posttoday
รัฐอุ้มค่าเงินเอสเอ็มอี

รัฐอุ้มค่าเงินเอสเอ็มอี

02 พฤศจิกายน 2560

เอ็กซิมแบงก์เตือนเอสเอ็มอีป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เหตุค่าเงินบาทในปีหน้าจะผันผวนมาก

เอ็กซิมแบงก์เตือนเอสเอ็มอีป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เหตุค่าเงินบาทในปีหน้าจะผันผวนมาก

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการ ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและ นำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการ ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ด สสว.) อนุมัติวงเงิน 500 ล้านบาท ให้ดำเนินการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ที่เป็นผู้ส่งออกที่มีอยู่กว่า 2 หมื่นราย ให้มีความรู้เรื่องการป้องกันความเสี่ยง จากค่าเงิน ขณะนี้เริ่มมีเอสเอ็มอีสนใจ เข้าร่วมสัมมนาในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ประมาณ 1,000 กว่าราย

"เราอยากให้เอสเอ็มอีลองใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่รัฐบาลเตรียมไว้ให้ ซึ่งผู้ส่งออกจะได้รับวงเงินทดลองใช้รายละ 3 หมื่นบาท เป็นเงินให้เปล่า แต่มีเงื่อนไขที่จะได้รับต้องมา ร่วมสัมมนาเพื่อที่จะได้มีความรู้และความเข้าใจในประโยชน์ของการซื้อป้องกันความเสี่ยงที่เอสเอ็มอีถูกปิดกั้น ทำให้ขาดโอกาสที่จะปิดความเสี่ยง" นายพิศิษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ การซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมีหลายรูปแบบแต่ที่ ได้รับความนิยมมาก คือ การซื้อค่าเงินล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ด) ซึ่งเอสเอ็มอีที่จะซื้อได้ต้องมีวงเงินกับธนาคารพาณิชย์ที่ขายให้ แต่จะไม่มีค่าธรรมเนียม ข้อเสีย คือเมื่อถึงระยะเวลาการส่งมอบทาง เอสเอ็มอีจะต้องส่งมอบราคาไม่ว่าค่าเงินในขณะนั้นจะสูงกว่าหรือต่ำกว่า ราคาที่ซื้อไว้ก็ตาม

นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการแนะนำให้ผู้ส่งออกซื้อการซื้อประกันค่าเงิน (ออปชั่น) ซึ่งเอสเอ็มอีสามารถที่จะซื้อได้เหมือนการซื้อค่าเงินล่วงหน้า แต่จะเมื่อครบเวลาส่งมอบสามารถที่จะเลือกได้ว่าจะส่งมอบหรือไม่ก็ได้ หากเห็นว่าจะขาดทุนจากค่าเงิน

"ตัวอย่าง คือ หากผู้ส่งออกซื้อป้องกันความเสี่ยงแบบฟอร์เวิร์ดไว้ที่ 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และจะต้องส่งมอบใน 3 เดือนข้างหน้า แต่เมื่อถึงเวลาส่งมอบค่าเงินอยู่ที่ 33 บาท/ดอลลาร์ ก็จะต้องชำระราคาแม้ว่าจะต้องขาดทุน 1 บาทก็ตาม แต่หากซื้อออปชั่นเมื่อถึงเวลาส่งมอบ ก็มีทางเลือกจะไม่ต้องชำระราคาก็ได้ แต่ทั้งสอง รูปแบบแตกต่างกันคือ การซื้อฟอร์เวิร์ดจะต้องมีวงเงินกับธนาคารและไม่มีค่าธรรมเนียม แต่การซื้อออปชั่นจะมีค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายทันทีที่ซื้อแต่มีทางเลือกในการส่งมอบ ซึ่งมีข้อดีข้อเสียต่างกัน แต่แนวทางไหนประหยัดกว่ากันก็ต้องแล้วแต่ค่าเงินในแต่ละช่วง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เอสเอ็มอีจะต้องเรียนรู้เพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์มากที่สุด เป็นเหตุให้บอร์ด สสว. กำหนดให้เอสเอ็มอีต้องมาสัมมนา ให้รู้เรื่องความเสี่ยง" กรรมการผู้จัดการ เอ็กซิมแบงก์ กล่าว

นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนของเอสเอ็มอีเป็นเรื่องสำคัญ ในปีหน้าอัตราแลกเปลี่ยนจะมีความผันผวนมาก ค่าเงินมีความเป็นไปได้ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า โดยมาตรการดึงเงินที่อัดฉีดเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ (คิวอี) ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรป จะเริ่มมีการดำเนินการ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำให้สภาพคล่องของโลกลดลงหรือ ไม่อย่างไร จะทำให้เกิดเงินไหลออกหรือไม่

ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงนโยบายดอกเบี้ยตามสถานการณ์ แต่หาก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ถูกเสนอ ให้มีการถอดถอนจากตำแหน่งก็จะ ทำให้เงินไหลออกจากสหรัฐกลับมาเอเชียใหม่ก็ได้ ซึ่งประเทศไทยยังมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีก็มีโอกาสที่เงินจะไหลเข้า อย่างไรก็ดีปัจจัยเหล่านี้ จะเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร ก็ยากที่จะคาดเดาว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นเท่าไร การป้องกันความเสี่ยงค่าเงินจะเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับ ผู้ส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี

สำหรับมาตรการส่งเสริมให้ เอสเอ็มอีในการป้องกันความเสี่ยงจาก อัตราแลกเปลี่ยนนั้น รัฐบาลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เอ็กซิมแบงก์ และสมาคมธนาคารไทย อบรมให้ความรู้แก่เอสเอ็มอีที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย แยกเป็นระยะแรก 5,000 ราย ใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท หลังจากสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 มิ.ย. 2561 จะมีการประเมินผลโครงการหากมีการดำเนินการได้ดี จะใช้งบประมาณส่วนที่เหลือ 350 ล้านบาท ดำเนินการต่อไป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ