posttoday

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (35)

01 ตุลาคม 2560

ส่วนการกลั่นแกล้งของกรมหลวงรักษ์รณเรศ ซึ่งต่อมาถูกถอดให้เป็นเพียงหม่อมไกรสร

โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

ราชสกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ (35)

ส่วนการกลั่นแกล้งของกรมหลวงรักษ์รณเรศ ซึ่งต่อมาถูกถอดให้เป็นเพียงหม่อมไกรสร ต่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จนเป็นที่มาของพระไพรีพินาศอันเลื่องชื่อนั้นมีว่า เมื่อครั้งที่เจ้าฟ้ามงกุฎฯ เสด็จมาประทับจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีกลุ่มผู้ที่มุ่งจะทำลายพระองค์ นำโดยกรมหลวงรักษ์รณเรศ (หม่อมไกรสร) ผู้ซึ่งหมายมั่นจะขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ต่อจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยเหตุนี้จึงมีความคิดกำจัดผู้ที่จะเป็นคู่แข่งสำคัญด้วยวิธีการกลั่นแกล้งต่างๆ นานา เป็นต้นว่า เอาข้าวต้มร้อนใส่บาตรที่พระองค์ทรงถืออยู่ในระหว่างทรงบิณฑบาต เพื่อให้ทรงเกิดทุกขเวทนา ซึ่งการกระทำของหม่อมไกรสรที่มีต่อพระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎฯ นั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ แต่พระองค์ก็หาได้ตอบโต้ไม่ กลับทรงวางพระองค์อยู่ในอุเบกขาธรรมเสมอมา

จนกระทั่งวันหนึ่ง มีผู้นำพระพุทธรูปมาถวาย พระองค์ได้นำพระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานไว้ในที่อันควร และทรงกระทำการสักการบูชาอยู่เสมอ ภายหลังจากนั้นไม่นาน หม่อมไกรสรก็มีอันต้องประสบเหตุเภทภัย เนื่องจากกระทำผิดกฎมณเฑียรบาลอย่างร้ายแรง จนถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์

พระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎฯ ทรงเห็นว่า เป็นนิมิตหมายอันดีที่ตั้งแต่พระองค์ทรงเสด็จเสวยราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงประกอบพระราชพิธีผ่องพ้นไพรี อันเป็นพระราชพิธีที่แสดงถึงพระบารมีและบุญญาธิการของพระองค์ที่สามารถผ่านพ้นการจ้องทำลายของเหล่าศัตรูมาด้วยดีโดยมิได้ทรงตอบโต้แต่ประการใด แต่เหล่าศัตรูกลับต้องพ่ายแพ้ภัยของตนเองไปในที่สุด

มีเรื่องเล่าสืบต่อมาว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสบริภาษ กรมหลวงรักษ์รณเรศเรื่องโปรดไปบรรทมคลุกอยู่ด้วยกับพวกโขนละครผู้ชายแต่นุ่งผ้าผ่อนท่อนสไบเป็นหญิง จนลืมบรรดาเจ้าจอมหม่อมห้ามของพระองค์เอง กรมหลวงรักษ์รณเรศ ทรงตอบอย่างมิได้เกรงขามว่า "การไม่อยู่กับลูกเมียนั้นไม่เกี่ยวกับการแผ่นดิน"

ส่วนเรื่องซ่องสุมผู้คนนั้น กรมหลวงรักษ์รณเรศกราบทูลว่า "พระองค์มิได้มีแผนที่จะก่อการกบฏ แต่เป็นการเตรียมไว้หากจะมีการผลัดแผ่นดิน ก็จะไม่ยอมเป็นข้าใคร" พูดง่ายๆ ว่า จะไม่ทรงยอมลงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 (ซึ่งทรงเดาว่าจะได้สืบราชสมบัติ) หลังประชุมกับเหล่าเสนาบดีแล้วพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงโปรดให้กรมหลวงรักษ์รณเรศเข้าเฝ้าเบื้องพระพักตร์เป็นครั้งสุดท้าย ทรงตรัสด้วยความขมขื่นว่า "ฉันได้คำนึงถึงความทะยานอันชั่วช้าของเธอที่อยากจะเป็นรัชทายาท และอยากจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินเสียเอง อย่าว่าแต่มนุษย์เลยที่จะให้เธอได้เป็น แม้แต่สัตว์เดรัจฉานที่ไม่มีปากมีเสียง มันก็ไม่ต้องการให้เธอเป็นกษัตริย์ของมัน"

จึงทรงโปรดให้ถอดกรมหลวงรักษ์รณเรศลงเป็นสามัญชนเรียกหม่อมไกรสรแล้วให้นำไปทุบด้วยท่อนจันทน์ที่วัดปทุมคงคา ตรงสำเพ็ง กรมหลวงรักษ์รณเรศจึงทรงเป็นพระราชวงศ์องค์สุดท้ายที่ถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ ซึ่งยังปรากฏแท่นประหารนั้นอยู่ในวัดปทุมคงคาจนทุกวันนี้

หม่อมไกรสรเป็นต้นราชสกุล พึ่งบุญ ได้รับพระราชทานเป็นลำดับที่ 3 ในสมัยรัชกาลที่ 6 แต่แปลกกว่าราชสกุลอื่นตรงที่จะนำพระนามของต้นสกุลมาตั้งออกพระนามเป็นราชสกุล ส่วนราชสกุล "พึ่งบุญ" กลับไม่ใช้พระนามของพระองค์เจ้าไกรสร หม่อมไกรสรมีหม่อมหลายท่านแต่ไม่ปรากฏนาม มีพระบุตรทั้งหมด 11 องค์ เดิมมียศเป็น หม่อมเจ้า ที่ต่อมาถูกลดเป็น หม่อม ทั้งหมด ธิดาคนหนึ่งของหม่อมไกรสรได้เป็นเจ้าจอมมารดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คือ เจ้าจอมมารดาหม่อมราชวงศ์แข ประสูติพระราชธิดาพระองค์หนึ่งคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าผ่องประไพ ส่วนบุตรชายคนหนึ่งคือ หม่อมราชวงศ์ละม้าย พึ่งบุญ ซึ่งได้รับราชการมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาประสิทธิ์ศุภการ มีบุตรและธิดาที่สำคัญคือ ท้าวอินทรสุริยา (หม่อมหลวงเชื้อ พึ่งบุญ) พลเอก พลเรือเอก เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) และพลตรี พระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ)

หลังจากสำเร็จโทษหม่อมไกรสร แล้วเพียง 2 ปีเศษ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จสวรรคตในปี 2394 ทรงมีพระราชโอรสพระราชธิดาทั้งสิ้น 51 พระองค์ ทรงเป็นต้นราชสกุล ศิริวงศ์ ณ อยุธยา โกเมน ณ อยุธยา คเนจร ณ อยุธยา งอนรถ ณ อยุธยา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา ชุมสาย ณ อยุธยา ปิยากร ณ อยุธยา อุไรพงศ์ ณ อยุธยา อรรณพ ณ อยุธยา สุบรรณ ณ อยุธยา สิงหรา ณ อยุธยา และ ชมพูนุท ณ อยุธยา

พระราชโอรสและพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าต่างกรม มีพระนามกรมดังต่อไปนี้

1.อัปสรสุดาเทพ - พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิลาส กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ (5 ธ.ค. 2354-21 ส.ค. 2388)

กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น พระองค์เจ้าต่างกรมฝ่ายใน ที่ กรมหมื่น โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2381

2.มาตยาพิทักษ์ - สมเด็จพระบรมราชมาตามหัยกาเธอ พระองค์เจ้าศิริวงศ์ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ (10 พ.ย. 2355-29 เม.ย. 2382)

กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น พระองค์เจ้าต่างกรม ที่ กรมหมื่น โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2381

3.อมเรนทรบดินทร์ - พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคเนจร กรมหมื่นอมเรนทรบดินทร์ (9 พ.ค. 2358-4 ก.ย. 2421)

กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น พระองค์เจ้าต่างกรม ที่ กรมหมื่น โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2388

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?