
ปราบยาปลอม
กวาดจับไวอะกร้าพอนสแตน เสียหายปีละหลายพันล้านบาท
โพสต์ทูเดย์
— “อลงกรณ์” ดึง9 หน่วยงานปราบยาไวอะกร้าพอนสแตน ปลอม หลังพบเสียหายปีละหลายพันล้านบาทนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับ 9 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันปราบปรามและป้องกันการระบาดของยาที่ละเมิดเครื่องหมายทางการค้า โดยในแต่ละปีพบว่ามีการลักลอบนำเข้ายาปลอมทั้งของบุรุษ สตรี และเด็ก รวมมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท
“
ที่ผ่านมาเลขความเสียหายอาจมากกว่านั้นเพราะที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานต่างคนต่างทำงาน ไม่มีการเก็บข้อมูลแท้จริง อย่างเมื่อปี 2552 มีจับยาปลอมได้ 1.45 แสนเม็ด มูลค่าความเสียหาย 58 ล้านบาท ซึ่งยังมีอีกจำนวนมากที่จับไม่ได้ มีการลักลอบนำเข้ามาตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ยาไวอะกร้า และยาบรรเทาปวดท้องพอนสแตน เป็นต้น”นายอลงกรณ์ กล่าวสำหรับความร่วมมือดังกล่าว จะปราบปรามแหล่งผลิต การจำหน่ายและนำเข้า ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการไม่ละเมิดเครื่องหมายการค้า การบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองเครื่องหมายการค้า เพราะการซื้อยาปลอมมารับประทานนอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจไทยแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อชีวิตด้วย
ทั้งนี้ หน่วยงานที่ร่วมลงนาม เช่น กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ เป็นต้น สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสำนักงานอัยการฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู)
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การลงนามเอ็มโอยูเพื่อปราบปรามและป้องกันการละเมิดเครื่องหมายการค้ายา ไทยจะใช้การลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้เป็นข้อมูลเพื่อทบทวนสถานะการจัดอันดับประเทศคู่ค้าตามมาตรา 301 กฎหมายการค้าพิเศษ สหรัฐ ที่จะเปิดให้ไทยสามารถยื่นข้อมูลทบทวนนอกรอบในช่วงเดือน ต.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะเป็นผลดีกับไทย ที่สหรัฐจะเห็นถึงความตั้งใจในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและจัดอันดับไทยให้อยู่ในบัญชีดีขึ้น จากปัจจุบันไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับเบิลยูแอล)
ส่วนเรื่องการบังคับใช้สิทธิ์ยาที่มีสิทธิบัตร(ซีแอล) ยืนยันว่าไทยได้ดำเนินการตามกรอบข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญา (ทริปส์) องค์การการค้าโลกซึ่งทุกประเทศก็เข้าใจ และไม่มีใครติติงไทยในประเด็นดังกล่าว
” นายอลงกรณ์ กล่าวด้านนางปัจฉิมา ธนสันติอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ความคืบหน้าในการยื่นทบทวนสถานะบัญชีประเทศคู่ค้ากับสหรัฐนั้น ขณะนี้ได้จัดทำรายละเอียดในแต่ละเดือนว่า กรมฯ ดำเนินการเรื่องใดบ้างเกี่ยวกับการปราบปรามและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
นอกจากนี้ ยังได้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.แอบถ่ายในโรงภาพยนตร์เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ซึ่งได้รับการอนุมัติแล้ว และกำลังดำเนินการในขั้นตอนของการออกกฎหมายบังคับใช้ต่อไป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะส่งให้กับทางผู้แทนการค้าพิเศษสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) และเดือน ต.ค.จะประกาศว่ามีการทบทวนสถานะนอกรอบให้ไทยหรือไม่







