posttoday
เปลี่ยนความคิด ลงมือทำ ได้ผลลัพธ์ที่ดี

เปลี่ยนความคิด ลงมือทำ ได้ผลลัพธ์ที่ดี

28 กันยายน 2560

เรื่อง กันย์ ภาพ pixabayอารมณ์ ความคิด และความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเงิน นั้นสามารถส่งผลต่อความเครียดทางการเงินในเชิงลบ และส่งผลกระทบต่อการทำงานเป็นอันดับต้นๆ เลย ทั้งนี้จากการวิจัยล่าสุดจาก Willis Towers Watson แสดงให้เห็นว่า 59% ของพนักงานจะรู้สึกเครียดในที่ทำงาน เนื่องจากความกังวลเรื่องเงิน มีบทความเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านอารมณ์ ความคิด และความเชื่อ พร้อมทั้งวิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องเงินมาฝากกัน ว่าทำอย่างไรถึงจะช่วยผ่อนคลายความคิดเชิงลบให้หายไปได้ในที่สุด

เรื่อง กันย์ ภาพ pixabay

อารมณ์ ความคิด และความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเงิน นั้นสามารถส่งผลต่อความเครียดทางการเงินในเชิงลบ และส่งผลกระทบต่อการทำงานเป็นอันดับต้นๆ เลย ทั้งนี้จากการวิจัยล่าสุดจาก Willis Towers Watson แสดงให้เห็นว่า 59% ของพนักงานจะรู้สึกเครียดในที่ทำงาน เนื่องจากความกังวลเรื่องเงิน มีบทความเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านอารมณ์ ความคิด และความเชื่อ พร้อมทั้งวิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องเงินมาฝากกัน ว่าทำอย่างไรถึงจะช่วยผ่อนคลายความคิดเชิงลบให้หายไปได้ในที่สุด

1.เผชิญหน้ากับความคิดนั้น

ในวันหนึ่งๆ คนเราจะมีความคิดต่างๆ เวียนอยู่ในหัวประมาณ 6,000 รอบ/วัน ซึ่งส่วนใหญ่เราจะคิดแต่เรื่องเดิมซ้ำๆ และส่วนใหญ่ความคิดเหล่านั้นก็จะเป็นเรื่องสถานการณ์ทางการเงินที่เลวร้ายทั้งนั้นเลย! ทั้งนี้ ความคิดเหล่านี้เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้เรามองโลกในแง่ร้ายมากขึ้น ดังนั้นการทำลายห่วงโซ่การคิดนี้ คือการตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉันมัวแต่มาคิดเรื่องเงิน จนทำให้การงานเสีย และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันยังคงคิดต่อไป

2.เข้าใจอารมณ์ตัวเอง

ตอนนี้คุณควรเข้าใจความสัมพันธ์ของคุณกับเงินก่อน เช่น คุณหวาดกลัวที่จะตรวจสอบยอดเงินในบัญชีธนาคารของคุณหรือไม่ คุณมักจะรู้สึกอิจฉาความมั่งคั่งของคนอื่นๆ ไหม คุณคิดเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณอยู่ตลอด เพราะมันจะทำให้คุณไม่ปลอดภัยใช่ไหม ที่ให้คุณตั้งคำถาม เหล่านี้กับตัวเอง ก็เพื่อที่จะให้คุณรู้เป้าหมายของคุณ เพื่อไม่ให้อารมณ์ของคุณกำหนดพฤติกรรมของคุณ สำหรับการแก้ไขปัญหาคือ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความคิดเรื่องเงินของคุณในแง่ดีขึ้นทีละน้อย จนความคิดเรื่องเงินในแง่ดีนั้นสามารถปรับเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้นได้

3.เปลี่ยนรูปแบบความเชื่อ

ตอนนี้คุณได้กำหนดความคิดและอารมณ์ของคุณในทางที่ดีขึ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเผชิญหน้ากับความเชื่อเรื่องการเงินของคุณ เคยมีคำกล่าวที่ว่าความเชื่อเหมือนภูเขาน้ำแข็ง ที่มันยากจะพังทลายลงมาได้ ความเชื่อเรื่องเงินของเราเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เรายังเป็นเด็ก จนกระทั่งเข้าวัยหนุ่มสาว จนมีผลต่อพฤติกรรมเมื่อเราเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

ตัวอย่างของความเชื่อภูเขาน้ำแข็งทางการเงินก็อย่างเช่น เราเชื่อว่าเงินเป็นเครื่องหมายของความสำเร็จ หรือ เราเชื่อว่าเรารู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องเงินในครอบครัวของเรา ความเชื่อเหล่านี้นี่เองที่จะผลักดันให้เรามีพฤติกรรมทางการเงินที่ไม่ดี จนกว่าเราจะเป็นหนี้ขึ้นมาถึงจะเรียนรู้ว่าความเชื่อที่เราเชื่อมาทั้งหมดมันผิด แต่การประหยัดเงินและมีความพอเพียงคือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้พฤติกรรมของเราดีขึ้นได้

การแก้ไขปัญหาในข้อนี้ คือการรับรู้ว่าความเชื่อเรื่องเงินที่ไม่ดีของคุณ มันจะสามารถทำลายตัวตนและตัวคุณได้ เพราะฉะนั้นคุณควรให้ภูเขาน้ำแข็งทางการเงินของคุณถูกบั่นทอนออกไปเสีย เพราะการที่ถูกโดนปลูกฝังเรื่องการเงินมาจากพ่อแม่ของเราแบบนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำอย่างพวกเขาเสียเมื่อไหร่ การวางแผนและการจัดทำงบประมาณการเกษียณอายุก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องทำต่อไป แต่เมื่อเราเข้าใจความคิดเรื่องเงินของเรา เราจะสามารถเผชิญหน้ากับความเชื่อต่างๆ และขับไล่ความเครียดของเราออกไปจากจิตใจได้อย่างแน่นอน

4.เปลี่ยนความคิดลงมือทำชีวิตจะเปลี่ยน

การจะสร้างความเชื่อใหม่ๆ ในเรื่องการเงินนั้นอยู่ที่ การเปลี่ยน Mind set ของคุณ ถ้าคิดว่าทำไม่ได้หรือยังออมแบบเดิมๆ เพราะคิดว่าการลงทุนหรือการออมในรูปแบบใหม่ๆ เป็นเรื่องยากหรือเสี่ยงเกินไป จะทำให้คุณไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ถ้าความคิดไม่เปลี่ยน การกระทำไม่เปลี่ยน ผลลัพธ์ก็ยากที่จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ดังนั้นต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงความคิด กล้าทำอะไรใหม่ๆ ลงมือทำ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเปลี่ยนไป ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท