
หวังใช้เอเปกเอสเอ็มอีดัน เอกชนไทยลุย
โพสต์ทูเดย์
— สสว.หวังใช้เวทีเอเปกเอสเอ็มอี ดึงธุรกิจเอสเอ็มอีขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ชงอาเซียนเกตเวย์ เป็นศูนย์เชื่อมโยงข้อมูลนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม จะเป็นหัวหน้าคณะเข้าร่วมประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ของกลุ่มวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ระหว่างวันที่ 14 ต.ค. 2553 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประเด็นหลักในการประชุมจะเน้นการให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอี เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ภายหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจจากเดิมที่ให้ความสำคัญกับบริษัทขนาดใหญ่ผลักดันเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ที่จะประชุมจะหาวิธีร่วมกันพัฒนาเอสเอ็มอีในทุกทาง โดยไทยจะนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ให้นำมาใช้ในกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งที่ผ่านมา สสว.ได้นำแนวคิดนี้นี้มาปรับใช้แล้ว เช่น การศึกษาอัตลักษณ์ของสินค้าในแต่ละท้องถิ่น ดึงจุดเด่นของสินค้าในแต่พื้นที่ขึ้นมาเป็นจุดขายของสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า
รวมทั้งจะนำเสนอผลกระทบของเอสเอ็มอีจากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่ง สสว.จะใช้โครงการอาเซียนเกตเวย์เข้ามาลดผลกระทบจากการเปิดเสรี โดยโครงการดังกล่าวจะให้ไทยเป็นฐานการเชื่อมโยงข้อมูลกับประเทศในอาเซียน ซึ่งสสว.ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในต่างจังหวัดทำข้อมูลเกี่ยวกับเอสเอ็มอีในพื้นที่ที่มีส่วนเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านโดยได้จัดทำเป็นข้อมูลด้านธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มหัตถกรรม สินค้าออแกนนิก และโลจิสติกส์ ซึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ต้องการทำธุรกิจเชื่อมโยงกัน ก็สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้ ทำให้เอสเอ็มอีมีโอกาสก้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งสมาชิกในกลุ่มเอเปคก็สามารรถเข้ามาใช้ข้อมูลได้เช่นเดียวกัน
น.ส.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จะมีการหารือทวิภาคีระหว่างนายชัยวุฒิ และรมว.พาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐอเมริกาต้องการมีความร่วมมือกับเอสเอ็มอีไทย เพื่อส่งเสริมให้เอสเอ็มอีของสหรัฐไปทำธุรกิจในต่างประเทศ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ สอดคล้องกับไทยที่ต้องการเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของเอสเอ็มอีอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ไทยก็พร้อมที่จะใช้คลัสเตอร์เอสเอ็มอีที่มีและอาเซียนเกตเวย์รองรับการทำธุรกิจร่วมกับเอสเอ็มอีสหรัฐโดยเอสเอ็มอีสหรัฐสามารถใช้ต้นทุนการผลิตต่ำของไทยซึ่งเอสเอ็มอีของสหรัฐมีประสบการณ์ทำธุรกิจระหว่างประเทศจะช่วยสร้างโอกาสให้เอสเอ็มอีไทยทำธุรกิจกับต่างชาติ โดยไทยมีเวียดนามเป็นคู่แข่งในการดึงเอสเอ็มอีสหรัฐไปลงทุนทำธุรกิจ แต่ไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานบางส่วนดีกว่า เช่น ระบบโลจิสติกส์
นอกจากนี้ ไทยจะหารือทวิภาคีกับไต้หวัน ซึ่งในปีหน้าไต้หวันจะเป็นประธานเอเปคเอสเอ็มอีจึงต้องการหารือเกี่ยวกับการช่วยเหลือเอสเอ็มอีในอนาคต เช่น การตั้งศูนย์เตือนภัยเอสเอ็มอีในเอเปค โดยไทยจะเสนอให้มีการสร้างระบบบริหารจัดการธุรกิจของเอสเอ็มอี ซึ่งอาจจะมีการดึงผู้เชี่ยวชาญในการส่งเสริมเอสเอ็มอีของประเทศสมาชิกเอเปคมาให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอี







