posttoday
สถิติมีไว้ทำลาย

สถิติมีไว้ทำลาย

27 กันยายน 2560

บงกชรัตน์ สร้อยทอง จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เกือบจะครบ 3 ปีแล้ว สำหรับบริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป (SPA) ธุรกิจสปาหนึ่งเดียวบนกระดานหุ้น ภายใต้การบริหารงานของ "วิบูลย์ อุตสาหจิต" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บงกชรัตน์ สร้อยทอง

จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เกือบจะครบ 3 ปีแล้ว สำหรับบริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป (SPA) ธุรกิจสปาหนึ่งเดียวบนกระดานหุ้น ภายใต้การบริหารงานของ "วิบูลย์ อุตสาหจิต" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

หากพิจารณาดูการขยายงาน การเติบโตทั้งผลประกอบการ จำนวนของสาขาก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับราคาหุ้นที่ร้อนแรงจนฉุดไม่อยู่และล่าสุดเพิ่งไปแตะระดับสูงสุดตั้งแต่เข้า mai มาที่ 15.50 บาท/หุ้น อีกทั้งเห็นสัดส่วนการลงทุนของกลุ่มสถาบันเข้ามาถือหุ้นเพิ่มอย่างต่อเนื่องทั้งๆ ที่เป็นบริษัทที่อยู่ในเอ็ม เอ ไอ ซึ่งปัจจุบันเฉลี่ยกว่า 6%

แม้ธุรกิจจะอิงกับอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวเป็นหลัก "วิบูลย์" กล่าวว่า ภาพใหญ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพิ่งจะได้รับการฟื้นตัวอย่างจริงจังเมื่อต้นไตรมาส 3 ประมาณ 80% หลังจากได้รับผล กระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่ SPA ได้รับผลกระทบน้อยมากจากจำนวนเที่ยวบินตรงของนักท่องเที่ยวจีนที่ตั้งใจบินตรงจากเมืองจีนต่างๆ มาที่เชียงใหม่ลดลง เพราะที่เชียงใหม่มีเพียง 3 สาขาเท่านั้น แต่ตอนนี้ถือว่าฟื้นตัวได้ 70% อีกทั้งสาขาที่กรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต ถือว่ายังได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี กลยุทธ์ที่บริษัทจะดำเนินต่อไปตั้งแต่ปี 2561 คือ จะมีการปรับ "แบรนด์ระรินจินดา" ที่น่าจะเริ่มทดลองการบริการได้ตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป ซึ่งจะมีการปรับภาพลักษณ์ทั้งในเรื่องของการบริการและสถานที่ตกแต่งใหม่หมด เช่น มีการเพิ่มการบำรุงทรีตเมนต์ เพราะต้องการเน้นกลุ่มลูกค้าระดับบีบวกขึ้นไปหรือมีค่าบริการที่เพิ่มขึ้นเป็น 3,000 บาท/ครั้ง จากปัจจุบันราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 บาท/ครั้ง

สำหรับการขยายสาขาไปยังต่างประเทศก็จะมีความชัดเจนขึ้น เพราะคาดว่าก่อนสิ้นปี 2560 จะได้ข้อสรุปแน่นอนถึงแผนการขยายไปที่ทั้งประเทศจีนและกัมพูชา ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องขึ้นอยู่กับพันธมิตรว่าจะเป็นอย่างไร เนื่องจากที่ประเทศจีนเราต้องการที่จะสามารถดูแลเรื่องการให้บริการและดูแลบริหารจัดการที่นั่นได้ แต่ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาจะมีจุดเด่นเรื่องมีเงินลงทุนที่แข็งแกร่งเป็นหลัก อีกทั้งแต่ละสภาพพื้นที่แต่ละแห่งก็มีความแตกต่างกัน ว่าจะเป็นในลักษณะระบบแฟรนไชส์หรือเป็นการขาย แต่แบรนด์ที่ไปก็ยังคงเป็น Let's Lelax เป็นหลัก เพราะเป็นแบรนด์ที่คนจีนรู้จักเป็นอย่างดีแล้ว

ขณะที่กัมพูชามีความเป็นไปได้หมดจะเลือกที่เสียมราฐหรือที่พนมเปญ เพราะทั้งสองเมืองมีศักยภาพที่มีทั้งนักท่องเที่ยวและกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายในการขยายงาน เพราะเพิ่งเป็นประเทศที่กำลังวางโครงสร้างพื้นฐานและกำลังเชื่อมต่อการก่อสร้างรถไฟจีนลงมา ซึ่งจะมีคนจีนและนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาทำธุรกิจเยอะ ส่วนพันธมิตรที่ต้องการ คือนักธุรกิจในพื้นที่ที่มีเครือข่ายและเข้าใจในกฎระเบียบของทางการที่นั่นเป็นอย่างดี ซึ่งการขยายของกัมพูชามีความใกล้เคียงกับสาขาของไทยมากที่สุด

"แม้ปี 2563 ที่บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำธุรกิจสปาระดับภูมิภาค ซีแอลเอ็มวีที่รวมประเทศจีน แต่การขยายสาขาของบริษัทเราให้ความสำคัญเรื่องสถานที่หรือทำเลที่ตั้งเป็นหลัก เพราะถ้าจะขยายไปยังพื้นที่ใดต้องแน่ใจว่าสาขาที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน และสามารถบริหารจัดการหรือช่วยดูแลในเรื่องบริหารจัดการที่ทำให้เกิดการเฉลี่ยของต้นทุนและค่าใช้จ่ายระหว่างพื้นที่ใกล้เคียงกันให้คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศยังไม่ถึง 1%"

สำหรับแบรนด์สปา Let's Lelax เองบริษัทกำลังเพิ่มการใช้บุคลากรและค่าใช้จ่ายต่อพื้นที่มากที่สุด โดยจะเพิ่มการ บริหารสปาเล็บเข้าไปในบางสาขาเพิ่ม ซึ่งน่าจะเริ่มจากสาขาพร้อมพงษ์ และสุขุมวิท 39 ก่อน

นอกจากนั้น อีกหนึ่งกลยุทธ์หลักที่จะใช้ในปีหน้าคือจะเพิ่มสัดส่วนการรับบริหารธุรกิจสปาในโรงแรม เพราะจะเป็นส่วนที่ทำให้บริษัทได้รับการคืนทุนที่เร็วและมีกำไรที่ดีในอนาคต

ปัจจุบันตามเป้าหมายเดิมต้องการขยายการเติบโตขยายสาขาใหม่ต่อปี 10 สาขา หรือมีรายได้เติบโตขึ้นเฉลี่ยปีละ 30% แต่ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไปการที่จะเติบโตถึง 30% อาจจะยากลำบากเพราะเป็นการเติบโตที่มาจากฐานหรือจำนวนสาขาที่มากแล้ว ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 38 แห่งแล้ว ต่างประเทศคือที่คุนหมิงที่จีนเพียง 1 สาขา

นอกจากนี้ ตอนนี้สัดส่วนรายได้บริษัทแบ่งเป็นธุรกิจสปาและการบริหารสปาในโรงแรมประมาณกว่า 90% แต่ปีนี้ธุรกิจจำหน่ายสินค้าสปาจะเพิ่มเป็น 6% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ 4% และที่เหลือเป็นธุรกิจโรงแรมประมาณ 4% และสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการ 75% เป็นต่างประเทศจากจีน ฮ่องกง ไต้หวัน รองลงมาคือ เกาหลี ญี่ปุ่น

สำหรับราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาต่อเนื่องจนราคาเพิ่งทำราคาสูงสุดเมื่อกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาที่ระดับ 15.50 บาท ตั้งแต่เข้า mai มา 3 ปี เขาบอกว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ SPA เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการบุคลากรในอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันยังเป็นอุตสาหกรรมที่อิงกับจำนวนนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญ อีกทั้งปัจจุบันมีความสำคัญกับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยมากขึ้นหรือคิดเป็น 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และยังอยู่ในเทรนด์ที่คนส่วนใหญ่มีความสนใจดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้บริหารทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาบริษัทเติบโตมาจากบริษัทขนาดเล็กที่ฐานยังเล็ก และเมื่อโอกาสหรือช่องทางในภูมิภาคยังมีอีกมาก แต่สิ่งที่ผู้บริหารให้ความสำคัญคือ การมองอย่างอนุรักษนิยมเป็นหลัก อะไรไม่แน่ใจหรือไม่ชัดเจนก็จะไม่เลือกทำเด็ดขาด และพยายามบริหารจัดการที่คุมให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 18-20% และอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่า 30% ขึ้นไป

แม้ปัจจุบันทั้งผลประกอบการของบริษัทและราคาหุ้นจะมีการเติบโตที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง "วิบูลย์" ย้ำชัดเจนว่า ยังไม่มีแนวคิดจะย้ายขึ้นไปจดทะเบียนบนกระดานซื้อขายใหญ่ (SET) แม้ปัจจุบันยังไม่มีธุรกิจบริการไหนบนกระดานหุ้นเป็นคู่แข่งกับธุรกิจโดยตรงก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท