
กระทุ้งอุตจังหวัด เสริมแกร่งรับ 4.0
อนัญญา มูลเพ็ญ การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และสตาร์ทอัพเป็นภารกิจสำคัญที่รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมดูแลขับเคลื่อน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดการกระจุกตัวของแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ให้อยู่เฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สร้างสังคมผู้ประกอบการและลดความเหลื่อมล้ำ และไปสู่อุตสาหกรรม 4.0
อนัญญา มูลเพ็ญ
การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และสตาร์ทอัพเป็นภารกิจสำคัญที่รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมดูแลขับเคลื่อน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดการกระจุกตัวของแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ให้อยู่เฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สร้างสังคมผู้ประกอบการและลดความเหลื่อมล้ำ และไปสู่อุตสาหกรรม 4.0
กระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญ จึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อเตรียมรับนโยบาย
"อุตตม สาวนายน" รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมอุตสาหกรรมจังหวัดและศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั่วประเทศให้พร้อมรับนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2560 กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "ขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และอุตสาหกรรม 4.0 ไปสู่การปฏิบัติในส่วนภูมิภาค" เพื่อให้นโยบายแต่ละพื้นที่ให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีความจำเป็นที่ภาคอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้มแข็งพร้อมรับการลงทุน มีความสามารถในการแข่งขันและใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการประกอบธุรกิจ เป็นอุตสาหกรรมในยุค 4.0 ซึ่งการจะไปสู่จุดนั้นได้อุตสาหกรรมจังหวัด และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคจะมีบทบาทสำคัญเนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่และใกล้ชิดกับผู้ประกอบการ เป็นกลไกหลักการสร้างความ เข้มแข็งในระดับพื้นที่
รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้ให้นโยบายกับอุตสาหกรรมจังหวัดใน 4 ประเด็น คือ 1.ให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงที่อยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศประสานงาน การส่งเสริมผู้ประกอบการไม่เพียงรายใหญ่และรายกลางแต่ให้เพิ่มการส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดเล็กและผู้ประกอบการชุมชน 2.การส่งเสริมผู้ประกอบการให้ยึดโยงกับเทคโนโลยีให้สามารถค้าขายรูปแบบใหม่ ทั้งสามารถขายสินค้าด้วยตลาดที่กว้างขวาง และให้เชื่อมโยงกับธุรกิจกับขนาดใหญ่และเป็นคลัสเตอร์
3.ให้ดูแลเรื่องการลงทุนในพื้นที่ทั้งผู้ลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ ให้ดูถึงโอกาสว่าจะสามารถลงทุนเพิ่มเติมในกิจการหรืออุตสาหกรรมใดได้บ้างเพื่อชักจูงให้เกิดการลงทุน โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 เขต และระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และ 4.ผลักดันให้แปรรูปสินค้าเกษตรและเชื่อมโยงผลประโยชน์ให้ถึงชุมชนสนับสนุนให้ครบห่วงโซ่การผลิต
"อุตตม" กล่าวว่า หลังจากนี้อุตสาหกรรมจังหวัดและศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคจะต้องมีภารกิจเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่ากระทรวงจะไม่มีเครื่องมือให้ โดยขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างการเตรียมมาตรการเพื่อช่วยเหลือและยกระดับผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการที่มีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นกองทุนประชารัฐ สินเชื่อเอสเอ็มอีแบงก์เพื่อกิจการขนาดเล็ก ภายใน 1 สัปดาห์นี้จะเปิดตัวได้ ซึ่งจะประกอบด้วยทั้งมาตรการทางการเงินและไม่ใช่การเงิน เหล่านี้จะเป็นเครื่องมือให้อุตสาหกรรมจังหวัดที่จะเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่นำไปส่งเสริมผู้ประกอบการได้
นอกจากนี้ ยังมีโครงการ "เทรน เดอะ เทรนเนอร์" ซึ่งจะเป็นการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาอบรมให้ความรู้กับอุตสาหกรรมจังหวัดและศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค เพื่อให้มีความรู้พร้อมในการเข้าไปให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการ โดยคาดว่าโครงการจะเริ่มได้ในต้นปี 2561 เป็นต้นไป
"นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีการประชุมปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมจังหวัดให้พร้อมรับนโยบายของรัฐบาลที่จะออกมา จริงๆ เขามีแผนงานอยู่แล้วแต่หลังจากนี้ผมได้ให้เวลาอีก 1 เดือนไปปรับแผนมาให้คมขึ้นสอดคล้องกับเครื่องมือต่างๆ ที่จะออกมา และให้เริ่มทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการในพื้นที่ออกมาให้ชัดว่ามีกี่กลุ่มต้องการความช่วยเหลือและจะพัฒนาอย่างไรเพื่อเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญต่อไป" อุตตม กล่าว







