
เตรียมเกษียณไทยสูงวัย
สิ้นเดือน ก.ย.ของทุกปี บรรดาข้าราชการที่อายุครบ 60 ปี
สิ้นเดือน ก.ย.ของทุกปี บรรดาข้าราชการที่อายุครบ 60 ปี จะตื่นขึ้นมาพบชีวิตที่เปลี่ยนไปฉับพลัน หลังจากที่ต้องตื่นแต่เช้าลุกขึ้นมาแต่งตัวไปทำงาน ใช้อำนาจตามหัวโขนที่แต่ละคนสวมไว้มาเกือบ 40 ปี แต่พอข้ามวันใหม่ชีวิตเกษียณอายุราชการที่ไม่ต้องทำงาน อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงกับคนอื่นบ้าง เช่นที่เคยสั่งลูกน้องอาจสั่งคนที่บ้านไม่ได้ดั่งใจ ใครปรับตัวไม่ทันก็อาจสร้างปัญหาขึ้นมา
นอกจากนั้นอาจมีเรื่องที่ใหญ่กว่าหากข้าราชการที่เกษียณอายุเตรียมตัวด้านเศรษฐกิจการเงินไว้ไม่ดี บางคนที่ขาดวินัยการเงินเมื่อถึงวัยเกษียณที่รับแค่บำเหน็จ บำนาญ ซึ่งส่วนมากรายได้ลดลง ถ้าบางคนยังมีภาระค่าใช้จ่าย ภาระหนี้มากเกินรายได้ โดยไม่มีสินทรัพย์หรือรายได้ทางอื่นเข้ามาเพิ่มเติม ก็จะมีปัญหาเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเข้าไปในปัญหาปรับการใช้ชีวิตซับซ้อนเข้าไปอีก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ว่ามากมายซับซ้อนของข้าราชการเกษียณยังนับว่าน้อยกว่าปัญหาของบรรดาลูกจ้างภาคเอกชนมนุษย์เงินเดือนที่จะมีอายุครบ 60 ปี ในสิ้นปีนี้ หรืออีก 3 เดือนที่เหลือ เพราะผู้เกษียณที่เป็นลูกจ้างภาคเอกชนส่วนใหญ่หลังเกษียณจะแทบไม่มีรายได้และสวัสดิการอื่นๆ มารองรับเหมือนข้าราชการ ที่จะมีบำเหน็จบำนาญ มีสวัสดิการรักษาฟรีช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายการเจ็บป่วยไปได้บางส่วน ซึ่งส่วนนี้หลายฝ่ายมองว่าเป็นการชดเชยการทำงานภาคราชการ ซึ่งส่วนใหญ่เงินเดือนจะน้อยกว่าภาคเอกชน เมื่อยามเกษียณจึงมีรายได้และสวัสดิการมาตอบแทนที่รับใช้แผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ส่วนผู้ที่ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงก็ต้องรับกรรมตามกระบวนการยุติธรรม เบาบ้าง หนักบ้าง ถึงขั้นติดคุกติดตะราง
จากปัญหาคนวัยเกษียณลูกจ้างภาคเอกชนที่ต้องเผชิญปัญหามากกว่า รวมทั้งประเทศไทยกำลังจะขยับจากสังคมผู้สูงอายุ เข้าไปสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์แบบ หรือจะมีประชากรอายุ 60 ปี เกินกว่า 20% ของประชากรประเทศ เพราะการเพิ่มจำนวนของเด็กเกิดใหม่ ลดเหลือปีละ 7 แสนคน จากปี 2506-2526 เกิดปีละกว่า 1 ล้านคน รวมทั้งประชากรมีอายุยืนขึ้น
ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ประเมินว่าปี 2561 จะเป็นปีแรกที่ผู้สูงอายุจะมากกว่าวัยเด็กหลายแสนคน และจะเพิ่มอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2564 ถึงตอนนั้นไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ มีผู้สูงอายุสัดส่วน 20% และปี 2579 ไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด มีผู้สูงอายุ 30% ของประชากร แต่รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประเทศยังไม่อยู่ระดับประเทศรายได้สูง
ท่ามกลางภาพรวมของปัญหาทั้งหมด ในส่วนของภาครัฐควรจะต้องเพิ่มมาตรการจูงใจให้เกิดการออมมากขึ้นจากการออมภาคบังคับ ขณะที่ประชาชนทั่วไปก็ควรต้องช่วยเหลือตนเองสร้างวินัยการเงิน จัดทำบัญชีหาทางอุดรูรั่วการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินจำเป็นต่างๆ พร้อมทั้งหาความรู้ในการสร้างรายได้จากเงินออมด้วยเครื่องมือทางการเงินต่างๆ ให้มี รายได้มากกว่าฝากกับธนาคารบนความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคล
หากทั้งภาครัฐและประชาชนช่วยกันรับมือไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งในอีก 4 ปีจะเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ ก็เชื่อได้ว่าวันเกษียณอายุของข้าราชการหรือเอกชนที่จะมีขึ้นทุกปี จะเป็นการเกษียณอายุที่เป็นไปด้วยการเตรียมพร้อม มีคุณภาพ ทำให้ไม่เป็นปัญหาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ งานนี้ต้องรวมพลังจากทุกๆ ฝ่าย







