
ประธานเฟดคนใหม่
อรุณ จิรชวาลาพรุ่งนี้แล้วครับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ จะประกาศว่าจะเสนอใครเป็นประธานระบบธนาคารกลาง หรือประธานเฟด คนใหม่แทนเจเน็ต เยลเลน
อรุณ จิรชวาลา
พรุ่งนี้แล้วครับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ จะประกาศว่าจะเสนอใครเป็นประธานระบบธนาคารกลาง หรือประธานเฟด คนใหม่แทนเจเน็ต เยลเลน
ที่จริงตัวเยลเลนเองก็เป็นหนึ่งใน ผู้ที่ได้รับการพิจารณาอยู่ด้วย เพียงแต่เธอไม่ใช่ตัวเต็งเท่านั้น ก่อนหน้านี้ มีรายชื่อผู้ที่ทรัมป์พิจารณาอยู่ด้วยกัน 5-6 คน แต่ล่าสุดเหลือเพียง 2 คน คือ เจอโรม พาวเวลล์ กับจอห์น เทย์เลอร์ โดยพาวเวลล์เป็นกรรมการเฟดอยู่แล้วในปัจจุบัน ส่วนเทย์เลอร์เป็นคนนอก คือเป็นนักเศรษฐศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในแคลิฟอร์เนีย
เยลเลนเป็นประธานเฟดสมัยแรก มีวาระ 4 ปี วาระของเธอจะสิ้นสุดในเดือน ก.พ.ปีหน้า โดยประเพณีที่เป็นมาหลายสิบปี ประธานเฟดที่อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระสมัยแรก จะได้รับการต่ออายุเป็นสมัยที่ 2 ไม่ว่าประธานาธิบดีจะมาจากพรรคเดียวกับคนเดิม หรือมาจากคนละพรรคก็ตาม แต่ครั้งนี้กลับมีแนวโน้มค่อนข้างชัดเจนว่าทรัมป์จะไม่เสนอชื่อเยลเลน ทั้งๆ ที่ภายใต้การนำของเธอ เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเฟื่องฟู ตลอดจนเงินเฟ้อก็อยู่ในระดับต่ำ
ที่ทรัมป์กำลังแหวกประเพณีอีกอย่าง คือการทำให้การแต่งตั้งประธานเฟดเป็นประเด็นข่าว ซึ่งต่างจากในอดีตที่การแต่งตั้งประธานเฟดมักเป็นเรื่องเรียบง่าย ไม่มีการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการพิจารณาทีละหลายๆ คน แต่ทรัมป์กลับทำตรงกันข้าม มีการพูดคุยสัมภาษณ์หลายคน มีการโยนหินถามทาง เช่น ถามพิธีกรทีวีที่กำลังสัมภาษณ์เขาว่า อยากได้ใครเป็นประธานเฟด และเมื่อยังไม่ได้รับคำตอบก็ถามย้ำอีกหลายครั้ง จนในที่สุดได้คำตอบว่าเยลเลน ซึ่งทรัมป์ก็กล่าวชมเยลเลนว่ามีคุณสมบัติที่เหมาะสม แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่ตัวประธานาธิบดีอาจมีคนที่นิยมชมชอบอยู่ในใจที่อยากให้มารับตำแหน่ง
วันต่อมา ทรัมป์ยืนยันว่ายัง เป็นไปได้ที่เขาจะเสนอชื่อเยลเลน ให้ดำรงตำแหน่งต่ออีกวาระหนึ่ง ต่อมาเขาก็พูดเพื่อให้เป็นข่าวอีกว่า เขารู้ดีว่าผู้คนกำลังใจจดใจจ่อว่าเขาจะเลือกใคร แต่ไม่ว่าเขาจะเลือกใคร มั่นใจได้เลยว่าคนคนนั้นจะทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เขารู้แล้วว่าเขาจะเลือกใคร แต่ยังไม่ถึงเวลาจะเปิดเผย เมื่อเขาประกาศออกมา ทุกคนจะตอบรับด้วยความยินดี
สัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ลงมือทำโพลเอง โดยขอให้วุฒิสมาชิกจากพรรค รีพับลิกันยกมือว่าอยากได้พาวเวลล์หรือเทย์เลอร์ ซึ่งก็มีวุฒิสมาชิกบางคนไม่ยอมเล่นด้วย อ้างว่าไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมสำหรับการเลือกประธานเฟด
สำหรับตัวเต็งทั้งสองคนในปัจจุบัน คือพาวเวลล์กับเทย์เลอร์ มีความแตกต่างระหว่างบุคคลทั้งสองอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้
พาวเวลล์เป็นกรรมการเฟดอยู่แล้ว ประวัติการลงมติที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางเดียวกับเยลเลน การเลือกพาวเวลาคงไม่ต่างจากการต่ออายุให้เยลเลนมากนัก เพียงแต่เป็นไปได้ว่า เพื่อให้ได้ตำแหน่ง พาวเวลล์อาจให้คำมั่นกับทรัมป์ว่า จะให้ความสำคัญกับการขยายตัวของเศรษฐกิจมากกว่า โดยการชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ในขณะที่เยลเลนประกาศไว้แล้วว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างเป็นขั้นเป็นตอน นอกจากนี้พาวเวลล์ยังอาจชะลอการถอยออกจากการผ่อนปรนเชิงปริมาณ หรือการทำคิวอีของเฟด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้น และเศรษฐกิจขยายตัวช้าลง
สำหรับเทย์เลอร์ เขาประกาศตัวอยู่คนละขั้วกับเยลเลนมานาน และที่ผ่านมาได้ตำหนินโยบายของเฟดว่าหละหลวมเกินไป เขาเชื่อว่าเศรษฐกิจ สหรัฐได้ก้าวข้ามความเสี่ยงที่จะ กลับไปสู่ภาวะถดถอยนานแล้ว หรือ พ้นขีดอันตรายแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องช่วยหายใจอีกต่อไป เฟดควรเลิกคิวอีอย่างถาวรโดยการขายพันธบัตรระยะยาวออกให้หมด แนวคิดของเขาได้รับการสนับสนุน จากกลุ่มเอียงขวาในพรรครีพับลิกันหลายคน
ทรัมป์ปล่อยให้คาดเดาและวิพากษ์วิจารณ์กันไป หลายคนเชื่อว่าเขาจะเลือกพาวเวลล์ เพื่อจะได้เฟดเป็นตัวช่วยในเรื่องเศรษฐกิจ แต่ส่วนตัวผมกลับคิดว่าเขาจะเลือกเทย์เลอร์ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า นโยบายของเขาทำให้เศรษฐกิจรุดไปข้างหน้าได้ โดยไม่ต้องมีเฟดเป็นตัวช่วย และที่สำคัญ การเลือกเทย์เลอร์จะทำให้ชาวโลกเข้าใจ โดยเขาไม่ต้องเสียเวลาหาข้ออ้างอื่นมาอธิบาย ว่าเหตุใดเขาจึงไม่ต่ออายุให้เยลเลน
สำหรับเยลเลน กล่าวกันว่าเธอทำใจมานานแล้วว่าทรัมป์จะไม่ต่ออายุให้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอไม่ได้สังกัดพรรครีพับลิกัน อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะทรัมป์โจมตีเธอตลอดช่วงเวลาที่เขาหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ว่าเธอเจตนาคงดอกเบี้ยให้ต่ำเพื่อช่วยรัฐบาลของบารัก โอบามา และเพื่อช่วย ผู้สมัครพรรคเดโมแครต
หากเยลเลนไม่ได้รับการต่ออายุ เท่าที่ทราบ หากเธอประสงค์จะเป็นกรรมการเฟดต่อไป เธอก็สามารถจะทำได้ แต่เชื่อว่าเธอคงเลือกที่จะไปแล้วไปเลยมากกว่า ส่วนเรื่องที่เธอจะทำอะไรกับชีวิตต่อไป เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงแทนแต่ประการใด
ผมเองต้องยอมรับว่ารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ที่สังคมอเมริกันไม่ออกมาช่วยปกป้องเยลเลนเท่าที่ควร ปล่อยให้เธอถูกการเมืองเล่นงาน กล่าวคือนอกจากทรัมป์แล้ว สมาชิกพรรครีพับลิกันอีกหลายคนก็ประกาศจุดยืนไว้ชัดเจน ว่าอยากได้คนอื่นมาแทนเธอ ทั้งๆ ที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด ดัชนีบ่งชี้ทางเศรษฐกิจเกือบทุกตัวส่งสัญญาณว่าเธอได้ทำหน้าที่อย่างไม่มีที่ติ แทบจะไม่มีปัจจัยใดๆ ยกเว้นทางการเมือง ที่จะทำให้เธอหลุดจากตำแหน่ง
ดูเหมือนสังคมอเมริกันจะ มีความมั่นใจในระบบการเมืองของเขามาก เมื่อทรัมป์ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้ว และสมาชิกสภาทุกคนก็ผ่านการเลือตั้งมาแล้วเช่นกัน ก็เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประธานาธิบดีจะเป็นผู้เสนอชื่อประธานเฟด และสภาเป็นผู้ลงมติให้ความเห็นชอบ หากผลที่ได้ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ ก็ต้องเป็นเรื่องที่ไปแก้เกมกันในสนามเลือกตั้งครั้งต่อไป
แน่นอนว่าระบบแบบนี้จะมีประสิทธิภาพได้ สังคมนั้นจะ ต้องมีระดับการพัฒนาค่อนข้างสูง มิฉะนั้นกลุ่มที่ได้ครองอำนาจก็จะพยายามสืบทอดอำนาจ เพื่อปกป้อง คนที่ตัวเองแต่งตั้งเข้าไป และเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง
พึงสังเกตว่า การเมืองสหรัฐแทบจะไม่เคยมีเรื่องของการสืบทอดอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้อง หากเราจะเคยได้ยินได้ฟังบ้าง ก็เป็นเรื่องของบางครอบครัวที่มีสมาชิกอยู่ในวงการเมืองระดับชาติหลายคน เช่นตระกูลเคนเนดี หรือ ตระกูลบุช เป็นต้น ต่างจากประเทศกำลังพัฒนาทั่วไป รวมทั้งประเทศไทยของเราด้วย
ท้ายที่สุด ผมอยากจะยืนยันว่า ไม่ว่าใครจะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเฟดคนต่อไป ผลที่จะเกิดกับเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกจะมีจำกัดมาก สหรัฐจะยังคงเป็นแกนนำให้กับเศรษฐกิจโลก และเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยทั่วโลกจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไป
ยกตัวอย่างเช่น หากประธานเฟดคนต่อไปคือเทย์เลอร์ และเฟดตัดสินใจขายพันธบัตรระยะยาวทิ้งทั้งหมด ผมก็เชื่อว่าตลาดทุนโลกจะรองรับได้อย่างสบาย โดยอาจมีผลต่อดอกเบี้ยระยะยาวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น n







