posttoday
ทำไมต้องล้มกระดาน การปรับปรุง พรบ.คุ้มครองพันธ์ุพืช (1)

ทำไมต้องล้มกระดาน การปรับปรุง พรบ.คุ้มครองพันธ์ุพืช (1)

05 พฤศจิกายน 2560

อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ จากกระแสข่าวเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ในฐานะอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ประเทศไทยประกาศใช้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชฉบับแรกในปี 2542 และจะต้องใช้ต่อไปจนกว่าจะมีการแก้ไข

อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ

จากกระแสข่าวเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ในฐานะอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ประเทศไทยประกาศใช้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชฉบับแรกในปี 2542 และจะต้องใช้ต่อไปจนกว่าจะมีการแก้ไข

เมื่อใช้กฎหมายฉบับนี้ไประยะหนึ่งก็พบว่ามีข้อจำกัดและปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ไข จึงเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553 เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการก็นำไปพิจารณาในคณะกรรมการกฤษฎีกา เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบประมาณว่ามีการนำร่างที่แก้ไขมาแล้ว กลับมาประชุมพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี

ที่กล่าวมานี้ก็เพื่อจะบอกว่ากว่าจะทำมาถึงฉบับที่นำเสนอในเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตร มีการลงทุนลงแรงไปมากและยาวนานไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งจะมาเร่งทำช่วงที่ผ่านมา

แต่ผมไม่ได้สรุปว่าไม่ต้องแก้ไขอีกแล้ว หากเห็นว่าเรื่องใดยังไม่ถูกต้องก็ชอบที่เสนอให้มีการพิจารณากันอย่างรอบคอบ โปรดอย่าลืมว่ายังมีด่านสุดท้ายคือ รัฐสภาที่จะตรวจสอบอย่างเข้มข้นก่อนจะให้ความเห็นชอบและประกาศใช้ต่อไป

โปรดอย่าเลือกใช้วิธีล้มกระดานแล้วมาเริ่มกันใหม่ เราควรช่วยกันทำให้กฎหมายฉบับใหม่ที่กำลังร่างมีความสมบูรณ์ที่สุดดีกว่า ผมขอยืนยันว่าข้าราชการกรมวิชาการเกษตรที่เกี่ยวข้องต่างก็มองประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ ไม่มีผลประโยชน์จากบริษัทต่างๆ อย่างที่ถูกกล่าวหา ไม่มีเลศนัยที่จะแอบเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV) โดยไม่ผ่านรัฐสภา ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าเป็นไป ไม่ได้ ทัศนะแตกต่างกันได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่นำมาร่วมกันกำหนดสิ่งที่ดีที่สุดได้ถ้าเรามีเจตนาดีต่อส่วนรวม

ประเด็นที่มีความเห็นต่างกัน ผมมีความเห็น ดังนี้

1.ประเด็นแรกที่กังวลกันมากคือ สิทธิของเกษตรกรที่มีคำถามว่า เมื่อซื้อพันธุ์พืชไปปลูกแล้วจะสามารถเก็บ พันธุ์ไปปลูกในปีต่อๆ ไปได้หรือไม่ หากเป็นพันธุ์พืชทั่วไปที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่พันธุ์พืชที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่และมีการจดทะเบียนคุ้มครองก็สามารถเก็บไปปลูกขาย หรือแจกจ่ายได้ไม่มีข้อจำกัด

กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ห้ามนำพันธุ์พืชทั่วไปเหล่านี้ไปปลูกแต่อย่างใด หากเป็นพันธุ์พืชใหม่ที่มีการจดทะเบียนคุ้มครองแล้ว ในมาตรา 35 วรรคหนึ่ง ตอบข้อกังวลได้ว่าถ้าซื้อมาอย่างถูกต้องก็สามารถเก็บไปปลูกต่อได้ ผลผลิตก็นำไปขายได้ ถือเป็นสิทธิพิเศษที่ยกเว้นสิทธิของ 2 เจ้าของพันธุ์พืชใหม่ให้เกษตรกร แต่ต้องไม่กระทำการใดๆ ให้เข้าข่ายว่าเป็นการขยายพันธุ์ของพันธุ์ที่ซื้อมาแล้วไปขายต่อในลักษณะพันธุ์พืช

สำหรับในมาตรา 35 วรรคสอง เป็นการให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกประกาศระงับสิทธิพิเศษนี้ (ตามวรรคหนึ่ง) บางส่วนหรือทั้งหมดอันเนื่องมาจากเกิดผลกระทบกับพันธุ์พืชคุ้มครองบางประเภท เช่น การขยายพันธุ์ไม้ผล (ด้วยวิธีการตอน ทาบกิ่งฯ) มากเกินไป แต่การใช้อำนาจดังกล่าวก็ต้องชี้แจงต่อประชาชนด้วย

2.ข้อกังวลว่าร่างฉบับใหม่ขยายการผูกขาดให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ 2.1 การขยายระยะเวลาการคุ้มครองจากเดิม 12 ปี สำหรับพืชให้ผลผลิตในเวลาไม่เกิน 2 ปี และ 17 ปี สำหรับพืชที่ให้ผลผลิตเกินกว่า 2 ปี รวมถึง 27 ปี สำหรับพืชที่ใช้ประโยชน์เนื้อไม้ปรับแก้เป็น 20 ปี สำหรับพืชทั่วไป และ 25 ปีสำหรับไม้ยืนต้น และไม้เถายืนต้น (เช่น องุ่น) เป็นการเปลี่ยนระบบการกำหนดระยะเวลาคุ้มครองเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลทั้งในระดับโลกและกลุ่มประเทศอาเซียน ผลคือในบางกรณีระยะเวลาการคุ้มครองจะยาวขึ้น บางกรณีจะสั้นลง

2.2 เพิ่มการคุ้มครองไปถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์ เราพยายามปรับกฎหมายให้เป็นธรรมและสอดคล้องกับ ประเทศในกลุ่มอาเซียน จึงขยายการคุ้มครองไปยังผลผลิตเฉพาะที่ผลิตจากส่วนขยายพันธุ์ที่ลักลอบมา (กระทำโดยไม่สุจริต) รวมถึงการนำผลผลิตดังกล่าวไปทำผลิตภัณฑ์ โดยรู้ว่าเป็นผลผลิตที่ได้มาโดยมิชอบ (มาตรา 37, 38) เจ้าของพันธุ์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้

2.3 ขยายการคุ้มครองไปยังสายพันธุ์ย่อยหรืออนุพันธ์ของพันธุ์พืชใหม่ คำว่า สายพันธุ์ย่อยหรืออนุพันธุ์ของพันธุ์พืชใหม่ในที่นี้หมายถึงคำที่ใช้ในการร่างกฎหมายนี้ว่า "พันธุ์ที่ได้พันธุกรรมสำคัญจากพันธุ์อื่น" ซึ่งภาษาอังกฤษใช้คำว่า Essentially Derived Varieties หรือ EDVs คือพันธุ์พืชที่ปรับปรุงพันธุ์ได้แล้วตามเงื่อนไขของพันธุ์พืชใหม่ แต่มีลักษณะสำคัญส่วนใหญ่เหมือนพันธุ์เดิม

ในร่างกฎหมายใหม่สามารถนำไปขอจดทะเบียนคุ้มครองได้ แต่ผู้ที่ปรับปรุงพันธุ์นั้นๆ จะนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าไม่ได้ หากไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของพันธุ์ดั้งเดิม เป็นการให้ความเป็นธรรมกับเจ้าของพันธุ์เดิม เป็นมาตรการปกป้องและคุ้มครองนักปรับปรุงพันธุ์พืชของไทยรายย่อยที่ส่วนใหญ่มีเทคโนโลยีด้อยกว่าต่างประเทศ

3.เปิดทางให้โจรสลัดชีวภาพเข้ามาใช้พันธุ์พืชประเภทต่างๆ ของไทยโดยง่าย ได้แก่ พันธุ์พืชพื้นเมือง เฉพาะถิ่น พันธุ์พืชป่า พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป รวมถึงพันธุ์ของราชการ เปิดทางโดยการเปลี่ยนแปลงคำนิยามบ้าง ตัดเงื่อนไขสำคัญ การแสดงที่มาของสารพันธุกรรมในการชี้ว่าเป็นพันธุ์พืชใหม่หรือไม่

ในตอนต่อไปผมจะลงรายละเอียดในประเด็นโจรสลัดชีวภาพและประเด็นอื่นๆ n

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง