
SCB-KBANK
& จิตรา อมรธรรม & รองกรรมการผู้จัดการ & ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ & บล.ฟินันเซียไซรัส & [email protected]ลดกำไร SCB
& จิตรา อมรธรรม & รองกรรมการผู้จัดการ & ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ & บล.ฟินันเซียไซรัส & [email protected]
ลดกำไร SCB
สัปดาห์ที่ผ่านมานักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ได้เข้าประชุมร่วมกับผู้บริหารของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ข้อมูลที่ได้มาทำให้มองว่าการเติบโตของกำไรในช่วง 2 ปีนี้ของ SCB น่าจะสู้ธนาคารใหญ่อื่นไม่ได้ ด้วยการลงทุนด้านไอทีครั้งใหญ่ซึ่งได้เริ่มมาแล้วตั้งแต่ปีก่อนทำให้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น โดยยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์ได้ในทันที จึงกดดันกำไรในปีนี้ปีหน้า นักวิเคราะห์จึงปรับลดกำไรลง 5-8% โดยคาดว่ากำไรปีนี้น่าจะลดลง ต่ำกว่าปีก่อน 7% ก่อนจะเพิ่มขึ้น 6% ในปีหน้า อัตราการเติบโตดังกล่าวน้อยกว่าธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่คาดกำไรโต 15% (สูงสุดในกลุ่ม) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) ที่คาดกำไรโต 8% จึงชอบ KBANK และ BBL มากกว่าสำหรับการลงทุนในปี 2561
ลงทุนไอทีเรื่องหลัก
ในการประชุมนักวิเคราะห์สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารยังไม่เปิดเผย แผนการดำเนินงานปี 2561 แต่ได้ให้แนวโน้มในบางรายการ เช่น แนวโน้มค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่น่าจะสูงขึ้นในปี 2561 และน่าจะ เป็นจุดสูงสุดของการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับไอทีหรือที่เรียกว่า Transformation program ในที่ประชุมผู้บริหารยังได้กล่าวถึงความก้าวหน้าของการลงทุนดังกล่าว ซึ่งได้เริ่มโปรแกรมนี้ตั้งแต่กลางปี 2559 และน่าจะสิ้นสุดปี 2562 ส่วนรายได้น่าจะออกดอกออกผลอย่างเห็นได้ชัดในปี 2563 เป็นต้นไป
เนื่องจากการลงทุนไม่ใช่แค่ไอที เทคโนโลยี แต่รวมไปถึงการพัฒนาบุคลากรและการปรับรูปแบบสาขาให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสังคมดิจิทัลในอนาคต งบการลงทุนทั้งโครงการประมาณ 4 หมื่นล้านบาท
ปรับลดประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าลง
นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กลับมาปรับลดประมาณการกำไรปี 2560 ลง 8% เป็น 4.39 หมื่นล้านบาท หดตัวจากปีก่อน 7% สะท้อนผล การดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2560 ที่ต่ำกว่าคาดจากการตั้งสำรองค่า เผื่อหนี้สูญที่สูงกว่าที่คาด และคิดว่าค่าใช้จ่ายสำรองดังกล่าวน่าจะสูง ต่อเนื่องในไตรมาส 4 ปี 2560 เพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS 9 ที่จะเริ่มใช้ในปี 2562 ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าแม้ว่าเกณฑ์ การคำนวณยังไม่ได้ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศ ไทยก็ตาม สำหรับประมาณการกำไรปี 2561 ปรับลดลง 5% จากการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพราะน่าจะขึ้นสู่ระดับสูงที่สุดในปีหน้า โดยนักวิเคราะห์คาดว่าค่าใช้จ่ายต่อรายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 43.6% ทำให้ กำไรปีหน้าเป็น 4.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้เพียง 6%
ราคาเหมาะสม 160 บาท
ภายหลังการปรับประมาณการ พบว่าสัดส่วนราคาต่อกำไร (อาร์โออี) ในปี 2561 จะลดลงสู่ระดับ 12.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 ปี จึงปรับลดราคาตามมูลค่าบัญชี (PBV) ลงเป็น 1.40 เท่า จากเดิม 1.67 เท่า ทำให้ราคาเหมาะสมปี 2561 ประเมินได้ที่ 160 บาท ชอบ SCB น้อยลงและน้อยกว่า KBANK (ราคาเป้าหมายปีหน้า 256 บาท) และ BBL (ราคาเป้าหมายปีหน้า 230 บาท)







