posttoday
คว้าชัยเลือกตั้งเยอรมนีกดค่าเงินยูโร

คว้าชัยเลือกตั้งเยอรมนีกดค่าเงินยูโร

27 กันยายน 2560

มณฑล จุนชยะประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ[email protected]ปีนี้ภูมิภาคยุโรปมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้ต้องติดตามของกลุ่มประเทศสมาชิกเกือบทั้งปี ซึ่งกดดันความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปได้เป็นระยะๆ

มณฑล จุนชยะประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ[email protected]

ปีนี้ภูมิภาคยุโรปมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้ต้องติดตามของกลุ่มประเทศสมาชิกเกือบทั้งปี ซึ่งกดดันความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปได้เป็นระยะๆ

ผลการเลือกตั้งของประเทศเยอรมนีพรรคร่วมรัฐบาลของ อังเกลา แมร์เกิล คว้าชัยเลือกตั้งได้เป็นสมัยที่ 4

โดยพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) ของ แมร์เกิลและพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน (CSU) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยชัยชนะครั้งนี้ผมมองว่าไม่ได้ผลิกโผไปจากที่หลายๆ ฝ่ายได้คาดการณ์กันไว้

การจัดตั้งรัฐบาลผสมของ อังเกลา แมร์เกิล ที่อาจจะทำให้ต้องมีการเจรจากับพรรคอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อขอเสียงสนับสนุนในการจัดตั้งคณะรัฐบาลทำให้มีความกังวลจากนักลงทุนในแง่ของเสถียรภาพและดำเนินนโยบายบ้าง โดยสะท้อนออกมาให้เห็นจากการค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงทันที หลังผลการเลือกตั้งสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ใน เชิงของการลงทุน ความมีเสถียรภาพของกลุ่มประเทศสมาชิกยูโร และ แรงส่งทางเศรษฐกิจยูโรโซนยังคงแข็งแกร่งน่าจะช่วยให้ภาคธุรกิจและการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการของธนาคารพาณิชย์ยุโรปฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2560 ได้

แม้ว่า มาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะแสดงความเป็นห่วงต่อภาคธนาคารพาณิชย์ของยุโรป โดยเฉพาะในประเทศ อิตาลี ที่ยังคงเผชิญปัญหาด้านคุณภาพสินเชื่อ ซึ่งอาจกดดันการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและมีผลต่อเสถียรภาพสถาบันการเงินของภูมิภาค

ในระยะนี้ ตลาดหุ้นแถบยุโรปมีโอกาสจะปรับตัวลง และมีการ อ่อนค่าของเงินยูโร ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นไปในช่วงสั้น เนื่องจากตัวเลขต่างๆ ทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อมีการขยายตัวดีขึ้น จะส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรป จะมีการดำเนินการลดขนาดการซื้อพันธบัตร หรือคิวอี ในเดือน ต.ค. ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินยูโรกลับมาแข็งค่า

รวมทั้งในแง่การจัดตั้งรัฐบาลของเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้นำหลักของยูโรโซน โดยมองว่า แมร์เคิล จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกแก่ตลาดหุ้นยุโรปในช่วงถัดไป

อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดยังจับตา คือ ความไม่สงบในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งต้องติดตามว่าจะขยายวงกว้างความรุนแรงหรือไม่ ดังนั้นจะสร้างความผันผวนให้กับภาคการลงทุนทั่วโลก รวมทั้งนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจสร้างความผันผวนเป็นระยะๆ

สำหรับกลยุทธ์การจัดสรรเงินลงทุนหรือจัดพอร์ต (Asset Allocation) มองว่าการทยอยสะสมหุ้นเติบโต

นอกจากนี้ เน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัวบนปัจจัยพื้นฐานของโครงสร้างธุรกิจ ที่สามารถสร้างรายได้ที่ดีและยั่งยืนยังเป็นแนวคิด หรือธีม การลงทุนที่กองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ (ONE-UGG) ซึ่งลงทุนในกองทุน Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund (LTGG) ที่คัดเลือกหุ้นเติบโตในทุกๆ ภูมิภาคอย่างไม่มีข้อจำกัด

โดยเน้นหุ้นที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาวที่โดดเด่น ปัจจุบันสัดส่วนการลงทุนของแต่ละประเทศ 5 อันแรก ได้แก่ ตลาดหุ้นสหรัฐประมาณ 56% ประเทศจีน 24.2% ประเทศฝรั่งเศส 6.7% ประเทศสเปน 3.6% ประเทศอินเดีย 2.3%

สำหรับตัวอย่างหุ้นเด่นๆ พอร์ตการลงทุนหุ้น 5 อันดับแรกที่กองทุน LTGG (31 ส.ค. 2560) ได้แก่ หุ้น Tencent Amazon.com Facebook Tesla Inc Alibaba เป็นต้น

ส่วนของผลการดำเนินงาน ONE-UGG ในรอบ 1 ปี 6 เดือน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 2560) กองทุนให้ผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 28.12% 19.34% และ 29.84% ตามลำดับ

ทั้งนี้ ถือว่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน MSCI All Country World Index อยู่ที่ระดับ 11.61% 3.60% 6.54% ตามลำดับ โดยกองทุนเป็นสกุลเงินปอนด์ และมีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้บริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจผู้จัดการกองทุน

อย่างไรก็ดี ผมยังแนะนำให้พิจารณาการลงทุนของปัจจัยพื้นฐานเป็นหลักมากกว่าอารมณ์และความรู้สึก เพราะจะมีความผันผวนไปตามกระแสปัจจัยรอบข้างครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท