบบบรอดแบนด์ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัดจำนวนประมาณ 1.2 ล้านพอร์ต







