
ปตท.ดันก๊าซชีวภาพอัดหนุนเอ็นจีวีภูธร
โพสต์ทูเดย์
— ปตท.เดินหน้าโครงการก๊าซชีวภาพอัด ทุ่ม 83 ล้านทำโครงการทดลองที่อุบลราชธานี หวังลดต้นทุนขนส่งกระตุ้นใช้งานนายเพิ่มศักดิ์ ชีวาวัฒนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า บริษัทจะส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับบริษัท อุบล ไบโอก๊าซ เพื่อผลิตและปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพที่ได้จากน้ำเสียของโรงงานแป้งมันสำปะหลังให้เป็นก๊าซชีวภาพอัด เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์
โครงการดังกล่าวจะใช้งบลงทุนรวมทั้งสิ้น 83 ล้านบาท โดยเป็นงบสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน 35 ล้านบาท ซึ่ง ปตท.จะรับซื้อก๊าซชีวภาพ 2,363 ตันต่อปี มาปรับปรุงเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายได้ในช่วงปลายปี 2554
ด้านนายปุณณชัย ฟูตระกูล ผู้จัดการฝ่ายตลาดก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. กล่าวว่า นอกจากก๊าซชีวภาพอัดแล้ว ปตท.ยังอยู่ระหว่างการวิจัยก๊าซธรรมเหลว หรือแอลเอ็นจี ที่สามารถขนส่งได้สะดวกกว่า ซึ่งทั้งสองโครงการนั้น ปตท.พิจารณาเพื่อเพิ่มการใช้งานในกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงเป็นการลดต้นทุนการขนส่ง
ทั้งนี้ หากพิจารณาจากเพดานราคาที่กำหนดไว้ที่ 10.34 บาทต่อกิโลกรัมนั้น ไม่สามารถชดเชยในส่วนของค่าขนส่งในหลายพื้นที่ได้ การพิจารณาหาทางออกใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติ จึงเป็นทางออกที่ ปตท.กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
“
ปกติเราจะคิดราคาเพิ่มในพื้นที่ที่อยู่นอกรัศมี 50 กิโลเมตรของสถานีแม่อีก 1.2 สตางค์ต่อกิโลกรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งในบางจังหวัดที่ห่างไกลกว่า 400 กิโลเมตร ต้นทุนจริงๆ จะแพงกว่าราคาจำหน่ายกลางมากกว่า 4 บาทต่อกิโลกรัม” นายปุณณชัย กล่าวอย่างไรก็ตาม แนวโน้มการใช้งานซีเอ็นจีในปัจจุบันเริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้ง เห็นได้จากปริมาณรถยนต์ที่นำมาติดตั้งซีเอ็นจีเพิ่มขึ้นเป็น 230 คันต่อวัน ซึ่งทำให้มีปริมาณรถยนต์ที่ใช้งานซีเอ็นจี 2.04 แสนคันในปัจจุบัน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.12 แสนคันในปีนี้
ทั้งนี้ มีสถานีให้บริการที่เพิ่มขึ้นจาก 390 แห่งในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เป็น 416 แห่งในปัจจุบัน ซึ่ง ปตท.มีแผนที่จะเพิ่มสถานีบริการเป็นไม่น้อยกว่า 460 แห่งในปีนี้ โดยคาดว่าความต้องการใช้งานจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,4005,500 ตันต่อวันก่อนสิ้นปีนี้ จากที่ใช้งานอยู่ 5,000 ตันต่อวันในปัจจุบัน







