posttoday
สบน.แนะธปท.-คลัง หามาตรการ

สบน.แนะธปท.-คลัง หามาตรการ

29 กันยายน 2553

สบน.แนะ ธปท. รีบหาจุดยืนว่าจะรักษาเงินเฟ้อ หรือปล่อยให้บาทแข็งต่อ หลังพบยอดเงินไหลเข้า 3 เดือนทะลักกว่า 1.27 แสนล้านบาท

สบน.แนะ ธปท. รีบหาจุดยืนว่าจะรักษาเงินเฟ้อ หรือปล่อยให้บาทแข็งต่อ หลังพบยอดเงินไหลเข้า 3 เดือนทะลักกว่า 1.27 แสนล้านบาท

นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท. ) และกระทรวงการคลัง ควรหาแนวทางป้งอกันเรื่องเงินบาทแข็งค่า ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการายขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี โดยเห็นว่า ธปท. ควรเลือกว่าจะมุ่งดูแลแต่เรื่องเงินเฟ้อ โดยการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อจัดการเงินเฟ้อ แต่คงไม่สามารถแก้เรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าได้ เพราะการข้นดอกเบี้ยจะยิ่งสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนมากขึ้น สะท้อนจากภาวะตลาดตราสารหนี้ในช่วง ก.ค.—ก.ย. 53ที่ผ่านมา พบว่า มีเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดทุนสูงกว่า 1.27 แสนล้านบาท ซึ่งกว่า 75% เป็นการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ โดยเน้นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหลัก และ 25% เป็นการลงทุนในตลาดหุ้น

ทั้งนี้ จากการหารือับนักลงทุนต่างชาติ พบว่าขณะนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเป้าหมายในตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากมีผลตอบแทนและความเสี่ยงต่ำเนื่องจากได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่น่าลงทุน จึงทำให้นักลงทุนประเภทสถาบันจากต่างชาติทยอยปรัยสัดส่วนเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้นเป็น 2 - 3 % ของเป้าหมายที่ระดับ 10 % จึงเกรงว่าหากไม่รีบหามาตรการรองรับอาจทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าไปกว่านี้ได้

"การไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นแบบก้าวกระโดด ซึ่งยังเป็นแค่การเริ่มต้น ตลาดตราสารเรายังบวมขนาดนี้  ถ้าชะลอไม่ได้บาทก็จะแข็งไปอีก ซึ่ง ธปท.ต้องดูว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรแต่คงบอกไม่ได้ว่า ธปท. ควรจะลด หรือ ตรึงดอกเบี้ยไว้ เพราะต้องหารือกับคนี่ได้รับผลกระทบก่อน " นายจักรกฤศฎิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ได้เสนอแนวทางการป้องกันเงินทุนไหลเข้าว่า  ภาครัฐควรไปหารือกันให้ชัดเจนว่าต้องการจะแก้ปัญหาที่จุดไหนก่อนระหว่างเรื่องค่าเงินบาท หรือเงินเฟ้อ ขณะที่ สบน. จะเร่งตราสารหนี้ระยะยาว และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2554 สบน. มีแผนออกพันธบัตรจำนวน 9 หมื่นล้านบาท  โดยเห็นว่าทางการไม่ควรออกมาตรการสกัดเงินทุนไหลเข้า แต่ควรปล่อยให้เงินไหลเข้ามาได้ตามปกติ เพราะเมื่อมีเงินไหลเข้ามากๆ สภาพคล่องล้น จะมีผลให้ดอกเบี้ยลดได้เอง เพราะเกรงว่าการออกมาตรการจะมีช่องโหว่อื่นตามมาได้

ขณะเดียวกันภาครัฐควรเร่งการลงทุนในโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น โครงการรถไฟฟ้า และโครงการไทยเข้มแข็ง และควรเร่งส่งเสริมให่เอกชนเร่งลงทุน ในช่วงที่มีเงินไหลมามากๆ และค่าบาทแข็งค่า สำหรับในปี 2554 สบน. มีแผนออกตราสารหนี้ในประเทศ และการออกพันธบัตรรัฐบาลทั้งสิ้นจำนวน 4.5 แสนล้านบาท โดยในไตรมาสแรกตั้งเป้าหมายออกพันธบัตรจำนวน 9 หมื่นล้านบาท และเตรียมจะออกพันธบัตร  50 ปี ในช่วงไตรมาสที่ 2 อีก 4,500 ล้านบาท และพันธบัตรที่อิงกับอัตราเงินเฟ้อ อีก 9,000 ล้านบาท เริ่มในช่วงไตรมาสที่ 2 - 4 เนื่องจากขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือเกณฑ์การถือครองพันธบัตรอยู่


 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี