posttoday
จบคดีปูดัชนีแข่งขันเพิ่ม เศรษฐกิจปรับตัวขาขึ้น

จบคดีปูดัชนีแข่งขันเพิ่ม เศรษฐกิจปรับตัวขาขึ้น

28 กันยายน 2560

ธนิต โสรัตน์รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทยท่ามกลางข่าวจำคุกอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ และยังไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน ใครพาหนี ขณะที่เงินทอนวัด คุณพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ คัมแบ็กกลับมา พระสงฆ์องค์เจ้าคงขวัญหนีดีฝ่อ ท่ามกลางความวุ่นวายที่ไม่เกี่ยวข้องกับปากท้อง แต่มีข่าวดีๆ แทรกขึ้นมาแสดงถึงเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่โหมดปรับตัวไปในทางดีขึ้น

ธนิต โสรัตน์รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

ท่ามกลางข่าวจำคุกอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ และยังไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน ใครพาหนี ขณะที่เงินทอนวัด คุณพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ คัมแบ็กกลับมา พระสงฆ์องค์เจ้าคงขวัญหนีดีฝ่อ ท่ามกลางความวุ่นวายที่ไม่เกี่ยวข้องกับปากท้อง แต่มีข่าวดีๆ แทรกขึ้นมาแสดงถึงเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่โหมดปรับตัวไปในทางดีขึ้น

เริ่มจากดัชนีความสามารถในการแข่งขันของเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม (WEF) เป็นหน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกปรับเกรดให้ไทยสูงขึ้นจากปีที่แล้วอยู่ในอันดับ 34 ปรับเป็นอันดับ 32 จาก 137 ประเทศทั่วโลก หากเทียบกับประเทศในอาเซียนไทยอยู่ในอันดับ 3 รองจากประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งคะแนนสูงกว่าไทยมาก ส่วนที่ตามหลังมาใกล้ๆ คือประเทศอินโดนีเซีย ห่างกัน 4 อันดับ

ปัจจัยที่ทำให้ไทยได้คะแนนสูงดีกว่าเดิม มาจากการเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบถนน ราง ท่าเรือ สนามบิน รัฐบาลเดินหน้าเพราะเป็นปัจจัยที่ต่างชาติโจมตีมาตลอด อีกเรื่องซึ่งไม่น่าเชื่อคือการใช้โทรศัพท์มือถือถึงขั้นติดอันดับที่ 5 ของโลก แสดงว่าพวกเราจ้อกันเก่งทั้งแชตทั้งแชร์จนติดอันดับโลก อีกทั้งตัวเลขการว่างงานอยู่ในระดับต่ำมากประมาณร้อยละ 1.22 แสดงถึงประสิทธิภาพของตลาดแรงงาน และแสดงถึงเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง บ่งบอกถึงการทำงานของรัฐบาล

ตัวเลขเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มว่ากำลังหลุดพ้นจากการชะลอตัว ที่ชัดเจนคือการส่งออกปีนี้คงขยายตัวได้ร้อยละ 7 จะเป็นปีแรกในรอบ 5 ปี ที่มูลค่าสูงที่สุดนับแต่ปี 2556 ด้านการนำเข้าก็ขยายในอัตราเร่งตัวในระดับสูง คาดว่าปีนี้คงโตได้ร้อยละ 10-12 โดยที่ภาคส่งออกเป็นส่วนอยู่หน้ากระทบก่อนและฟื้นตัวก่อน ขณะที่ภาคส่วนเศรษฐกิจอื่นอาจต้องใช้เวลาสักพักจึงจะเห็นผลที่ชัดเจน

มีคำถามว่าเศรษฐกิจฟื้นตัว ทำไมพวกเขายังค้าขายไม่ดี การบริโภคยังต่ำ ตัวเลขดัชนีสมาคมผู้ค้าปลีกไทยระบุว่า ครึ่งปีแรกขยายตัวได้เพียงร้อยละ 2.8 ต่ำกว่าไตรมาสแรก และต่ำสุดในรอบหลายปี แสดงให้เห็นถึงเศรษฐกิจฐานรากยังมีความอ่อนไหว ถึงแม้ว่าหลายหน่วยงานทั้งของไทยและต่างชาติปรับจีดีพีปีนี้จากร้อยละ 3.5 เป็นร้อยละ 3.8 ซึ่งสอดคล้องกับการปรับการเติบโตของจีดีพีโลกโดยไอเอ็มเอฟ จากเดิมร้อยละ 3.3 เป็นร้อยละ 3.6 และการค้าโลกจากเดิมขยายตัวได้ ร้อยละ 3.6 เป็นร้อยละ 4.0 แสดงว่าการฟื้นตัวของไทยถูกดันมาจากเศรษฐกิจโลก

ปัจจัยบวกซึ่งได้ทั้งกล่องคือชื่อเสียงและได้ทั้งเงินคือมาสเตอร์การ์ด บัตรเครดิตมีผู้ใช้อันดับ 1 ของโลก เปิดเผยผลสำรวจดัชนีจุดหมายปลายทาง ท่องเที่ยวโลกปี 2560 พบว่ากรุงเทพมหานครติดเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จาก 132 เมืองทั่วโลก แซงหน้าเมือง ดังๆ ระดับโลก เช่น นครลอนดอน ปารีส ดูไบ และสิงคโปร์ ซึ่ง กทม.มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยเดือนละ 1.617 ล้านคน เท่ากับร้อยละ 16 ของคนกรุงเทพฯ

รายได้ท่องเที่ยวเป็นรายได้สำคัญของไทย ปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่า 1.795 แสนล้านบาท หรือประมาณ 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับส่งออกไปสหรัฐและยุโรปรวมกันเป็นรายได้ที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก และเงินที่ได้มา กระจายตัวทั่วถึงไม่กระจุกตัวเหมือนภาคอุตสาหกรรมรัฐต้องเข้าไปลงทุน เช่น โครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก ซึ่งเพิ่งผ่าน สนช.เป็นกฎหมายพิเศษใช้งบมากมายลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แถมต้องเอาอกเอาใจนักลงทุนต่างชาติ ประเคนยกเว้นภาษีกำไรที่ได้ไปกระจุกอยู่ในกระเป๋าต่างชาติกับทุนใหญ่ของไทยไม่กี่คน การท่องเที่ยวควรมีการทบทวนยกเครื่องอย่างจริงจัง ไม่ใช่ขายของเก่ากินอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

หากถามว่าเศรษฐกิจหลังอดีต นายกฯ ปู ถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี โอกาสกลับมาเล่นการเมืองคงเป็นไปได้ยาก มีการวิเคราะห์ว่าการเมืองหลังยุคผ่านพ้นตระกูลชินวัตร หรือ "Post Chinnawat" การเมืองจะกระเพื่อมน้อยลงเพราะตัวละครเอกไม่อยู่ การช่วงชิงแย่งหัวหน้าพรรคคงได้เห็น เศรษฐกิจจะนิ่งและมีเสถียรภาพ จากนี้ไปทุกโหมดจะมุ่งไปสู่การเลือกตั้งว่าเมื่อใด พรรคใดจะรวมกับพรรคใด ลุงตู่จะกลับมาเป็น นายกฯ หรือไม่

หากฟันธงรัฐบาลหน้า คสช.คงมีบทบาทสูงหากไม่ออกหน้าก็คงเป็นเงาหรือผู้กำกับการแสดง แต่หากตัดประเด็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ออกไปเสถียรภาพรัฐบาลหน้ามีความต่อเนื่องเศรษฐกิจดีแน่นอน ทุกโครงการที่รัฐบาลชุดนี้วางไว้จะเดินหน้าโดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน นักลงทุนจะมีความเชื่อมั่น สิ่งที่รัฐบาลต้องระวังเพียงแค่อย่าสะดุดขาตัวเองล้มเองเท่านั้น

สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการอดทนรอมาถึงตรงนี้เศรษฐกิจชะลอตัวมาหลายปี พอใกล้จะฟื้นต้องลุกขึ้นมาสู้ดูแลเรื่องปากเรื่องท้องให้ดี การเมืองหรือเลือกตั้งเมื่อใดอย่ากังวลมาก ไม่มีทางเลือก "No Choice" อย่างเร็ว ปีหน้าปลายปี หรือเขาให้เลือกเมื่อไหร่ก็ค่อยไปเลือกเมื่อนั้น ขณะที่นักการเมืองคงต้องดูทิศทางลมว่าจะไปทางไหน เพราะงานนี้เลือกผิดพรรคได้เป็นฝ่ายค้านจนหัวหงอกแน่นอน

แต่ที่แน่ๆ คำพิพากษาครั้งนี้ คงเป็นอุทาหรณ์ให้นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านจะทำอะไรคงต้องรอบคอบ นโยบายสุ่มเสี่ยงอย่าได้ทำเพราะมีตัวอย่างแล้ว ส่วนข้าราชการทำงานกับนักการเมืองคงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างตำแหน่งที่ได้มาอาจไม่คุ้มกับเสี่ยงติดคุกยาว เงินที่ได้อาจไม่ได้ใช้ บางรายดึงครอบครัวไปเข้าคุกด้วย ลูกเมียไปไหนต้องเอาปี๊บคลุมหัว...ไม่คุ้มกันครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท