
เริ่มเทศกาลผลประกอบการ
ไตรมาส 3 ผ่านพ้นไปแล้ว บริษัทจดทะเบียนจะต้องส่งงบการเงินภายในกลางเดือน พ.ย. ดังนั้นในเดือนนี้จะเป็นเดือนที่นักวิเคราะห์เริ่มทำประมาณการผลประกอบการ และบางสำนักวิจัยจะเริ่มทยอยปรับราคาเหมาะสมไปเป็นปีหน้าหลังจากเห็นภาพปีนี้ที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ซึ่ง FSS ก็กำลังจะ Roll Over ราคาพื้นฐานไปเป็นปีหน้าเช่นกัน
ไตรมาส 3 ผ่านพ้นไปแล้ว บริษัทจดทะเบียนจะต้องส่งงบการเงินภายในกลางเดือน พ.ย. ดังนั้นในเดือนนี้จะเป็นเดือนที่นักวิเคราะห์เริ่มทำประมาณการผลประกอบการ และบางสำนักวิจัยจะเริ่มทยอยปรับราคาเหมาะสมไปเป็นปีหน้าหลังจากเห็นภาพปีนี้ที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ซึ่ง FSS ก็กำลังจะ Roll Over ราคาพื้นฐานไปเป็นปีหน้าเช่นกัน
กลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเริ่มประกาศผลประกอบการตั้งแต่กลางเดือนเป็นต้นไป ตามด้วยกลุ่มพลังงานในช่วงปลายเดือน คอลัมน์ฉบับนี้ดิฉันจึงขอเล่าถึงธนาคาร 2 แห่งที่นักวิเคราะห์ของเราได้ทำประมาณการไปแล้ว คือ TISCO และ KKP ซึ่งขณะนี้เราชอบ KKP มากกว่า และเลือกเป็นหุ้นเด่นพร้อมๆ กับ KBANK
คาดกำไรของ TISCO ทำนิวไฮใน 3Q17 เราคาดการณ์กำไรสุทธิ ของ TISCO ใน 3Q17 จะอยู่ที่ 1,570 ล้านบาท +5% Q-Q และ +26% Y-Y จากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลงสู่ 0.9-1% ของสินเชื่อรวม รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน่าจะเพิ่มขึ้น 7% Q-Q และ 6% Y-Y ตามภาวะธุรกิจหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายที่ดีขึ้น และมีรายได้จากงานวาณิชธนกิจ (จัดจำหน่ายหุ้น SKN) และ Spread ที่น่าจะอยู่ในระดับสูงต่อไปราว 5% เนื่องจากสัดส่วนสินเชื่อ High-Yield ที่สูงขึ้น
ขณะที่ต้นทุนทางการเงินทรงตัว ทั้งนี้ หากตัดรายการ สำรองฯ ออก FSS คาดว่ากำไรก่อนสำรองจะดีขึ้นราว 2% Q-Q แต่ลดลงราว 10% Y-Y จากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ประเมินราคาเหมาะสมของ TISCO ปีหน้า 89 บาท FSS ยังคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2017 ที่ 6,000 ล้านบาท โดยกำไร 9M17 น่าจะทำได้ 76% ของประมาณการกำไรทั้งปี
แนวโน้มกำไรสุทธิใน 4Q17 จะยังรับรู้กำไรจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (SCBT) ได้ไม่เต็มที่ เพราะจะมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการโอนพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยจำนวนหนึ่ง ส่วนประมาณการกำไรในปี 2018 เราคาดที่ 6,672 ล้านบาท +11% การเติบโตส่วนใหญ่มาจากพอร์ตของ SCBT เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 2018 ที่ 89 บาท อิง Justified PER 10.65 เท่า (Ke 10%, ROE 18%) และ 2018 Prospective EPS 8.33 บาท แนะนำซื้อ
คาดกำไรของ KKP โตแรงใน 3Q17 เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q17 ของ KKP ที่ 1,580 ล้านบาท +34% Q-Q แต่ -6% Y-Y กำไรที่ฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเป็นเพราะใน 2Q17 มีการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวหลายรายการ เช่น ค่าใช้จ่ายสำรองฯ ตามเกณฑ์อายุหนี้ของสินเชื่อ Bridge-loan รายหนึ่ง ซึ่งได้รับการชำระมาแล้วใน 3Q17 และการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ NPA ใหม่ที่ซื้อเข้ามาในช่วง 2Q17 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายราว 160 ล้านบาท
ขณะที่เราคาดว่ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยใน 3Q17 จะเพิ่มขึ้น 30% Q-Q จากธุรกิจหลักทรัพย์ทั้งรายได้ค่านายหน้าและรายได้จากงานวาณิชธนกิจ (BGRIM) อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับงวด 3Q16 คาดว่ากำไรจะลดลงราว 6% Y-Y เนื่องจาก 3Q16 มีรายได้จากการขายสินทรัพย์ NPA ทั้งนี้ ประมาณการกำไรใน 3Q17 ของเรายังไม่รวมกำไรจากการขาย NPA และ/หรือ กำไรจากเงินลงทุนตามภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่สดใสที่อาจเกิดขึ้น ประเมินราคาเหมาะสมของ KKP ปีหน้า 79 บาท
FSS คาดกำไรปี 2017 ของ KKP ที่ 5,770 ล้านบาท +4% และประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ที่ 5,900 ล้านบาท +3% โดยคาดการณ์สินเชื่อ +8% จาก 5% ในปี 2017 โดยคาดว่าสินเชื่อรายย่อยน่าจะเติบโตเป็นหลัก ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อและไม่เช่าซื้อ คาดการณ์ Spread จะอยู่ที่ราว 5% ชะลอตัวจาก 5.1% ในปี 2017 ตามคาดการณ์ต้นทุนทางการเงินที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และคาดการณ์ Credit cost ที่ 0.8% Cost to income ที่ 48% ใกล้เคียงกับปี 2017 เราปรับมาใช้ราคาเหมาะสมเป็นปี 2018 ที่ 79 บาท อิง Justified PBV 1.5 เท่า (ROE 15% Ke 11.8%) และคาดการณ์เงินปันผลอีก 3 บาท/หุ้น ใน 2H17 (รวมทั้งปี 5 บาท) คิดเป็น Yield ส่วนที่เหลืออีก 4.2% แนะนำซื้อ







