
แผนกับม้า
แผนนี่เป็นอะไรที่ดีนะครับ จะคิดหรือจะทำอะไรต้องวางแผนก่อนเวลาทำงานจะได้เป็นระบบระเบียบเรียบร้อย
โดย ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองเลขาธิการกฤษฎีกา
แผนนี่เป็นอะไรที่ดีนะครับ จะคิดหรือจะทำอะไรต้องวางแผนก่อนเวลาทำงานจะได้เป็นระบบระเบียบเรียบร้อย
ในทางทฤษฎีแล้วแผนจะทำให้เราคิดเสียให้รอบคอบก่อน ไม่บุ่มบ่ามทำอะไรลงไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลังต้องคิดว่าเราจะทำอะไร มีต้นทุนเท่าไร อะไรคือผลผลิต อะไรคือผลลัพธ์ อะไรคือตัวชี้วัดความสำเร็จคุ้มที่จะทำไหม อะไรเป็นปัญหา หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มี
หนทางป้องกันหรือแก้ไขปัญหา หรือเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างไร
ดังนั้น เมื่อพอคิดแผนเสร็จแล้วเราก็ต้อง “ลงมือทำ” ให้เป็นไปตามแผนด้วยนะครับ ไม่ใช่มัวแต่ยุ่งอยู่กับการทำแผน แต่ไม่ยอมลงมือทำตามแผนเสียที ผลสัมฤทธิ์มันก็ไม่เกิดขึ้นอย่างที่เราคาดหวัง อันนี้เสียเวลาทำแผนไปโดยเปล่าประโยชน์ สิ้นเปลืองเวลา งบประมาณ หรือแม้แต่กระดาษไปเปล่าๆ ด้วย แล้วยังทำให้โลกร้อนเสียอีกต่างหาก ถือเป็นการทำอะไรที่ไม่เป็นผลดีเลย
และถ้าเมื่อเราได้ลงมือทำตามแผนที่ได้วางไว้แล้วต่อมาเกิดปัญหาอุปสรรคใดๆ ขึ้นมาที่เราคิดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นได้ในตอนแรก นักวางแผนก็ต้องดำเนินการ “ปรับแผน” ให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ทำแผนเสร็จแล้วก็จบๆ กันไป แล้วก็กลับไปวางแผนใหม่กันอีกแล้ว ลืมแผนเก่าที่ได้วางไว้ไปเสียอย่างนั้น
ถึงแม้ว่าการวางแผนจะเป็นเรื่องที่ดีก็จริง แต่ถ้ามีแผนเยอะๆ มากเกินไป นี่ก็สร้างความปวดหัวได้ไม่น้อยเหมือนกันนะครับ ไม่รู้จะทำอันไหนก่อน หรือไม่รู้จะทำอันไหนทีหลังกันดี เพราะทุกแผนเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งถ้านักวางแผนมีทัศนวิสัยในการมองเห็นเหมือนม้าแข่งยิ่งปวดศีรษะไปกันใหญ่
ที่ผมเปรียบเทียบแผนกับม้าแข่งนี้ไม่ใช่ว่าดี เพราะทราบกันดีว่าม้าสัตว์สี่ขาที่วิ่งได้เร็วมากนะครับ แต่ม้าแข่งนี้เขาต้องหาอะไรมาครอบตาไว้ให้มองตรงๆ ไม่งั้นมันวอกแวก มุมมองของม้าแข่งจึงเป็นมุมมองเรื่องตรงหน้าของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้มองไปรอบๆข้างเลย
เมื่อเป็นเช่นนั้นผลที่ตามมาก็คือแผนเยอะๆ โดยไม่รู้ว่าจะใช้แผนใดก่อนหรือแผนใดหลัง หรือแผนใดสำคัญกว่ากัน แล้วควรจะทำอะไรก่อนหรือทำอะไรทีหลัง
เหตุผลสำคัญที่เปรียบเทียบ เพราะว่าการทำแบบม้าแข่งนี้มันไม่ประสานสอดคล้องกัน เวลาทำงานตามแผนจึงกลายเป็นต่างคนต่างทำกันไป ไม่สอดประสานสอดคล้องต้องกันเลย เรื่องหนึ่งบางทีมีแผนเข้ามาเกี่ยวข้องหลายแผน คนทำตามแผนแต่ละแผนก็หลายคนหลายหน่วยงาน งานการจึงสับสนวุ่นวายไปหมดเหมือนม้าแข่งที่มัววิ่งชนกันไปมา
บ้างก็ขวางม้าตัวอื่นไปด้วยเสียอย่างนั้น ผลคือม้าทุกตัวก็วิ่งเต็มที่ แต่เป็นการวิ่งชนกันเอง ไม่ไปถึงเส้นชัยสักที แล้วแบบนี้การงานจะประสบผลสำเร็จได้อย่างไร สิ่งที่วางแผนไว้คงไม่มีความหมายใดๆ
ในทัศนะของผู้เขียนหน่วยทำแผนภาพรวมควรมีหน่วยเดียวพอ แต่เป็นหน่วยที่มีวิสัยทัศน์เหมือน “ม้าป่า” ไม่ใช่ “ม้าแข่ง” ที่มีครอบตา เพราะม้าที่ไม่ใส่ครอบตานี่สามารถมองได้เกือบ 360 องศา หน่วยนี้จะได้วางแผนที่ครอบคลุมเรื่องต่างๆ โดยสอดคล้องต้องกันการทำงานตามแผนก็จะประสานรับกันไม่สับสน
ม้าจะได้วิ่งฉิวไปข้างหน้า ไม่เสียเวลาวิ่งชนกันเองให้เสียเวลา







