
รัฐโหมลงทุนพีพีพี
รัฐบาลเร่งลงทุนบอร์ดพีพีพี เห็นชอบที่ดิน รฟท. บางซื่อ แปลง A มูลค่า 1.15 หมื่นล้าน เพิ่มรายได้ล้างหนี้คลัง
รัฐบาลเร่งลงทุนบอร์ดพีพีพี เห็นชอบที่ดิน รฟท. บางซื่อ แปลง A มูลค่า 1.15 หมื่นล้าน เพิ่มรายได้ล้างหนี้คลัง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รับทราบการให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์แปลง A ขนาดพื้นที่ 32 ไร่ บริเวณสถานีกลางบางซื่อของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มูลค่าโครงการ 1.15 หมื่นล้านบาท ตามที่ รฟท.เสนอ
ทั้งนี้ จะให้เอกชนลงทุนทั้งหมดในรูปแบบสร้าง-บริหาร-โอน (Build- Operate-Transfer : BOT) เพื่อพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ตามหลักการของการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีระบบขนส่งมวลชน หรือ Transit Oriented Development (TOD) เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางการเดินรถไฟ โดยมีระยะเวลาดำเนินธุรกิจ 30 ปี และระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี มี ผลตอบแทนของโครงการ หรือ IRR ที่ 14%
สำหรับการพัฒนาพื้นที่แปลง A จะช่วยสนับสนุนให้พื้นที่บริเวณศูนย์พหลโยธินกลายเป็นศูนย์กลางการเดินทาง และย่านธุรกิจแห่งใหม่ด้านทิศเหนือของกรุงเทพมหานคร ซึ่งนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในด้านการเดินทางให้แก่ประชาชนแล้ว ยังช่วยเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่รายได้หลักของพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้เดินรถ (Non Core) ของ รฟท. และนำมาชำระหนี้ที่มีอยู่กว่า 1 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ คณะกรรมการพีพีพียังเห็นว่าให้ รฟท.ไปพิจารณาเพิ่มเติมในพื้นที่ที่เหลือ แปลง B และแปลง C ด้วย ให้มีความเชื่อมโยงเพื่อให้การบริหารที่ดินเชิงพาณิชย์มีมูลค่าผลตอบแทนมากที่สุด
นายเอกนิติ กล่าวว่า คณะกรรมการพีพีพีมีมติเห็นชอบให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการศูนย์การขนส่งชายแดน จ.นครพนม ที่กรมการขนส่งทางบกเสนอ มูลค่าโครงการประมาณ 1,218 ล้านบาท ให้ดำเนินการตามกฎหมาย พีพีพี ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์และพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการพีพีพีได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการภายใต้มาตรการพีพีพี ฟาสต์แทร็กของกระทรวงคมนาคมอีกหลายโครงการด้วย เช่น โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี คาดว่าจะเสนอคณะกรรมการพีพีพี และสามารถประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนได้ในปี 2561
โครงการรถไฟฟ้าสายภูเก็ต ช่วงท่าอากาศยานภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง และโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของ จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะเสนอคณะกรรมการพีพีพีได้ในช่วงปลายปี 2561 และโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-ระยอง จะมีการสร้างความชัดเจนในการกำหนดเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ไปยังพื้นที่อีอีซี เป็นต้น ภายใต้โครงการใน อีอีซี โดยจะประชุมคณะกรรมการนโยบายอีอีซี ในปลายเดือน พ.ย. 2560 นี้







