
สหรัฐเผยโฉมยกเครื่องภาษี
รีพับลิกันเผยร่างกฎหมายภาษีฉบับล่าสุด ลดภาษีนิติบุคคล หวังคุมบริษัทหนีภาษีไปต่างประเทศ
รีพับลิกันเผยร่างกฎหมายภาษีฉบับล่าสุด ลดภาษีนิติบุคคล หวังคุมบริษัทหนีภาษีไปต่างประเทศ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน เปิดเผยร่างกฎหมายปรับลดภาษีและการจ้างงานจำนวน 429 หน้า ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เป็นการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ช่วงปี 1980 โดยเสนอปรับลดภาษีนิติบุคคลจากระดับ 35% เป็น 20%
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังเสนอเก็บภาษีจากรายได้บริษัทลูกของชาวอเมริกันที่ตั้งในต่างประเทศ 10% เพื่อหยุดการเลี่ยงจ่ายภาษีด้วยการปกปิดรายได้ในต่างประเทศ และหากบริษัทข้ามชาติย้ายจากสหรัฐไปจดทะเบียนในต่างประเทศ จะต้องเสียภาษี 20% ขณะที่ไม่เก็บภาษีกับรายได้ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศของเอกชนสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ร่างฉบับใหม่ยังเสนอให้ลดช่วงขั้นการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 7 ขั้น ที่ 10-39.6% เป็น 4 ขั้น ได้แก่ คู่แต่งงานที่มีรายได้ต่ำกว่า 9 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ จ่ายภาษี 12% และมีรายได้ไม่เกิน 2.6 แสนดอลลาร์ จ่ายภาษี 25% ส่วนคู่ที่มีรายได้ไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์ จ่ายภาษี 35% ขณะที่หากมีรายได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ จ่ายภาษีที่อัตราสูงสุด 39.6% ซึ่งเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำในอัตราสูงสุดนี้เพิ่มขึ้นจากกฎหมายเดิมที่ผู้มีรายได้มากกว่า 4.7 แสนดอลลาร์ จะต้องจ่ายภาษี 39.6%
อย่างไรก็ตาม หอการค้าสหรัฐทำการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชน โดยแม้เอกชนจะระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ยังต้องปรับปรุงอีกมากเพื่อให้การผสมผสานนโยบายดังกล่าวเป็นไปอย่างลงตัว
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งรวมถึงธุรกิจสร้างบ้านและรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (อีวี) จะได้รับผลกระทบหากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ โดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติสหรัฐ ระบุว่า การจำกัดการลดหย่อนภาษีค่าดอกเบี้ยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์จะกระทบกับผู้ซื้อบ้าน
ขณะที่กฎหมายดังกล่าวยังเสนอให้ยกเลิกการให้เครดิตสำหรับการลดหย่อนภาษี 7,500 ดอลลาร์ สำหรับการซื้อรถยนต์อีวี ส่งผลให้มีแนวโน้มกระทบต่อแรงซื้อรถยนต์
ทั้งนี้ คณะกรรมการร่างภาษีของสหรัฐจะพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติต่อไป ซึ่งคาดว่าจะผ่านการอนุมัติอย่างราบรื่น เนื่องจากพรรครีพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาอยู่ที่ 239 เสียง ต่อเดโมแครตที่ 194 เสียง
อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ร่างดังกล่าวจะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อ โดยรีพับลิกันมีเสียงมากกว่าเดโมแครตอยู่เล็กน้อยที่ 52-48 เสียง ซึ่งจะกลายเป็นอุปสรรคของประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ ของสหรัฐ หลังก่อนหน้านี้ล้มเหลวในการผ่านกฎหมายประกันสุขภาพ







