posttoday
ความแค้นของ SME

ความแค้นของ SME

28 กันยายน 2560

ดร.อัธกฤตย์ เทพมงคล & คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ & สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) & www.econ.nida.ac.th; [email protected]ช่วงนี้อะไรๆ ก็ 4.0 ไม่ว่าจะฟังข่าวจากโทรทัศน์ หรือเล่นโซเชียล เราก็จะได้ยินคำว่า ไทยแลนด์ 4.0 กันทั้งนั้น ซึ่งตัวผู้เขียนเองที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ แรกๆ ก็งงเหมือนกัน ว่าอะไรคือ 4.0 ตัวเลขนี้มาจากไหน แต่พอเข้าไปอ่านจริงๆ แล้ว จึงต้องร้องอ๋อ เพราะมันก็ไม่ต่างจากระดับขั้นพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่เคยร่ำเรียนมา เศรษฐกิจตั้งไข่ที่การปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ พออยู่ตัวก็ย้ายภาคการผลิตมาฝั่งอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่า จากอุตสาหกรรมเบา ก็โตมาเป็นอุตสาหกรรมหนักที่ซับซ้อนขึ้น และสุดท้ายก็มาถึงเศรษฐกิจบริการและนวัตกรรมที่ใช้ความรู้ความล้ำในการสร้างมูลค่า ขีดเส้นใต้ตรงคำว่า "นวัตกรรม" ไปเลยสักสิบเส้น เพราะนี่แหละคือใจความสำคัญของคำว่า "ไทยแลนด์ 4.0" ที่เขาฮิตกันตอนนี้

ดร.อัธกฤตย์ เทพมงคล & คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ & สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) & www.econ.nida.ac.th; [email protected]

ช่วงนี้อะไรๆ ก็ 4.0 ไม่ว่าจะฟังข่าวจากโทรทัศน์ หรือเล่นโซเชียล เราก็จะได้ยินคำว่า ไทยแลนด์ 4.0 กันทั้งนั้น ซึ่งตัวผู้เขียนเองที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ แรกๆ ก็งงเหมือนกัน ว่าอะไรคือ 4.0 ตัวเลขนี้มาจากไหน แต่พอเข้าไปอ่านจริงๆ แล้ว จึงต้องร้องอ๋อ เพราะมันก็ไม่ต่างจากระดับขั้นพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่เคยร่ำเรียนมา เศรษฐกิจตั้งไข่ที่การปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ พออยู่ตัวก็ย้ายภาคการผลิตมาฝั่งอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่า จากอุตสาหกรรมเบา ก็โตมาเป็นอุตสาหกรรมหนักที่ซับซ้อนขึ้น และสุดท้ายก็มาถึงเศรษฐกิจบริการและนวัตกรรมที่ใช้ความรู้ความล้ำในการสร้างมูลค่า ขีดเส้นใต้ตรงคำว่า "นวัตกรรม" ไปเลยสักสิบเส้น เพราะนี่แหละคือใจความสำคัญของคำว่า "ไทยแลนด์ 4.0" ที่เขาฮิตกันตอนนี้

เศรษฐกิจที่เติบโตด้วยความรู้ ไอเดียใหม่ๆ สิ่งประดิษฐ์ล้ำๆ มันดีแน่นอนครับ ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า เศรษฐกิจจะเติบโตไปข้างหน้าได้ตลอดเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด ต่างจากการเติบโตที่พึ่งการสะสมสินค้าทุนหรือการเพิ่มจำนวนแรงงาน เพราะการสะสมทุนมากไปเมื่อเทียบจำนวนแรงงานหรือการเพิ่มแรงงานมากไปเมื่อเทียบกับจำนวนทุนนั้น จะทำให้ผลิตภาพการผลิตของปัจจัยการผลิตนั้นๆ ลดลง แต่การเพิ่มขึ้นของนวัตกรรมซึ่งช่วยยกระดับผลิตภาพของทั้งทุนและแรงงานไปข้างหน้าพร้อมๆ กันนั่นเอง

แล้วนวัตกรรมอยู่ๆ มันจะงอกเงยออกมาเองได้มั้ย? คำตอบมันแน่นอนอยู่แล้วว่าไม่ได้ จะเกิดนวัตกรรมได้ จะต้องเริ่มจากคนที่มีสมองก่อน ไม่ใช่แค่นั้น เราจะต้อง ผลักดันให้คนมีสมองเหล่านี้เริ่มคิดเริ่มสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาอย่างจริงจัง ซึ่งตรงนี้คือส่วนที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาสร้าง สิ่งแวดล้อมหรือสร้างบรรยากาศ ที่อำนวยต่อผู้ประกอบการในการสร้างนวัตกรรม เรามาค่อยๆ ดูไปทีละประเด็น ว่าเมืองไทยจะ 4.0 ได้จริงมั้ย

คนไทยมีสมองรึเปล่า? เรื่องนี้พูดลำบากเพราะผู้เขียนเองก็คนไทยเห็นคนไทยเก่งๆ มาเยอะมาก เห็นแบบงงๆ มาก็เยอะ ถ้ามองในภาพรวม อัตราการอ่านออกเขียนได้และผลคะแนนวัดผลการศึกษาเด็กไทยของหลายๆ สำนักชี้ไปในทางที่คนไทยอาจจะยังด้อยกว่าประเทศอื่นๆ อยู่บ้าง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเราค่อนข้างจะล้มเหลวในเรื่องพัฒนาศักยภาพคนของเราพอสมควร ซึ่งจุดนี้ก็คงต้องพยายามแก้กันต่อไป และคงเป็นการแก้ที่ใช้เวลานานทีเดียว

ผู้เขียนมีโอกาสได้พูดคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่เป็นเจ้าของธุรกิจ SME แห่งหนึ่ง อย่าเรียกว่าพูดคุยเลย ลักษณะออกไปทางนั่งฟังพี่เขาบ่นอย่างเผ็ดร้อนซะมากกว่า พี่คนนี้เก่งมากและธุรกิจก็ประสบความสำเร็จพอสมควร นอกจากพี่คนนี้จะเป็นคนไทยที่มีสมองแล้ว เขายังใช้สมองของเขาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อีกด้วย เขาบอกว่า บริษัทเขามีขนาดเล็ก ดังนั้นเขาจะ อยู่ได้ก็ต่อเมื่อเขาได้พัฒนาสินค้า ของเขาให้ดีกว่าของในตลาด คอยลบข้อด้อยต่างๆ ของสินค้าเพื่อให้บริษัทของเขาแข่งขันกับรายใหญ่ได้ ซึ่งเขาคิดเอง ทำเองหมด นี่สิเจ๋งจริง นี่คือ ผู้ประกอบการ 4.0 ที่รัฐบาลอยากให้เกิดและอยากสนับสนุนอย่างแท้จริง

แต่เปล่าเลย ความจริงที่ผู้เขียนค้นพบต่อมาคือ ที่ผ่านๆ มาการทำงานขององค์กรภาครัฐไม่ได้ช่วยสนับสนุนพี่คนนี้เท่าไหร่ ออกจะฉุดลงเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความล่าช้าในการต่อใบอนุญาตโรงงาน ความยุ่งยากในการต่ออายุแรงงานต่างชาติ ชุดกฎหมายควบคุมโรงงานที่ไม่ได้แก้ข้อบังคับเก่าแต่เพิ่มข้อใหม่มาเรื่อยๆ นี่ยังไม่นับเรื่องเบี้ยบ้ายรายทางที่ต้องจ่ายไม่งั้น ก็จะได้รับการเพิกเฉยหรือกลั่นแกล้ง เอาล่ะเราไม่พูดถึงเรื่องใต้โต๊ะละกันถือว่ามันเป็นเรื่องปกติไปละใน สังคมมนุษย์

แต่ที่ผู้เขียนสะดุดหูมากๆ คือ เรื่องการขออนุสิทธิบัตรคุ้มครอง สิ่งที่พี่คนนี้คิดค้นขึ้นมาใช้เวลาดำเนินการนานมาก สูงสุดนานถึง 18 เดือน! นานขนาดนี้ได้อนุสิทธิบัตรมาก็ไม่มีประโยชน์ละครับ คู่แข่งเจ้าอื่นก็ลอกเลียนไปกันหมดทั้งตลาดแล้ว จะให้ ผู้ประกอบการมามองเกมการแข่งขันล่วงหน้าว่าอีก 18 เดือนข้างหน้านวัตกรรมอะไรจะโดนใจตลาด คิดค้นมาตอนนี้เอาไปจดอนุสิทธิบัตร อีก 18 เดือนพอได้การคุ้มครองมาแล้วค่อยผลิตสู่ตลาด ผู้ประกอบการจะต้องเป็นระดับพหูสูตแน่ๆ ถึงจะมองการณ์ไกลได้ขนาดนั้น

สิทธิบัตร (Patent) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมอบอำนาจผูกขาดชั่วคราวให้กับคนที่คิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้สามารถทำกำไรจากสิ่งที่คิดมาได้ในช่วงระยะเวลานั้น ซึ่งกำไรส่วนนี้เป็นแรงจูงใจให้ ผู้ประกอบการคิดค้นนวัตกรรมขึ้นมา แต่ถ้ามันใช้เวลาดำเนินการนานขนาดเกือบสองปีกว่าจะได้ความคุ้มครอง เท่ากับทำลายประโยชน์ของสิทธิบัตรไปโดยปริยาย แล้วผู้ประกอบการจะเอาแรงจูงใจจากไหนมาคิด มาสร้าง มาพัฒนา ให้เป็นระดับ 4.0

แล้วมันช้าจากอะไร? ผู้ที่พิจารณาคำร้องขออนุสิทธิบัตรก็คือนักวิชาการ ที่อยู่ในหน่วยงาน ซึ่งสาเหตุความล่าช้าก็อาจจะมาจากนักวิชาการงาน ล้นมือ หรือไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ (แน่นอนว่า นวัตกรรมมีหลากหลายด้าน ยากที่จะมีกลุ่มนักวิชาการในหน่วยงานที่รู้จริงครบทุกด้าน) หรือด้วยสาเหตุเหนือธรรมชาติอื่นๆ ก็ไม่อาจทราบได้ แต่นี่เป็นจุดสำคัญที่รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยหาสาเหตุและแก้ปัญหาย่นระยะเวลา 18 เดือนนี้ให้ได้ ถ้ายังอยากจะเป็น 4.0

ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้เขียนไม่ได้กล่าวโทษแบบเหมารวมนะครับ แต่ชี้จุดเล็กๆ แต่สำคัญมาให้เห็นว่านี่คืออุปสรรคหลักอันหนึ่งของการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นเศรษฐกิจนวัตกรรม มาตรการใหม่ๆ ที่ออกมาเพื่อสนับสนุนไทยแลนด์ 4.0 หลายอย่างก็เป็นมาตรการที่ผู้เขียนเห็นว่าจุดประสงค์ดี ช่วยในการเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศที่สนับสนุน Startup SME และ Social enterprise และเอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม ยกตัวอย่างเช่น การอนุญาตให้จดทะเบียนนิติบุคคล รายคนได้ การที่ผู้ประกอบการที่มีแค่ ไอเดียสามารถขอการสนับสนุนจาก BOI ได้ เพราะทรัพย์สินทางปัญญาสามารถเป็นหลักประกันทางธุรกิจได้ เป็นต้น

แนวคิดสวยงาม ปฏิบัติจริงมีปัญหาเสมอ อย่างที่ยกตัวอย่างเรื่องการขออนุสิทธิบัตรข้างต้น ดังนั้น การติดตามการดำเนินงาน และรับฟังความคิดเห็นเป็นสิ่งสำคัญ ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ แก้ปัญหานั้นๆ ไป ผู้เขียนก็เชื่อว่า สักวัน เมื่อสมองคนไทยพร้อม หน่วยงานภาครัฐพร้อม และสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจไทยพร้อม วันนั้นเราจะยกระดับเป็น 4.0 อย่างแท้จริงสักที

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ