
ใช้พีพีพีดันเมืองยั่งยืน เพิ่มพื้นที่สีเขียวกรุง
อรวรรณ จารุวัฒนะถาวรการเปลี่ยนแปลงของเมืองกรุงเทพ มหานครอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม สังคมและวิถีชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ อีกทั้งการก้าวสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างความสมดุลระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อให้เป็นเมืองน่าอยู่ยั่งยืน
อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร
การเปลี่ยนแปลงของเมืองกรุงเทพ มหานครอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม สังคมและวิถีชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ อีกทั้งการก้าวสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างความสมดุลระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อให้เป็นเมืองน่าอยู่ยั่งยืน
ทั้งนี้ สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย ได้จัดงานการประชุมทางวิชาการระดับภูมิภาค "2017 IFLA ASIA-PACIFIC REGIONAL CONGRESS" ภายใต้แนวคิด BLUE GREEN AND CULTURE ซึ่งถือว่าเป็นเวทีนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วน ร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของ คนเมือง
วิเชียร พงศธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท พรีเมียร์ เปิดเผยว่า เรื่องของสิ่งแวดล้อมทุกคนเป็นทั้งผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้นการทำให้เป็นเมืองสีเขียวทุกคนต้องมีบทบาท โดยเห็นว่าควรใช้วิธีการร่วมทุนระหว่าง ภาครัฐ กับภาคเอกชน หรือพีพีพี ไม่ใช่ใช้เฉพาะกับโครงการลงทุนขนาดใหญ่เท่านั้น สามารถปรับมาใช้กับโครงการขนาดเล็กเพื่อให้เกิดความร่วมมือสร้างพื้นที่สีเขียวพื้นที่เปิดโล่งได้ อย่างเช่น บางกระเจ้า เป็นต้น
ขณะเดียวกัน รัฐต้องออกกฎระเบียบเพื่อมาคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ควรนำระบบการจ่ายค่าตอบแทนบริการระบบนิเวศ (พีอีเอส) มาใช้ ซึ่งต่อไปใครก่อให้เกิดมลพิษต้องจ่าย หัวใจสำคัญที่จะทำให้เมืองน่าอยู่ได้ คือ ความ ร่วมมือและการดูแลรักษา
ด้าน ซู หลิน ซูน ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารโครงการวันแบงค็อก กล่าวว่า กรุงเทพฯ มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประชากรที่มีราว 10.5 ล้านคน อีกทั้งเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเป็นอันดับ 1 ในเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ด้วยศักยภาพที่ตั้งของประเทศมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ซึ่งโอกาสที่กรุงเทพฯ จะเติบโตได้อีกมาก จึงควรทำอย่างไรให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่
สำหรับ ทีซีซี แอสเซ็ท ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการวันแบงค็อก ได้ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยมีการออกแบบให้โครงการมีพื้นที่สีเขียวพื้นที่โล่ง 50% จากพื้นที่โครงการ 104 ไร่ รวมทั้งการสร้างทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร อีกทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้อาศัยในโครงการ ซึ่งโครงการนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางในทุกด้านของชุมชนในย่านพระราม 4 ด้านความคืบหน้า บริษัทเตรียมเปิดห้องตัวอย่าง ส่วนคอนโดมิเนียมจะมี 3 อาคาร ขายแบบสัญญาเช่าในต้นปี 2561
นอกจากนี้ ทีซีซี กำลังเคลียร์พื้นที่ที่ดินเทพประทาน เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส โดยจะเริ่มสร้างปลายปี 2560 แบ่งการพัฒนาเป็น 2 ส่วน โดยเฟสแรกจะเสร็จปี 2562 ประกอบด้วยพื้นที่สำนักงานให้เช่า 6 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) พื้นที่ค้าปลีก 1.1 หมื่น ตร.ม. ส่วนเฟส 2 จะมีทั้งพื้นที่สำนักงาน ค้าปลีก โรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
ขณะที่ อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพฯ เป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่มีความรับผิดชอบโดยตรง แต่การพัฒนาต่างๆ ยังมีข้อจำกัดทั้งในเรื่องของอำนาจหน้าที่และงบประมาณ ทั้งนี้จากแผนการลงทุนรถไฟฟ้าจะทำให้เมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงใน 10 ปีข้างหน้า ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรออกแบบเมืองให้สอดคล้องกับชุมชนและรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยเอกชนอาจเป็นผู้นำให้เกิดการพัฒนา
อย่างไรก็ดี การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่แต่สามารถนำที่ดินแปลงเล็กๆ ที่ไม่ได้ทำประโยชน์มาพัฒนาได้ขณะเดียวกรุงเทพฯ ต้องมีมาสเตอร์แพลนกำหนดการพัฒนาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เพื่อให้เมืองโตแบบสมดุล







