posttoday
เลิกคิดเรื่องลดดอกเบี้ย

เลิกคิดเรื่องลดดอกเบี้ย

27 กันยายน 2560

ประกิต สิริวัฒนเกตุ & ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์สัปดาห์ที่ผ่านมาประธานาธิบดี Donald Trump ได้เปิดเผยแผนปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้

ประกิต สิริวัฒนเกตุ & ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์

สัปดาห์ที่ผ่านมาประธานาธิบดี Donald Trump ได้เปิดเผยแผนปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้

1.ปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นสูงสุดลงสู่ระดับ 35% จากปัจจุบันที่ 39.6% และลดลำดับขั้นอัตรา เสียภาษีลงเหลือเพียง 3 ขั้นจากเดิมที่ 7 ขั้น 2.ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 20% จากปัจจุบันที่ระดับ 35%

3.ยกเว้นภาษีเงินกำไรและเงินปันผลส่งกลับของบริษัทข้ามชาติที่มีฐาน รายได้ที่ต่างประเทศ 4.กำหนดเพดานภาษีสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ 25

5.อนุญาตให้เอกชนตัดจำหน่ายเงินลงทุนในสินทรัพย์ใหม่เป็นค่าใช้จ่ายได้ทันที 6.ยกเลิกนโยบายลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลบางกลุ่ม ซึ่งรวมถึงกลุ่มบุคคลที่อยู่ในรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรค Democrat

แผนปฏิรูปภาษีที่มีความชัดเจนมากขึ้น ประกอบกับการส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินเข้มงวดของ Fed ทั้งหมดกลายเป็นปัจจัยที่ส่งให้ US Dollar แข็งค่า และ US 10Y Bond Yield ปรับเพิ่มขึ้น

ผลกระทบที่มาถึงไทยในเบื้องต้นคือค่าเงินบาทอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง และกลับมาอยู่ในระดับอ่อนที่สุดในรอบ 1 เดือนที่ 33.28 บาท/ดอลลาร์ (ระดับปิดวานนี้) ด้วยกระแสการซื้อกลับ US Dollar ที่รุนแรงมากขึ้น คาดว่าจะทำให้เงินบาทกลับไปยังเป้าหมายปี 2560 ของธนาคารกสิกรไทยที่ 33.50 บาทได้ไม่ยาก ถือเป็นปัจจัยบวกโดยต่อ KCE

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของไทย (TH 10Y Bond Yield) ปรับเพิ่มขึ้นมาอีก 5 bps (ขึ้น 2 วันติดต่อกัน 8 bps) สู่ 2.32% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยยังขึ้นค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับสหรัฐ ส่งผลให้ Spread ระหว่าง TH 10Y Bond Yield - US 10Y Bond Yield มีค่าใกล้ 0 bps สะท้อนถึงความน่าสนใจในพันธบัตรไทยที่ลดลง โดยนักลงทุนต่างประเทศเริ่มขายตราสารหนี้ 3 วันติดต่อกันกว่า 9,000 ล้านบาท (เป็นการขายหลังจากที่ซื้อสะสมมาตลอดเดือน ก.ย. 1 แสนล้านบาท) คาดว่าจะส่งผลให้ TH 10Y Bond Yield ต้องปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกต่อ BLA

การขายสุทธิในตราสารหนี้ของ นักลงทุนต่างประเทศ คาดว่าจะกระทบต่อ SET จำกัด ด้วยเพราะกระแสเงินส่วนใหญ่ที่เข้ามายังตราสารหนี้จะเป็นไปในลักษณะการเก็งกำไรค่าเงิน หรือต้องการพักเงินในยามที่โลกมีความเสี่ยงในด้านต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้จากกระแสเงินที่ไหลเข้ามายังไทยตั้งแต่ต้นปี-27 ก.ย. จนส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่า 7.60% เป็นการเข้าซื้อในตราสารหนี้ 3.18 แสนล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิสะสมใน SET เพียง 1.28 หมื่นล้านบาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นหากจะมีการไหลออกหรือการขายเงินบาทน่าจะไปเกิดจากการขายในตราสารหนี้มากกว่า

นอกจากนั้นความน่าสนใจการ ลงทุนใน SET ยังสูงกว่าในตราสารหนี้ค่อนข้างมาก เมื่อดูจาก Earning Yield Gap (Earning Yield - Bond Yield) ยังอยู่ที่ระดับ 4.70% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 4.10% ถือเป็นแรงจูงใจให้กระแสเงินไหลเข้ามายัง SET ได้ต่อเนื่อง KS Research ยังคงประเมินว่า Fund Flow เป็นขาเข้าและจะหนุนให้ SET Index กลับไปทดสอบ 1,700 จุดก่อนสิ้นปี ล่าสุดมีสัญญาณเชิงบวกจากตลาดอนุพันธ์คือ นักลงทุนต่างประเทศยังทำการ Rollover สถานะ Long ที่มีเปิดสะสมไว้ 1.17 แสนสัญญา โดยสังเกตได้จากการเปิดสถานะทั้งในฝั่ง Long และ Short ใน SET50 Futures ของนักลงทุนต่างประเทศในช่วงวันที่ 26-27 ก.ย. 2560 ผ่านมาเฉลี่ย 1.81 แสนสัญญาต่อฝั่งต่อวัน สอดคล้องกับสถานะคงค้างใน S50Z17 ที่เพิ่ม 1.5 แสนสัญญา สวนทางกับการลดลงใน S50U17 1.4 แสนสัญญา ขณะที่ไม่พบการ Short สุทธิอย่างมีนัยสำคัญตลอด 5 วันที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี