ธันยวดี วะสินนท์ บ้านสวยหวานสไตล์อังกฤษ
เรื่อง : อณุสรา ทองอุไรภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดีเจ้าของโรงงานแหนมดอนเมืองและเจ้าของแบรนด์อาหารสำเร็จรูปสำหรับเด็ก หมูฝอยผสมปลาตัวเล็กนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ยี่ห้อ Little Munchy และต่อมามีการต่อยอดเพิ่มสินค้าเป็นไส้กรอกปลอดสารอีกด้วย วันนี้เธอใจดีพามาเปิดบ้านแสนอบอุ่น หวานๆ สไตล์อิงลิช
เรื่อง : อณุสรา ทองอุไรภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
เจ้าของโรงงานแหนมดอนเมืองและเจ้าของแบรนด์อาหารสำเร็จรูปสำหรับเด็ก หมูฝอยผสมปลาตัวเล็กนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ยี่ห้อ Little Munchy และต่อมามีการต่อยอดเพิ่มสินค้าเป็นไส้กรอกปลอดสารอีกด้วย วันนี้เธอใจดีพามาเปิดบ้านแสนอบอุ่น หวานๆ สไตล์อิงลิช
เธอเล่าว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังแรกของเธอหลังจากที่แต่งงานได้ 5 ปี ตอนแรกอยู่คอนโด แถวดอนเมือง พอมีลูกก็เลยย้ายมาซื้อบ้านหลังนี้เพื่อให้ใกล้กับโรงเรียนของลูกน้อยวัยกำลังซน บ้านหลังนี้มีพื้นที่ทั้งหมด 100 ตารางวา มีเนื้อที่ใช้สอย 300 ตารางเมตร เป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างแบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นห้องรับแขก 1 ห้อง ห้องนอน 1 ห้อง ห้องนั่งเล่น 1 ห้อง ครัวฝรั่งและส่วนรับประทานอาหาร ด้านหลังมีครัวไทยและห้องนอนของพี่เลี้ยงเด็ก ส่วนชั้นบนมี 1 ห้องนอนใหญ่ 2 ห้องนอนเล็ก มีห้องน้ำครบทั้ง 3 ห้อง
การตกแต่งนั้น เธอและสามีช่วยกันตกแต่งเองเน้นพื้นที่ใช้สอยเป็นสำคัญ แยกส่วนการใช้งานอย่างชัดเจน เน้นการตกแต่งสไตล์อังกฤษแบบหวานๆ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง แต่มีความเป็นผู้หญิงชัดเจน พวกเฟอร์นิเจอร์ไม้จะเลือกชิ้นใหญ่แข็งแรง ไม่มีเหลี่ยมมุม เพราะลูกยังเล็กๆ เวลาวิ่งเฉี่ยวชนจะได้ไม่อันตรายสำหรับเด็กๆ มากเกินไป
นอกจากนี้ เธอยังแยกห้องนั่งเล่นไว้ให้เด็กๆ โดยเฉพาะ เวลาที่ลูกน้อยกลับจากโรงเรียนจะได้มีห้องไว้ให้ทำการบ้าน หรือห้องเก็บของเล่นไว้ในที่เดียวกันเพื่อเด็กๆ จะได้มีพื้นที่ของตัวเองเป็นห้องๆ ไป
ทั้งเธอและสามีชอบไม้ เธอเลยเลือกเฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้โอ๊ก สีไม้ธรรมชาติ และมีพวกเก้าอี้ไม้ที่ออกโทนสีสันสดใสสำหรับลูกๆ ที่สำคัญบ้านที่มีไม้เป็นส่วนประกอบหลักจะทำให้บ้านรู้สึกอบอุ่น มีความเป็นบ้านมากกว่าบ้านตึกบ้านปูน
สำหรับผ้าม่านนั้น เธอเลือกใช้โทนสีน้ำตาลเพื่อให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งเธอก็เลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้มีสีไล่โทนสีอ่อนแก่ผสมกันไป 2-3 โทน เพื่อให้บ้านแลดูมีมิติ นอกจากนี้เธอยังทำมุมเด็กๆ เพื่อลูกน้อย ส่วนบริเวณหน้าบ้านเธอตั้งใจทำเป็นสนามเล็กๆ ให้เป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ลูกๆ ได้มีสนามหญ้าเล็กๆ ไว้วิ่งเล่นในบ้าน
ส่วนของตกแต่งอื่นๆ โดยเฉพาะพวกโคมไฟเป็นของสะสมที่ซื้อไว้นานก่อนที่จะมาซื้อบ้านหลังนี้ เธอกล่าวว่าทั้งเธอและสามีชอบตกแต่งบ้านเวลาเดินทางไปไหนทั้งเที่ยวทั้งทำงาน ไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศหรือในประเทศถ้าเจอของแต่งบ้านโคมไฟนี่จะซื้อไว้หลายอัน พอซื้อบ้านก็เลือกเอามาใช้
"คือบ้านเราไม่ได้ใหญ่โตมาก เพราะตั้งใจซื้อบ้านขนาดกำลังดี สำหรับ 4 คน พ่อแม่ลูก ไม่ต้องการบ้านที่กว้างใหญ่เกินไป เพราะส่วนใหญ่เราจะดูแลบ้านเอง โดยเฉพาะสวนนั้นสามีดูแลเองทั้งหมด สามีชอบต้นเฟิร์นมาก ชอบต้นไม้ที่มีทรงไหลลงมาเหมือนม่านสายยาวๆ ดูแล้วชื่นใจ สบายตา บ้านเราไม่มีรั้วบ้าน ปลูกต้นไม้รอบบ้านเอาต้นไม้แทนรั้วบ้าน จะได้มีพื้นที่สีเขียวเยอะ บางทีน้องแมว น้องหมา ก็มุดรั้วเข้ามาบ้าง (หัวเราะ) ก็ปล่อยไป เราไม่ชอบรั้วเหล็ก รั้วไม้ มันดูเป็นทางการมากเกินไป
ความหมายของคำว่าบ้านของเธอนั้น ก็คือเป็นบ้านที่อบอุ่นสบายมีความเป็นกันเอง ได้อยู่กับคนที่เรารักและรักเรา มีความเป็นครอบครัวอย่างแท้จริง มีความเป็นส่วนตัวง่ายๆ สบายๆ จะนั่งเล่นนอนเล่นตรงไหนก็ได้


