
คลังลุยกองทุนไทยแลนด์
นักลงทุนตั้งตารอไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ คลังเมิน สร.กทพ. ฟ้องศาลเดินหน้าตั้งต่อ
นักลงทุนตั้งตารอไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ คลังเมิน สร.กทพ. ฟ้องศาลเดินหน้าตั้งต่อ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฟันด์) ยังคงเดินหน้าตามกระบวนการ แม้ว่าที่ผ่านมาสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) จะมีการยื่นเรื่องต่อศาลปกครองให้ดำเนินการระงับเรื่องนี้ แต่จนถึงขณะนี้ศาลยังไม่รับเรื่องดังกล่าว ทำให้กระบวนการจัดตั้งทั้งหมดยังเดินหน้าตามปกติ
ปัจจุบันอัยการอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่างสัญญาโอนและรับสิทธิโอนใน รายได้ (RTA) โครงการทางพิเศษ ฉลองรัฐ (รามอินทรา-อาจณรงค์) และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) เพื่อโอน รายได้ในอนาคต 45% ให้กับกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์เป็นเวลา 30 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กทพ. เรียบร้อยแล้ว
นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้ มีนักลงทุนทั้งที่เป็นกองทุนในและต่างประเทศ อาทิ กองทุนประกันสังคม และบริษัทประกันต่างๆ แสดงความ สนใจซื้อหน่วยลงทุนค่อนข้างมาก แต่ตามหลักการแล้วจะมีการเปิดขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนรายย่อยก่อน ซึ่งเป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยจะมีการกำหนดสัดส่วนผู้ลงทุนที่ชัดเจน อีกครั้ง
ทั้งนี้ ระหว่างที่อัยการกำลังตรวจสอบร่างสัญญา RTA นั้น สคร.ก็จะประสานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเตรียมยื่นเอกสารขอเสนอขายหน่วยลงทุน (ไฟลิ่ง)
"ตอนนี้คงต้องรอดูว่าศาลปกครองจะรับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ดังนั้น ในกระบวนการก็ยังคงเดินหน้าต่อไป แต่ถ้าท้ายที่สุดศาลไม่รับเรื่องก็คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งให้ ก.ล.ต.ได้ภายในปีนี้ ส่วนการเสนอขายหน่วยลงทุนอาจจะเลื่อนไปเป็นต้นปีหน้าจากเดิมคือปลายปีนี้ ส่วนหนึ่งเพราะปลายปีมีวันหยุดเยอะ ดังนั้นจึงดูความเหมาะสมเป็นหลัก และเมื่อมาพิจารณาความต้องการใช้เงิน เพื่อลงทุนโครงการใหม่ของ กทพ.อยู่ในช่วงเดือน มี.ค. 2561 ดังนั้นก็ยังมีเวลาเพียงพอ" นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ... (ร่าง พ.ร.บ.พัฒนารัฐวิสาหกิจ) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระ 2 เพราะที่ผ่านมายังมีความไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับร่างกฎหมายดังกล่าวค่อนข้างมาก โดยเข้าใจไปว่ากฎหมายดังกล่าวจะเอื้อให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจแบบซ่อนเร้น จึงขอยืนยันว่าร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์ เพื่อแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่กฎหมายนี้มีหลักในการปฏิรูปและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจผ่านการ ส่งเสริมให้มีระบบธรรมาภิบาลที่ดี โปร่งใส มาใช้กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ
"จะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็น และชี้แจง เพื่อสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายพัฒนารัฐวิสาหกิจอีกมาก เพราะยังมีความเข้าใจผิดๆ ที่ว่ากฎหมายนี้จะเอื้อต่อการแปรรูปรัฐวิสาหกิจแบบซ่อนเร้นจะมีการเอาหุ้นที่รัฐถืออยู่ออกมาขายบ้าง ขณะที่การตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติก็ต้องชี้แจง เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นด้วย โดยขอยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่มีเจตนาเรื่องการแอบขายหุ้นแต่อย่างใด โดยในรายละเอียดของกฎหายจะมีกลไก สำหรับดำเนินการเรื่องนี้กำกับไว้อย่างชัดเจน" นายเอกนิติ กล่าว







