posttoday
จากอ้อยอินทรีย์ สู่น้ำตาลออร์แกนิก

จากอ้อยอินทรีย์ สู่น้ำตาลออร์แกนิก

01 ตุลาคม 2560

รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้วางยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ

โดย เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้วางยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560-2564 โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ในปี 2564 กว่า 1 ล้านไร่ โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่ปลูกอ้อยอินทรีย์ ซึ่งปัจจุบันยังมีอยู่น้อยในขณะที่โรงงานน้ำตาลมีความต้องการอ้อยอินทรีย์เป็นวัตถุดิบ เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำตาลออร์แกนิกป้อนตลาดต่างประเทศที่มีแนวโน้มความต้องการสูง

กรมวิชาการเกษตร จึงได้ร่วมกับกลุ่มวังขนาย เพื่อจัดทำโครงการความร่วมมือผลิตอ้อยอินทรีย์และอ้อยสะอาดปลอดภัย ซึ่งจากการทำงานร่วมกันกับกลุ่มวังขนายมาตั้งแต่ปี 2555 โดยการจัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตอ้อยอินทรีย์อย่างถูกต้อง การจัดทำแปลงเรียนรู้แปลงต้นแบบการผลิตอ้อยอินทรีย์ การตรวจรับรองแปลงอ้อยอินทรีย์ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์

สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรร่วมโครงการอ้อยอินทรีย์รวมทั้งหมด 1,223 ราย เป็นพื้นที่ประมาณ 27,427 ไร่ โดยเฉพาะใน จ.มหาสารคาม มีเกษตรกรที่ปลูกอ้อยอินทรีย์จำนวน 283 ราย เป็นพื้นที่ประมาณ 4,554 ไร่ และที่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน Organic Thailand ของกรมวิชาการเกษตรแล้วจำนวน 90 ราย รวมพื้นที่ 1,502 ไร่ ได้ผลผลิตอ้อยอินทรีย์ 15,086 ตัน ซึ่งนับเป็นโรงงานน้ำตาลแห่งแรกในประเทศไทยที่ผลิตอ้อยอินทรีย์และน้ำตาลออร์แกนิกมาตรฐาน Organic Thailand ของกรมวิชาการเกษตร

จากอ้อยอินทรีย์ สู่น้ำตาลออร์แกนิก

นอกจากนี้ ได้มีการลงนามความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตอ้อยอินทรีย์ สุขภาพดี มีรายได้เพิ่ม ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างกรมวิชาการเกษตรและกลุ่มวังขนาย ประกอบด้วย 3 เรื่องหลัก คือ 1.การขยายพื้นที่ปลูกอ้อยอินทรีย์ เพื่อขยายพื้นที่ปลูกอ้อยที่งดการใช้สารเคมีทุกชนิด โดยไม่ใช้พันธุ์อ้อยจากการตัดต่อพันธุกรรม และร่วมฟื้นฟู อนุรักษ์ สภาพแวดล้อมระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ จนทำให้เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ยั่งยืน 2.การผลิตอ้อยและน้ำตาลปลอดภัย โดยใช้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP เพื่อควบคุมการใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็นในการปลูกอ้อยโรงงาน เพื่อผลิตน้ำตาลที่ปลอดภัยให้กับผู้บริโภค ลดมลพิษจากการเผาอ้อย โดยรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรตัดอ้อยสด และ 3.การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยในแปลงอ้อย โดยให้เกษตรกรสามารถผสมปุ๋ยใส่แปลงปลูกอ้อยตามผลวิเคราะห์ตัวอย่างดิน เป็นการใช้ปุ๋ยอย่างประหยัด มีประสิทธิภาพ ป้องกันการเสื่อมสภาพของดิน และลดต้นทุนการผลิตอ้อยโรงงาน

บุญญฤทธิ์ ณ วังขนาย ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มวังขนาย กล่าวว่า ที่ ผ่านมาทางกลุ่มวังขนายได้จัดทำโครงการปลูกอ้อยอินทรีย์เป็นเวลานานกว่า 10 ปีแล้ว จนสามารถผลิตน้ำตาลออร์แกนิกจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ เริ่มจำหน่ายครั้งแรกในปี 2554 โดยผ่านการรับรองมาตรฐานของประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC 483/2007) มาตรฐานของประเทศสหรัฐ (USDA-NOP) มาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น (Japan Agriculture Standard; JAS) และมาตรฐานของประเทศเกาหลี (Korean Organic)

ทั้งนี้ สามารถผลิตน้ำตาล ออร์แกนิกได้จำนวน 1.5 หมื่นตัน จำหน่ายในประเทศประมาณ 75% และอีก 25% จำหน่ายในประเทศแถบเอเชียและยุโรป ได้แก่ เกาหลีใต้ ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี โอเชียเนีย และนิวซีแลนด์ โดยกลุ่มวังขนายตั้งเป้าภายใน 3-5 ปีนี้ จะเพิ่มปริมาณอ้อยอินทรีย์ให้ได้ถึงร้อยละ 30 ของปริมาณอ้อยทั้งหมดของกลุ่มวังขนาย เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำตาลออร์แกนิกส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศครับ

ปัจจุบันกลุ่มวังขนายมีความพร้อมในการพัฒนาผลิตอ้อยอินทรีย์และอ้อยสะอาดปลอดภัย เนื่องจากได้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลติดตามและตรวจประเมินแปลงเบื้องต้น โดยใช้ระบบควบคุมภายใน (CIS : Internal Control System) ก่อนที่จะตัดอ้อยอินทรีย์เข้าหีบเพื่อผลิตเป็นน้ำตาลออร์แกนิก

นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น ฟิลเตอร์เค้ก และสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ โดยในกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับรองมาตรฐานอ้อยอินทรีย์แล้วนั้น ทางกลุ่มวังขนายจะเพิ่มค่าอ้อยให้อีก 100 บาท/ตัน ส่วนกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในระยะปรับเปลี่ยนจะเพิ่มค่าอ้อยให้ 50 บาท/ตัน และปัจจุบันก็ยังมีการเก็บตัวอย่างดินจากแปลงปลูกอ้อยของเกษตรกรมากกว่า 2 หมื่นตัวอย่าง เพื่อส่งให้กรมวิชาการเกษตรได้แนะนำเรื่องการใช้ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ตัวอย่างดิน ซึ่งจะเป็นการใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่าย โดยทางกรมวิชาการเกษตรและกลุ่มวังขนายจะนำข้อมูลที่ได้รับเพื่อไปพัฒนาแอพพลิเคชั่นการใช้ปุ๋ยกับการผลิตอ้อยร่วมกันในอนาคต

ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในระยะยาวและยั่งยืน สอดรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล