posttoday
ปรับ ครม.ชุดใหญ่ ต่อลมหายใจรัฐบาล

ปรับ ครม.ชุดใหญ่ ต่อลมหายใจรัฐบาล

03 พฤศจิกายน 2560

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์ในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมายอมรับเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่าจะดำเนินการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งใหญ่ พร้อมกับจะปรับลดรัฐมนตรีในสัดส่วนของทหารลงด้วย

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมายอมรับเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่าจะดำเนินการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งใหญ่ พร้อมกับจะปรับลดรัฐมนตรีในสัดส่วนของทหารลงด้วย

"กำลังคิดอยู่ ต้องใช้เวลา มันมีเวลาของมันอยู่ ส่วนที่ถามว่าจะปรับในปีนี้หรือไม่นั้น อย่าไปสนใจมากเลย เพราะเป็นเรื่องของการบริหาร" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุเมื่อวันที่ 2 พ.ย.

เดิมที พล.อ.ประยุทธ์ มีความพยายามจะปรับ ครม.มาก่อนหน้านี้ อยู่แล้ว แต่เนื่องจากติดงานพระราชพิธีสำคัญทำให้รัฐบาลต้องบริหาร ภายใต้ทรัพยากรบุคคลเท่าที่มีไปก่อน แต่เมื่องานใหญ่ได้ผ่านพ้นไป ประกอบกับเกิดกรณีที่ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ลาออกจากตำแหน่ง รมว.แรงงาน จึงเป็นจังหวะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะปรับ ครม.ครั้งใหญ่อีกครั้ง

หากจะพิจารณาว่ารัฐมนตรีคนใดจะไม่ได้ไปต่อกับ พล.อ.ประยุทธ์ อาจแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

1.กลุ่มที่มีปัญหาเรื่องการถือหุ้น ปัจจุบันมีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี จำนวน 7 คน ได้แก่ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ถือหุ้นสื่อสารมวลชน ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาธิการ พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นกลุ่มที่ถือหุ้นที่ทำกิจการค้ากับรัฐและรับสัมปทานของรัฐ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ ถือหุ้นบริษัทเอกชน

ตามขั้นตอน กกต.จะต้องใช้เวลาในการพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน หากรัฐมนตรีคนใดเข้าข่ายขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ก็จะต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง

แม้จะยังไม่เป็นคดีเร่งด่วนที่จะมีการตัดสินในเร็วๆ นี้ แต่เมื่อเป็นปัญหาที่คาราคาซัง อาจมีความเป็นไปได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยการปรับออกจากรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีในกลุ่มนี้อาจจะไม่โดนปรับออกทั้งหมด โดย พล.อ.ประยุทธ์ เลือกเก็บรัฐมนตรีบางคนเอาไว้ที่ทำงานเป็นที่น่าพอใจ เช่น กอบกาญจน์ ม.ล.ปนัดดา อภิศักดิ์ หรือดอน

2.กลุ่มที่มีผลงานไม่เข้าตา พุ่งเป้าไปที่กระทรวงเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ โดยทั้งสองกระทรวงนี้กลายเป็นหมู่บ้านกระสุนตกในช่วง ที่ผ่านมา หลังจากผลงานไม่ค่อยเข้าตามากนัก

อย่างในกรณีของกระทรวงเกษตรฯ ถูกกังขาถึงการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก หรือ ไม่ใช่ฤดูน้ำหลาก เมื่อเจอทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องถูกร่างแหไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ยังซ้ำด้วยปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำจนยากต่อการควบคุม ด้วยเหตุนี้ทำให้รัฐบาลเสียคะแนนความนิยมจากส่วนภูมิภาคไม่น้อย

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ แม้ในระยะหลังจะมีตัวเลขทางเศรษฐกิจที่เป็นตัวชี้วัดว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น แต่ในอนาคตที่ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง อาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเศรษฐกิจอีกครั้ง เพื่อให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจออกมาดีที่สุดก่อนที่ คสช.จะลงจากตำแหน่ง

3.กลุ่มนายทหาร ปัจจุบันถ้าไม่นับ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ศิริชัย ที่เพิ่งลาออกไป เท่ากับ ครม.ชุดนี้จะมีทหารนั่งในเก้าอี้เสนาบดีถึง 10 คน โดยเฉพาะมีตำแหน่งรองนายกฯ ถึง 4 คน

ที่ผ่านมา คสช.ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดว่านำเข้าทหารให้มาทำงานฝ่ายพลเรือนจำนวนมากทั้งในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หรือแม้แต่ใน ครม. รวมไปถึงตำแหน่งกรรมการบริหารในรัฐวิสาหกิจ ส่งผลให้ถูกครหาเรื่องภาพลักษณ์ของการทำงานที่อยู่ภายใต้ทหาร

ภาพลักษณ์ที่ดูไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก ได้นำมาซึ่งปัญหาในการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะต้องยอมรับว่าต่างประเทศจะไม่ค่อยปลื้มรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเท่าไรนัก

จากภาพลักษณ์ที่ถูกเพ่งเล็งทำให้เมื่อการทำงานเกิดปัญหา กระแสวิจารณ์รัฐบาลมักจะลามมาถึงสถาบันของกองทัพด้วย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม พล.อ.ประวิตร ถึงยอมรับว่าต้องปรับลดรัฐมนตรีที่เป็นทหารให้น้อยลง

ความเป็นไปได้ที่น่าจะเกิดขึ้น คือ การปรับเปลี่ยนตัวรองนายกฯ ที่ปัจจุบันเป็นทหารถึง 4 นาย ให้ลดลง เพื่อเป็นการส่งสัญญาณกับสังคม แต่สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีอีก 6 คนนั้นจะเปลี่ยนเฉพาะรัฐมนตรีภาคสังคมและเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ความยากของการปรับ ครม.ไม่ได้อยู่ที่การจะเอาใครออกไปหรือการวัดกำลังภายในคนในรัฐบาล แต่อยู่ที่จะไปดึงใครมาทำหน้าที่รัฐมนตรีต่างหาก

ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันตัวเลือกที่พอจะให้ คสช.ได้ใช้สอยอย่างมีคุณภาพไม่ค่อยมีมากเท่าไรนัก ครั้นจะไปดึงพลเรือนที่เป็นสมาชิก สนช.ก็ย่อมถูกติงว่าเป็นการปรับ ครม.แบบวนในอ่างอีก

การจะไปดึงคนนอกแม่น้ำ 5 สาย ก็ทำได้ยาก เพราะยิ่งใกล้ช่วงเลือกตั้งย่อมไม่มีใครอยากลงมาเปลืองตัว สู้เก็บเนื้อเก็บตัวไว้สำหรับการเลือกตั้งน่าจะดีกว่า

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ พอสมควร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท