
Asset Allocation October
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ บลจ.วรรณเดือน ต.ค. บลจ.วรรณ เพิ่มน้ำหนัก (Overweight) คงน้ำหนักการลงทุนในระดับ Growth โดยประเมินว่าการลงทุนในตราสารทุนยังให้ผลตอบแทนน่าสนใจ ดัชนียังมีโอกาสปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการไหลเข้าของเงินทุน โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่ดัชนีหลักทรัพย์มี Upside จำกัด
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ บลจ.วรรณ
เดือน ต.ค. บลจ.วรรณ เพิ่มน้ำหนัก (Overweight) คงน้ำหนักการลงทุนในระดับ Growth โดยประเมินว่าการลงทุนในตราสารทุนยังให้ผลตอบแทนน่าสนใจ ดัชนียังมีโอกาสปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการไหลเข้าของเงินทุน โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่ดัชนีหลักทรัพย์มี Upside จำกัด
เดือนนี้นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จากการแถลงของเจเน็ต เยลเลน สะท้อนว่าแนวนโยบายน่าจะ Hawkish จากมุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะทยอยขึ้นค่อยเป็นค่อยไป แม้อัตราเงินเฟ้อยังไม่แน่นอน ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีขึ้นรับ
ตลาดหุ้นสหรัฐ ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นค่อยเป็นค่อยไป ดัชนี S&P 500 ทำ New High และยืนเหนือระดับ 2,500 จุด ได้ครั้งแรกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีและความคืบหน้าการลดนโยบายภาษีช่วงปลายเดือน ก.ย. 2560
ระยะถัดไปมองว่านโยบายลดภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นปัจจัยมีผลต่อทิศทางตลาด หากมีความชัดเจนจะเป็นปัจจัยบวกหนุนดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐ โดย Valuation ของตลาดหุ้นสหรัฐช่วงนี้ค่อนข้างตึงตัว ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์เริ่มกลับมาแข็งค่า โดยเฉพาะเมื่อเทียบเงินยูโรและเยนจากการคาดการณ์ว่าเฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเดือน ธ.ค. 2560
สำหรับตลาดหุ้นยุโรป ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด สะท้อนว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังดีจากความเชื่อมั่น ผู้บริโภคและภาคธุรกิจยังสูง แต่ปัจจัยการเลือกตั้งอิตาลีและผลของเบร็กซิตจะยังมีน้ำหนักต่อการปรับตัวของตลาดที่ต้องติดตามต่อไป แต่การที่อัตราเงินเฟ้อยังต่ำ ทำให้คาดว่าการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB ในส่วนของ QE Tapering น่าจะยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ในแง่ Valuation ของตลาดหุ้นยุโรปยังน่าสนใจ
ตลาดหุ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ อาจได้รับแรงกดดันจากที่ค่าเงินดอลลาร์เริ่มกลับมาแข็งค่า แต่หากเฟดดำเนินตามแผนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ประกาศก่อนหน้านี้คือ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้งและ ปีหน้า 3 ครั้ง มองว่าดัชนีตลาดหุ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่อาจปรับตัวลงระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนรับรู้แผนปรับอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว
สำหรับตลาดหุ้นไทย ยังได้ประโยชน์จากกระแสเงินลงทุนไหลเข้าหลังปัจจัยกดดันภายในคลี่คลาย โดยเดือน ก.ย.กระแสเงินลงทุนไหลเข้าตราสารทุนประมาณ 7,000 ล้านบาท และไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทย
นักลงทุนต่างประเทศกลับมามีสถานะซื้อสุทธิทั้งพันธบัตรระยะสั้นจนถึงระยะยาว 9.4 หมื่นล้านบาท และมี Net Holding เพิ่มขึ้น 5.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังมี Sentiment เชิงบวกจากประมาณการ GDP ที่ถูกปรับเพิ่มในแง่ Valuation ตลาดหุ้นไทยยัง Underperform ตลาดในภูมิภาคอยู่มาก โดยหุ้นที่ราคายังปรับขึ้นน้อยกว่าหุ้นอื่นๆ (Laggard) และหลักทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยวยังเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจ
ตลาดตราสารหนี้ ตลาดตราสารหนี้ในไตรมาส 4 ปี 2560 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond Yield) มีแนวโน้มขึ้นตามพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจากการลด Balance Sheet และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเดือน ธ.ค. ของเฟด เนื่องจาก Bond Yield ณ ระดับปัจจุบันค่อนข้างต่ำและอาจมีเงินทุนไหลออกจากการที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
ด้านแนวโน้มกองทุนรวมอสังหา ริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (PF&REIT) มีทิศทางดีขึ้น แต่เป็นการปรับตัวในกรอบจำกัด เมื่อเทียบเดือนที่ผ่านมาจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่ชัดเจนขึ้นและอัตราดอกเบี้ยไทย ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมที่ 1.5% ทำให้แนวโน้มแรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยผ่อนคลายลงและคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะปรับตัวดีขึ้น ทำให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของกลุ่มนี้เทียบกับพันธบัตรรัฐบาลยังอยู่ในระดับสูงกว่า 3.5% ทำให้กองทุนอสังหาริมทรัพย์เริ่มกลับมาเป็นที่น่าสนใจจากรายได้ค่าเช่า
ขณะที่การกระจายความเสี่ยงถือครองทองคำยังมีความจำเป็นหากความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐกลับมาปะทุ
สำหรับการจัดสรรการลงทุนความเสี่ยงระดับปานกลาง แนะนำให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นไทยประมาณ 25%
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยจะยังปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway up เป็นการ Rotation ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมในตลาด โดยกองทุนอาจปรับพอร์ตการลงทุนเน้นหลักทรัพย์ที่มีประโยชน์เฉพาะตัว และหลักทรัพย์ที่ Laggard ตลาดอยู่ เช่น กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มค้าปลีกหุ้นต่างประเทศ 30% โดยเน้นลงทุนในตลาดหุ้น EM ตราสารหนี้ระยะสั้น 35% คงน้ำหนักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 5% และทองคำ 5%







