
ประชุมเอเปคSMEหวังให้ภาคธุรกิจขับเคลื่อนศก.โลก
ประชุมเอเปคเอสเอ็มอีหวังดึงธุรกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก พร้อมนำเสนออาเซียนเกตเวย์เป็นศูนย์เชื่อมโยงข้อมูล ด้านไทยเตรียมหารือทวิภาคีกับสหรัฐอเมริกา-ไต้หวัน
ประชุมเอเปคเอสเอ็มอีหวังดึงธุรกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก พร้อมนำเสนออาเซียนเกตเวย์เป็นศูนย์เชื่อมโยงข้อมูล ด้านไทยเตรียมหารือทวิภาคีกับสหรัฐอเมริกา-ไต้หวัน
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรมจะเป็นหัวหน้าคณะเข้าร่วมการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ของกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ระหว่างวันที่ 1- 4 .ค. 2553 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยประเด็นหลักในการประชุมจะเน้นการให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอี เพื่อเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ภายหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ ต่างจากเดิมที่ให้ความสำคัญกับบริษัทขนาดใหญ่
ทั้งนี้ ที่จะประชุมจะหาวิธีร่วมกันพัฒนาเอสเอ็มอีในทุกทาง โดยไทยจะนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ให้นำมาใช้ในกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งที่ผ่านมาสสว.ได้นำแนวคิดนี้นี้มาปรับใช้แล้ว เช่น การศึกษาอัตลักษณ์ของสินค้าในแต่ละท้องถิ่น ดึงจุดเด่นของสินค้าในแต่พื้นที่ขึ้นมาเป็นจุดขายของสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า
รวมทั้งจะนำเสนอผลกระทบของเอสเอ็มอีจากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งสสว.จะใช้โครงการอาเซียนเกตเวย์ เข้ามาลดผลกระทบจากการเปิดเสรี โดยโครงการดังกล่าวจะให้ไทยเป็นฐานการเชื่อมโยงข้อมูลกับประเทศในอาเซียน ซึ่งสสว.ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในต่างจังหวัดทำข้อมูลเกี่ยวกับเอสเอ็มอีในพื้นที่ที่มีส่วนเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้จัดทำเป็นข้อมูลด้านธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มหัตถกรรม สินค้าออแกนนิก และโลจิสติกส์ ซึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ต้องการทำธุรกิจเชื่อมโยงกัน ก็สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้ ทำให้เอสเอ็มอีมีโอกาสก้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งสมาชิกในกลุ่มเอเปคก็สามารรถเข้ามาใช้ข้อมูลได้เช่นเดียวกัน
นางวิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการสสว. กล่าวว่า ในระหว่างการประชุมเอเปคเอสเอ็มอีในครั้งนี้จะมีการหารือทวิภาคีระหว่างนายชัยวุฒิ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐอเมริกาต้องการมีความร่วมมือกับเอสเอ็มอีไทย เนื่องจากในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมาเอสเอ็มอีสหรัฐไม่สามารถอยู่ในประเทศต่อได้ จึงต้องการส่งเสริมให้เอสเอ็มอีไปทำธุรกิจในต่างประเทศ เพื่อให้สามารรถแข่งขันในตลาดโลกได้ สอดคล้องกับไทยที่ต้องการเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของเอสเอ็มอีอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ไทยก็พร้อมที่จะใช้คลัสเตอร์เอสเอ็มอีที่มีและอาเซียนเกตเวย์รองรับการทำธุรกิจร่วมกับเอสเอ็มอีสหรัฐ โดยเอสเอ็มอีสหรัฐสามารถใช้ต้นทุนการผลิตต่ำของไทย ซึ่งเอสเอ็มอีของสหรัฐมีประสบการณ์ทำธุรกิจระหว่างประเทศจะช่วยสร้างโอกาสให้เอสเอ็มอีไทยทำธุรกิจกับต่างชาติ โดยไทยมีเวียดนามเป็นคู่แข่งในการดึงเอสเอ็มอีสหรัฐไปลงทุนทำธุรกิจ แต่ไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานบางส่วนดีกว่า เช่น ระบบโลจิสติกส์
นอกจากนี้ ไทยจะหารือทวิภาคีกับไต้หวัน ซึ่งในปีหน้าไต้หวันจะเป็นประธานเอเปคเอสเอ็มอีจึงต้องการหารือเกี่ยวกับการช่วยเหลือเอสเอ็มอีในอนาคต เช่น การตั้งศูนย์เตือนภัยเอสเอ็มอีในเอเปค โดยไทยจะเสนอให้มีการสร้างระบบบริหารจัดการธุรกิจของเอสเอ็มอี ซึ่งอาจจะมีการดึงผู้เชี่ยวชาญในการส่งเสริมเอสเอ็มอีของประเทศสมาชิกเอเปคมาให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอี







