สรสิทธิ์ สุนทรเกศ เกษียณสุขต้องปล่อยวางกายใจ
พรสวรรค์ นันทะการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขหลังเกษียณ น่าจะไม่ได้หมายถึงสุขทางกายอย่างเดียวต้องสุขทางใจด้วย เริ่มต้นจากการรู้สึกดีที่ไม่ได้ทำงาน จะได้มีเวลาไปทำในสิ่งที่ชอบแต่ไม่มีเวลาไปทำในช่วงที่ทำงานได้ แทนที่จะกังวลกับการไม่มีรายได้หลังไม่ได้ทำงาน
พรสวรรค์ นันทะ
การมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขหลังเกษียณ น่าจะไม่ได้หมายถึงสุขทางกายอย่างเดียวต้องสุขทางใจด้วย เริ่มต้นจากการรู้สึกดีที่ไม่ได้ทำงาน จะได้มีเวลาไปทำในสิ่งที่ชอบแต่ไม่มีเวลาไปทำในช่วงที่ทำงานได้ แทนที่จะกังวลกับการไม่มีรายได้หลังไม่ได้ทำงาน
เช่นเดียวกับ "พี่อี๊ด" สรสิทธิ์ สุนทรเกศ อดีตรองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และอดีต ผู้อำนวยการ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (ดีพีเอ) ที่เป็นอีกคนที่รู้สึกโล่งเมื่อ ไม่ต้องคิดว่าต้องตัดสินใจในงานแต่ละเรื่องอย่างไร
"เริ่มต้นของคนเกษียณ คือ ต้องปล่อยวาง เตรียมใจรับสิ่งต่างๆ ที่จะเปลี่ยน วันแรกที่เกษียณจากงานประจำผมรู้สึกโล่งใจ เพราะคิดว่าทำงานมาพอแล้ว อย่าเอาใจไปผูกพันกับงานที่ทำมาแล้ว อย่าไปห่วงว่าต้องทำเหมือนที่เราเคยทำปล่อยให้คนรุ่นต่อไปทำหน้าที่ของเขา พอคิดได้แบบนี้ก็จะโล่ง" สรสิทธิ์ กล่าว
สรสิทธิ์ เล่าต่อว่า จากนั้นก็ให้เราคิดถึงสิ่งที่อยากทำตอนไม่มีเวลา ทั้งการอ่านหนังสือหลายเล่มที่คิดไว้ การไปปฏิบัติธรรม ไปเจอเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน ไปทำกิจกรรมที่ชอบด้วยกัน เช่น ไปทำบุญ ไปเที่ยวด้วยกัน ไปร้องเพลง ที่สำคัญได้มีเวลาดูแลแม่ คนในครอบครัวที่เรารัก ซึ่งเหล่านี้เป็นสุขทางใจ
สรสิทธิ์ เล่าต่อว่า ส่วนความสุขทางกายเมื่อมีเวลาก็ต้องรู้จักดูแลตัวเอง ให้มีสุขภาพดี ต้องออกกำลังกายบ้างตามกำลัง จะเดินจะวิ่งเบาๆ ก็ว่าไป เพราะจะอ้างว่าไม่ได้ออกกำลังกาย เพราะไม่มีเวลาไม่ได้แล้ว หมั่นไปตรวจสุขภาพบ้าง
สำหรับด้านการเงิน คนที่เกษียณไม่ได้ทำงานแล้วก็ต้องระวังการใช้จ่าย ต้องพอประมาณ พอเพียง เพราะเราไม่ได้ทำงานมีรายได้เข้ามาประจำแล้ว ส่วนตัวได้เตรียมการเงินเพื่อให้เพียงพอใช้หลังเกษียณไปอีก 20-25 ปีเป็นอย่างน้อย จะได้ดูแลตัวเองได้อย่างดี ไม่เดือดร้อน อย่าหวังพึ่งคนอื่น แต่ถ้าใครยังไม่เตรียมผมว่าเตรียมก่อนเกษียณสัก 10-15 ปีก็ยังดี
"เงินที่หามาได้และเก็บสะสมไว้นั้น ส่วนตัวผมจะไม่เลือกเก็บเป็นเงินสดหรือฝากธนาคารเป็นหลัก เพราะผลตอบแทนต่ำมาก แม้เงินเฟ้อปัจจุบันจะต่ำ แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆ มันปรับขึ้น ต้องเอาเงินที่เก็บได้ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนหรือมีเงินปันผลแทนหลักๆ ใน 3 ส่วน คือ 1) การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซื้อคอนโดมิเนียมให้คนเช่า 2) ลงทุนในกองทุนรวมระยะยาว ไม่ลงทุนในหุ้นที่เสี่ยงสูงเลย และ 3) ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว แม้เงินรายได้จากส่วนนี้จะมีเข้ามาไม่เท่าครึ่งหนึ่งของรายได้ที่เคยได้รับเหมือนตอนทำงานบริหาร แต่ก็เพียงพอให้อยู่ได้ไม่ลำบากอะไรได้ไม่น้อยกว่า 25 ปีแน่นอน" สรสิทธิ์ กล่าวสรุป
ก่อนจบการสนทนา สรสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่ออายุเข้าวัยเกษียณถ้าทำให้ตัวเองให้มีสุขภาพใจดี สุขภาพกายดี มีเงินใช้จ่ายไม่เดือดร้อน แต่ก็ไม่ควรฟุ้งเฟ้อเกินตัว ซึ่งในความเป็นจริงเมื่ออายุมากขึ้นธรรมชาติของคนเราจะกินน้อยลงอยู่แล้ว แต่ไม่หนักที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
ฉะนั้น ถ้าไม่ยึดติดความหรูหรา ต้องกินอาหารร้านแพงๆ ต้องช็อปปิ้งแบรนด์เนมตลอด กระทั่งการทำบุญก็อย่าทำจนเกินตัว ต้องรู้จักการพอประมาณ เชื่อว่าก็อยู่แบบมีความสุขได้ไม่ยากนัก
ผมโชคดีที่มีสวัสดิการการรักษาของ ธปท. ก็ช่วยลดภาระด้านสุขภาพได้ และเมื่อสุขภาพแข็งแรงถึงจะเข้าวัยเกษียณ แต่เมื่อมีคนที่ยังเห็นคุณค่าของเราชวนเรามาช่วยทำงาน งานอะไรที่พอทำได้ไม่ใช่งานที่ทำเต็มเวลาเหมือนก่อนผมก็รับทำบ้าง
อย่างทุกวันนี้มาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการตรวจสอบภายในของ ธปท. ก็ถือว่าได้ช่วยองค์กรที่ทำงานเก่าที่มีบุญคุณกับเรา ขณะเดียวกันก็รับมาช่วยเป็นผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีส่วนได้ทดแทนสถาบันการศึกษาในฐานะศิษย์เก่าที่ทำให้เรามีการงานทำมาจนทุกวันนี้ด้วย


