
เอสซีจีลงทุนยังต่ำเป้า
เอสซีจีระบุแผนลงทุนต่ำกว่าเป้ามา 2-3 ปี ขณะที่ตลาดปูนซีเมนต์ปีนี้ยังติดลบ หวังปีหน้าเป็นบวก
เอสซีจีระบุแผนลงทุนต่ำกว่าเป้ามา 2-3 ปี ขณะที่ตลาดปูนซีเมนต์ปีนี้ยังติดลบ หวังปีหน้าเป็นบวก
นายเชาวลิต เอกบุตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การเงินและการลงทุน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า แผนการลงทุนต่างประเทศและในประเทศต่ำกว่าเป้ามานาน 2-3 ปีแล้ว โดยเฉพาะการลงทุนรูปแบบการเข้าซื้อ หรือควบรวมกิจการ หรือ Mergers and Acquisitions (M&A) ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากความล่าช้าในขั้นตอนเจรจากับพันธมิตรที่จะร่วมทุน รวมถึงปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบ
สำหรับในปีนี้บริษัทมีแผนจะใช้เงินลงทุน 5 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันใช้ไปแล้ว 4 หมื่นล้านบาท ยังเหลือการลงทุนในรูปแบบเข้าซื้อกิจการที่ยังต้องใช้เวลาในการเจรจา รวมไปถึงเงินทุนบางส่วนใช้ในการปรับปรุงและซ่อมบำรุงกิจการเดิม
"ยอมรับว่าการใช้เงินลงทุนของเอสซีจีจะต้องดูภาวะเศรษฐกิจโลกด้วย โดยปีก่อนใช้เงินลงทุน 3.7 หมื่นล้านบาท ในปีนี้อาจจะใกล้เคียง 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2561 นั้นตั้งเป้างบลงทุนไว้ 5-6 หมื่นล้านบาท" นายเชาวลิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในโครงการปิโตรเคมีที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมขั้นต้นและขั้นกลางที่ต่อยอดการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี จะได้ข้อสรุปในต้นปี 2561 นอกจากนี้ยังมีแผนการลงทุนในธุรกิจ ปิโตรคอมเพล็กซ์แห่งที่ 2 ที่อินโดนีเซีย โดยจะร่วมกับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจเดิมคือบริษัท จันทรา
นอกจากนี้ ยังมีโครงการปิโตรคอมเพล็กซ์เวียดนาม มูลค่ารวม 1.8 แสนล้านบาท ที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปการลงทุนในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า โครงการดังกล่าวยังมีความล่าช้าเนื่องจากติดปัญหาเจรจาทางด้านการเงินและการเจรจากับพันธมิตรร่วมทุน
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ยอดขายรวมในปีนี้อาจจะเติบโตอยู่ที่ 3-5% จากเดิมตั้งเป้าโต 5-10% จากปี 2559 ที่มียอดขาย 4.23 แสนล้านบาท ขณะที่ภาพรวมตลาดปูนซีเมนต์ในปีนี้ยังติดลบ โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ติดลบ 6% โดยในไตรมาส 3 นั้นติดลบ 2% แต่คาดว่าภาพรวมในนี้ตลาดรวมจะติดลบน้อยลง เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มมีทิศทางคลี่คลาย งานก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐออกมามากขึ้น และคาดว่าตลาดจะปรับเป็นบวกในปี 2561







