
มหัศจรรย์เลข 3 กุญแจความสำเร็จลงทุนให้ถึงฝัน
โดย วารุณี อินวันนาหลายคนค้นพบความฝันของตัวเองตั้งแต่วัยเด็ก และหลายคนความฝันจะค่อยๆ ก่อรูปที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากได้ทดลองทำหลายๆ อย่างมาแล้วในชีวิต และหาแนวทางที่จะไปให้ถึงฝัน
โดย วารุณี อินวันนา
หลายคนค้นพบความฝันของตัวเองตั้งแต่วัยเด็ก และหลายคนความฝันจะค่อยๆ ก่อรูปที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากได้ทดลองทำหลายๆ อย่างมาแล้วในชีวิต และหาแนวทางที่จะไปให้ถึงฝัน
รวมถึง วศิน วณิชย์วรนันต์ วัย 50 ปี ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ที่กว่าจะพบว่าตัวเองฝันอยากเป็นอะไร เหมาะกับอะไร หลังจบปริญญาตรี และคว้าฝันมาครองได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็วในวัย 20 ปลายๆ
หนึ่งในเวทีที่ วศิน ได้มาแชร์แนวคิดการลงทุนให้ถึงฝัน กับนักลงทุนทั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่ หรือคนที่ยังห่างไกลความฝัน และคนที่อยากทำความฝันให้เป็นจริง ในงานสัมมนา "การลงทุนที่ฟิตพอดีกับตัวคุณ" พบว่าคำแนะนำหลายๆ เรื่อง ลงตัวกับเลข 3 พอดิบพอดีอย่างน่าอัศจรรย์
"ย้อนเวลากลับไป จุดหนึ่งที่จะต้องมีคือเรื่องความฝัน และความฝันนี้ต้องพูดกับตัวเองและพูดกับคนอื่น เพื่อวางแนวทางและสรรหาวิธีการไปให้ถึงฝัน ซึ่งตอนเด็กๆ ยังไม่รู้ว่าฝันอยากเป็นอะไร พ่อแม่จะตั้งไว้ให้เป็นหมอ พอเข้าเรียนหมอก็พบว่าเป็นคนกลัวเลือด ความฝันของพ่อแม่ก็ไปต่อไม่ได้ จากนั้นก็เปลี่ยนไปเรียนวิศวะก็ไม่ใช่เรา มีรุ่นพี่แนะนำให้ลองไปเรียนทางด้านการเงิน การบริหาร เรารู้สึกชอบ มีความเป็นตัวเรา และก็ทำงานด้านนี้มาจนถึงทุกวันนี้" วศิน แชร์อดีตให้กับนักลงทุนฟัง
วศิน กล่าวว่า เมื่อเรามีความฝัน มี 3 องค์ประกอบที่ต้องทำให้ได้ คือ
1.การฝึกฝนหาความรู้เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับความฝัน เพื่อทำให้ความฝันเป็นจริงได้ ซึ่งจากการอ่านประวัติของผู้ประสบความสำเร็จ เกิดจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 หมื่นชั่วโมง หรือประมาณ 3 ปี
2.การดูแลสุขภาพให้ดีอยู่ตลอดเวลา เพราะจะทำให้มีโอกาสในการลองผิดลองถูกกับแนวทางที่จะไปให้ถึงฝัน
3.ต้องมีการออมเงินอย่างต่อเนื่อง ด้วยการ 1.อย่าให้ความอยาก ณ ปัจจุบัน ซึ่งไม่จำเป็น มาดึงเงินออมในอนาคตออกไประหว่างทาง 2.ต้องเริ่มออมทันทีที่เริ่มทำงาน 3.อย่าผัดวันประกันพรุ่ง
ถ้ามี 3 เรื่องครบ 1.จะทำให้ไปต่อความฝันให้เป็นจริงได้ 2.รับผิดชอบตัวเองได้ 3.สามารถดูแลพ่อแม่ได้ต่อไป
สำหรับกลยุทธ์ความสำเร็จของการลงทุน ที่ได้เก็บเกี่ยวจากประสบการณ์ด้านการบริหารเงินทุน และการลงทุนส่วนตัว มี 3 ข้อ
1.การกระจายลงทุนในทรัพย์สินเสี่ยงที่หลากหลาย แยกเป็น ลงทุนในสินทรัพย์ที่ปกป้องความเสี่ยง เช่น ในพันธบัตร เงินฝาก สินทรัพย์ที่สร้างความมั่งคั่ง เช่น หุ้นทุน สินทรัพย์ที่ไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ เช่น อสังหาริมทรัพย์ สินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร เช่น สินค้าด้านโภคภัณฑ์ ทองคำ น้ำมัน ต้องจัดกลุ่ม 4 สินทรัพย์ให้เหมาะสม และให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของตัวเองว่าต้องการนำเงินนั้นไปใช้อะไร
ยกตัวอย่าง กลุ่มวัยหนุ่มสาวที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างความมั่งคั่ง แนะนำให้ลงทุนในหุ้นทุน ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะจ้างผู้บริหารมืออาชีพ ในระยะสั้นธุรกิจอาจจะมีความผันผวน แต่ในระยะยาวมูลค่าของหุ้นจะวิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าลงทุนได้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 7% ทุกปี ภายใน 10 ปี เงินลงทุนจะเพิ่มเป็น 2 เท่า เช่น เริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท ภายใน 10 ปี จะมีเงิน 2 ล้านบาท
ถ้าเป็นกลุ่มเกษียณ แนะนำให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่เพิ่มกระแสเงินสด มีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ เช่น ตราสารหนี้ หรือพันธบัตร
สำหรับการลงทุนมีศาสตร์อยู่ 2 เรื่องที่ต้องพิจารณา คือ ความเสี่ยงด้านคุณภาพของทรัพย์สิน และความผันผวน ซึ่งจะต้องใช้ทฤษฎีและประสบการณ์จริงในการอ่านสองเรื่องนั้น รู้ทฤษฎีอย่างเดียวเอาตัวไม่รอด ก็เหมือนฝึกทหารวันนี้ และพรุ่งนี้ส่งออกไปรบก็ตายกันหมด
2.การถือครองสินทรัพย์ในระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจากสถิติในอดีตการออมผ่านกองทุนหุ้น เฉลี่ยทุกๆ เดือน หากถือครอง 5 ปีขึ้นไป ไม่มีใครขาดทุน จากการที่กระจายการลงทุน และระยะเวลาเหมาะสม
3.การคาดหวังผลตอบแทนในระดับที่เหมาะสม
วศิน กล่าวว่า ความรวยสามารถทำได้ ด้วยการรักษาทรัพย์ และการลงทุนอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่เน้นการลงทุนที่ปกป้องทรัพย์เพียงอย่างเดียว







