posttoday
‘อินโน โอ้-ว้าว’ สุดยอดโอท็อป

‘อินโน โอ้-ว้าว’ สุดยอดโอท็อป

04 พฤศจิกายน 2560

ผลิตภัณฑ์โอท็อป (OTOP) ของไทยนั้น ถือว่าเป็นสินค้าขึ้นชื่อประจำภูมิภาค

โดย  อณุสรา ทองอุไร ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

 ผลิตภัณฑ์โอท็อป (OTOP) ของไทยนั้น ถือว่าเป็นสินค้าขึ้นชื่อประจำภูมิภาค และยังเป็นที่รู้จักไปในระดับประเทศ กรมการพัฒนาชุมชนได้ปั้นพลังขับเคลื่อนสินค้าโอท็อปต่อยอดในเชิงนวัตกรรม และความสร้างสรรค์ให้ตอบโจทย์ตลาดคนรุ่นใหม่

 โดยคัดสรรเยาวชนจากทั่วประเทศนำมาบ่มเพาะพัฒนาศักยภาพเยาวชน 76 คน จากที่สมัครเข้ามาทั้งหมด 700 คน มี 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ประเภทอาหาร เครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ของตกแต่งและของที่ระลึก และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เป็นนักธุรกิจคลื่นลูกใหม่ของโอท็อปของเมืองไทย

‘อินโน โอ้-ว้าว’ สุดยอดโอท็อป

 กรมการพัฒนาชุมชนร่วมกับสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้วางโมเดลพัฒนาเยาวชนโอท็อปรุ่นใหม่ที่มีพื้นฐานขายสินค้าเชิงวัฒนธรรม ให้ต่อยอดด้วยนวัตกรรมเพื่อออกไปตั้งตัวเป็นนักธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยมีการพัฒนาแบบครบเครื่องแบ่งเป็น 6 สถานี ตั้งแต่ ปั้นไอเดียจนถึงออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบในเชิงนวัตกรรม มีแบรนด์และสื่อส่งเสริมการขาย กรมฯ ยังสนับสนุนส่งเสริมการเชื่อมต่อทดสอบตลาดร่วมกับศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ห้างชั้นนำของประเทศเชื่อมโยงค้าปลีก-ค้าส่ง ซึ่งโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์โอท็อปใหม่นี้ ให้ชื่อว่า อินโนโอท็อป (InnoOTOP) เป็นการพัฒนาสินค้าเชิงวัฒนธรรมให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตสมัยใหม่ด้วยนวัตกรรมและการสร้างสรรค์

 ดร.ธนันธน์ อภิวันทนาพร ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศและการตลาด สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) กล่าวว่า สถาบันฯ ได้รับเกียรติให้ร่วมพัฒนาโครงการฯ เราค้นหาโอกาสทางตลาด วิเคราะห์การแข่งขัน สังเคราะห์โมดูลการพัฒนาเฉพาะขึ้นมา ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดบูธ แคมป์ เติมวิธีคิดการพัฒนาธุรกิจโมเดลธุรกิจฉบับโอท็อป

‘อินโน โอ้-ว้าว’ สุดยอดโอท็อป

 "การหาโจทย์ตลาดนอกสถานที่ การให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ หรือในห้องแล็บ เติมความคิด ความรู้ ทักษะอย่างรอบด้าน ให้สามารถประยุกต์ไปตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาความเป็นจิตวิญญาณโอท็อปให้เข้มแข็ง ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ประกอบการโอท็อปรุ่นใหม่ สามารถเป็นต้นแบบและส่งต่อองค์ความรู้ไปยังเครือข่ายต่างๆ ต่อไป”

 วรพันธุ์ รุ่งกรุด  นักวิชาการพัฒนาชุมชน บอกว่าปัญหาของโอท็อปรุ่นคุณพ่อคุณแม่เป็นของบ้านเดิมๆ พอมารุ่นลูกก็อาจจะไม่สนใจจะสืบสานงานต่อ หรืออาจจะเริ่มตันในด้านไอเดียต่างๆ ทางกรมฯ จึงต้องเข้าไปช่วยต่อยอดพัฒนางานให้กับผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ริเริ่มไอเดียจากผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ต่อยอดด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ตอบโจทย์ชีวิตคนรุ่นใหม่ เพื่อให้สินค้าดูทันสมัย ช่วยหาตลาดใหม่ๆ ให้ด้วย

‘อินโน โอ้-ว้าว’ สุดยอดโอท็อป

 ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน พัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากทรัพยากรชีวภาพในชุมชน ภฤชฏา ศรีเหนี่ยง  เจ้าของเครื่องสำอาง Wabellas จบปริญญาโท แต่เลือกกลับไปทำงานที่บ้านเกิด จ.พิจิตร เล่าว่าที่บ้านเวลาสีข้าวจะมีปลายข้าวหักเหลือทิ้ง โดยเฉพาะข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่มีคุณภาพ น่าเสียดายจึงเอาปลายข้าวไปศึกษาที่ห้องแล็บเพื่อทำครีมบำรุงหน้าจากธรรมชาติ ใช้เวลาวิจัยอยู่ 2 ปี  จนได้เซรั่มบำรุงผิวหน้าคุณภาพดี จนได้รางวัลนวัตกรรมไทยปี 2560 จากมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้รับรางวัลจากสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ

 นอกจากนี้ เธอยังทำครีมบำรุงตา เป็นสารสกัดจากลูกหว้า เพราะอำเภอที่เธออยู่มีลูกหว้าเยอะ โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมการแพทย์แผนไทย และปีหน้าเธอจะผลิตครีมบำรุงที่สกัดจากส้มโอท่าข่อย ที่เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของพิจิตร เป็นผลไม้ที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น  ผลิตภัณฑ์ของเธอขายผ่านออนไลน์และร้านค้าในชุมชน 2-3 แห่ง ซึ่งทางกรมฯ จะมาช่วยให้เธอมีตลาดที่กว้างขึ้น

 ทางด้าน เมธารัตน์ คำพิมาน เจ้าของแบรนด์เสื้อพวนคอลเลกชั่น ผ้ามัดหมี่ย้อมคราม บ้านเชียง จ.อุดรธานี หลังจบปริญญาตรี เขาก็มาสานต่องานที่แม่เคยทำ โดยปรับเปลี่ยนลายผ้าให้มีความสวยทันสมัยขึ้น เอาลายเครื่องดินเผาบ้านเชียงมาทำลายผ้ามัดย้อม แล้วออกแบบเสื้อผ้าให้มีความทันสมัยมีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น

‘อินโน โอ้-ว้าว’ สุดยอดโอท็อป

 "คนรุ่นใหม่ใส่ไปทำงานหรือใส่ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ใช่แค่รุ่นแม่รุ่นป้าใส่ไปวัดทำบุญเท่านั้น สินค้าของเขาทำตลาดผ่านออนไลน์ และร้านค้าที่สนามบินอุดรฯ"

 ส่วน พิชานนท์ สุโพธิ์ เจ้าของแบรนด์แมคคาเดเมีย เม็ดละ 100 บาท ชื่อหมากคา เขาเห็นแม่คั่วแมคคาเดเมียชั่งขายเป็นกิโลเพียง 300-400 บาท เขาคิดว่ามันควรจะพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์มีมูลค่ามากขึ้น เมื่อเรียนจบกราฟฟิกดีไซน์ เขาจึงมาพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยดูดี นำแมคคาเดเมียชุบช็อกโกแลต และปิดด้วยทองคำเปลวเล็กๆ อัพสินค้าจับกลุ่มตลาดบน เช่น ในห้างสรรพสินค้า สนามบินและออนไลน์ กล่องละ 10 เม็ด ราคา 1,000  บาท

 รุ่นใหม่โอท็อปอีกคน ทัศนากาญ แสนพรม จบปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทำแบรนด์ ณ พรม เครื่องประดับลาวครั่ง เกิดจากการสร้างสรรค์ นำเอาเศษผ้าที่จะทิ้งมาเพิ่มมูลค่าใหม่ วางดีไซน์ คัดสรรลายผ้าที่เหลือและสร้างความโดดเด่นร่วมสมัยเข้ากับแฟชั่นด้วยอะไหล่เครื่องประดับ การจับคู่ของทั้งสองวัสดุ คือ โจทย์ของการชุบชีวิตเศษผ้าเหลือทิ้ง สู่ Contemporary art design พลิกโฉมและร่วมสร้างความเคลื่อนไหวใหม่ๆ กับวงการผ้าทอลาวครั่ง  ขายผ่าน Online FB: ณ พรม na prom เครื่องประดับลาวครั่ง IG: na_prom

 นี่คือความภูมิใจของนวัตกรรมโอท็อป ที่คนรุ่นใหม่ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์พื้นบ้านพื้นถิ่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท