
หุ้นไทยอ่อนตัวตามเอเชีย
ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลงเช้าวันนี้ เหตุกังวลเรื่องเสถียรภาพการเงินของยุโรป
ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลงเช้าวันนี้ เหตุกังวลเรื่องเสถียรภาพการเงินของยุโรป
ความกังวลเรื่องเสถียรภาพการเงินของยุโรปเข้ารบกวนการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง หลังสถาบันจัดอันดับมูดี้ส์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารแองโกล ไอริช ของไอร์แลนด์ ทำให้มีแรงขายหุ้นสถาบันการเงินของสหรัฐส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 48 จุดปิดที่ระดับ 10,812 จุด และส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลงเช้าวันนี้ รวมถึงตลาดหุ้นไทยลดลง 3จุด ซื้อขายบริเวณ 959 จุด
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์เคจีไอ(ประเทศไทย) คาดตลาดจะมีการปรับฐานลง กลยุทธ์สั้นแนะซื้อแนวรับ-ขายแนวต้าน เนื่องจากความเสี่ยงของดัชนีฯ สูงขึ้นในระยะสั้นหลังจากขึ้นมาเหนือระดับ 960 จุด ซึ่งสูงเกินกว่าระดับ 1.7 เท่าของมูลค่าทางบัญชีของ ตลาด ซึ่งสถิติในอดีตชี้ว่าเป็นระดับที่มักเกิดแรงขายทำกำไร
อย่างไรก็ตามเคจีไอมองว่ากรณีมูดี้ส์ปรับลดความน่าเชื่อถือของธนาคารในไอร์แลนด์ จะไม่กระทบจิตวิทยาต่างประเทศมากนัก ในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับมาตรการเสริมสภาพคล่องของสหรัฐอเมริกา เป็นหลัก
หากตลาดหุ้นมีปรับฐานแนะนำซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่ เนื่องจากแนวโน้มทุนต่างชาติในระยะกลางยังแข็งแกร่ง ตั้งแต่ต้นปี 2553 ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยไป 3.29 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.4% ของมูลค่าตลาด ซึ่งยังต่ำหากเทียบกับสัดส่วนในปี 2552 ซึ่งอยู่ที่ 0.8% จึงคำนวณได้ว่าหากสัดส่วนดังกล่าวกลับไปที่ 0.8% ได้ ก็น่าจะเห็นแรงซื้อต่างชาติเข้ามาอีก 3-3.5 หมื่นล้านบาทจึงยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ ตลาด ในระยะกลาง
ดังนั้นจึง แนะนำให้ซื้อหุ้นใหญ่ในช่วงราคาอ่อนตัวลง เช่นธนาคารกรุงเทพ(BBL) ธนาคารกรุงไทย(KTB) บริษัทบ้านปู(BANPU) บริษัทท่าอากาศยาน(AOT) และหุ้นขนาดกลางคือ บริษัททิปโก้แอสฟัลท์(TASCO) บริษัทช.การช่าง( CK )และบริษัทเหมราชพัฒนาที่ดิน( HEMRAJ) เป็นต้น







