
อสังหาบุกกลุ่มสูงวัย
พรีเมียร์โฮม เฮลท์แคร์ ชี้ผู้ประกอบการอสังหาฯ ไทยจ่อพัฒนาที่อยู่อาศัยจับกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น แต่ยังขาดบริการด้านการแพทย์รองรับ
พรีเมียร์โฮม เฮลท์แคร์ ชี้ผู้ประกอบการอสังหาฯ ไทยจ่อพัฒนาที่อยู่อาศัยจับกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น แต่ยังขาดบริการด้านการแพทย์รองรับ
นางฐิตารี อยู่วิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ บริษัท พรีเมียร์ โฮม เฮลท์แคร์ ในกลุ่มธนบุรี เฮลท์แคร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้บรรดาบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่หลายรายเริ่มสนใจพัฒนาโครงการที่จับกลุ่มลูกค้าที่เป็น ผู้สูงอายุ เนื่องจากเล็งเห็นว่าประชากรสูงวัยจะมีเพิ่มขึ้นและกลุ่มลูกค้าระดับนี้มีกำลังซื้อสูง แต่สิ่งสำคัญจำเป็นต้องพิจารณาทางด้านการดูแลรักษาพยาบาล ซึ่งผู้ประกอบการอสังหาฯ ยังขาดองค์ความรู้ด้านนี้ ทั้งที่จะเป็นบริการไปตลอดการอยู่อาศัย
"บุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลสำคัญมากในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากจะต้องมีการดูแลทางด้านการแพทย์หลังจากขายไปแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ อสังหาฯ ยังทำไม่ได้ หากผู้ที่ดำเนินธุรกิจนี้ไม่ได้อยู่แวดวงโรงพยาบาลมานาน ให้บริการทางการแพทย์ที่ดีและที่สำคัญราคาให้บริการทางการแพทย์นั้นไม่แพงจนเกินไป" นางฐิตารี กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดการขายโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื้อที่ 140 ไร่ ซึ่งพัฒนาเป็นเมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ พัฒนาเป็นอาคารชุด จำนวน 1,380 ยูนิต แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรกพัฒนาจำนวน 6 อาคาร 494 ยูนิต มีขนาดเริ่มต้น 43 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวม 1.8 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 300 ยูนิต หรือจำนวน 1,500 ล้านบาท ซึ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มลูกค้าคนไทยเป็นหลัก โดยในปี 2561 มีแผนจะนำโครงการออกไปทำตลาดในต่างประเทศมากขึ้น คาดว่าโครงการจะพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2566
ทั้งนี้ ภายในโครงการยังประกอบด้วย โรงพยาบาลเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพและอาคารสำหรับดูแลผู้สูงวสัยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ที่ประกอบด้วยศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีห้องพักจำนวน 60 ห้อง เนิร์สซิ่งโฮม คลินิกรักษาโรคทั่วไป โรงพยาบาลกายภาพบำบัด รวมถึงบริการให้คำปรึกษาจากนักโภชนาการและนักจิตวิทยา สิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ สปา ฟิตเนส สระว่ายน้ำบำบัด เป็นต้น
นอกจากบริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาที่ดินในต่างจังหวัดอย่างเช่นภูเก็ต เพื่อพัฒนาโครงการในรูปแบบดังกล่าว เนื่องจากเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มชาวต่างชาติอีกด้วย







