
เป้าหมายทางการเงิน สำเร็จได้ไม่ยาก
เมื่อเงินถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต มนุษย์เราจึงต่างมุ่งมั่นทำงาน สร้างรายได้
โดย บลจ.กสิกรไทย
เมื่อเงินถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต มนุษย์เราจึงต่างมุ่งมั่นทำงาน สร้างรายได้ เพื่อหาเงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน บ้างวาดฝันถึงความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต อย่างการท่องเที่ยวรอบโลกหรือการมีบ้านหลังใหญ่
ในขณะที่บางคนให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพชีวิต จึงมุ่งเก็บ เงินสำหรับเป็นค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพในยามเกษียณ ดังนั้นทุกคนต่างมีเป้าหมายทางการเงินที่แตกต่างกัน
จะดีกว่าไหมหากเราเริ่มต้นวางแผนรับมือกับเป้าหมายทางการเงินตั้งแต่วันนี้ ใครจะรู้ เราอาจจะถึงเป้าหมายเร็วกว่าที่คาดไว้ก็ได้
เริ่มออกแบบเป้าหมายทางการเงิน
จริงๆ แล้ว เป้าหมายทางการเงินมีได้หลากหลาย ไม่มีรูปแบบตายตัว แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์อาจเริ่มจากการรวบรวมเป้าหมายแล้วแบ่งตามระยะเวลาที่อยากให้เป้าหมายสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายที่อยากให้สำเร็จในระยะสั้น ระยะกลางหรือระยะยาว แล้วจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมาย ซึ่งพอจะจัดกลุ่มได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
หนึ่ง เป้าหมายทางการเงินในระยะสั้น เพื่อให้มีเงินในฐานะสภาพคล่องสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและสำหรับยามฉุกเฉิน เพราะความไม่แน่นอนอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา คงไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะตกงานเมื่อไหร่ หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ภัยพิบัติที่ทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นกะทันหัน ดังนั้น เราควรจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งพร้อมรองรับความไม่แน่นอนเหล่านี้
สอง เป้าหมายทางการเงินในระยะกลาง อาจอยู่ในรูปแบบรายได้ประจำเพื่อการใช้จ่ายรายเดือน หรือสะสมเพื่อแผนในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า อย่างเงินเพื่อการท่องเที่ยว แผนในการซื้อรถซื้อบ้าน หรือค่า เล่าเรียนลูก ส่วนนี้จะเป็นเหมือนแหล่งรายได้เสริม โดยให้เงินหรือสินทรัพย์เป็นตัวทำงานเพิ่มมูลค่าความมั่งคั่งของเราอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเงินส่วนนี้อาจจะไม่จำเป็นต้องมีสภาพคล่องสูงเหมือนกลุ่มแรก แต่ตอบโจทย์ด้านผลตอบแทนให้ดีขึ้น ในขณะที่ไม่รับความเสี่ยงสูงเกินไป
สาม เป้าหมายทางการเงินระยะยาว มักจะอยู่ในลักษณะการสะสมความมั่งคั่ง เพื่อความฝันในอนาคตที่ใช้เงินสูง แต่ก็มีระยะเวลานานกว่ากลุ่มอื่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เช่น อยากมีเงินเก็บเป็นมรดกให้ลูกหลานในอีก 30 ปีข้างหน้า หรือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเมื่อถึงวัยเกษียณที่ไม่มีรายได้ประจำ ซึ่งหากมีเวลาให้เงินเติบโตได้นานขึ้น บางคน อาจเสี่ยงได้มากขึ้นเพื่อให้คุ้มค่ากับผลตอบแทนที่คาด
ทั้งนี้ นอกจากรู้เป้าหมายทางการเงินของตัวเองและระยะเวลาที่ต้องการบรรลุเป้าหมายแล้ว การทำความรู้จักตัวเองก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ
โดยแนะนำให้สำรวจก่อนว่าเรามีเงินก้อนสำหรับลงทุนเท่าไหร่และมีการลงทุนเพิ่มระหว่างทางหรือไม่ มีประสบการณ์การลงทุนหรือเวลาติดตามข่าวสารมากน้อยเพียงใด ต้องการผลตอบแทนรูปแบบไหน ประมาณเท่าไหร่ และยอมรับความผันผวนได้มากแค่ไหน ยอมรับผลขาดทุนได้หรือไม่ เช่น ยอมรับผลขาดทุนได้ไม่เกิน 10% เพื่อสร้างกำไร 10-20%
เงื่อนไขในการลงทุนข้างต้นจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน และเป้าหมายที่วาดฝันไว้เหมาะสมกับการลงทุนรูปแบบใด
มีเป้าหมายแล้ว ไปถึงเป้าหมายอย่างไรดี
การหารายได้เพิ่มมากขึ้นและการออมเงินเป็นวิธีการที่ทุกคนคุ้นเคย ซึ่งคนส่วนใหญ่ถูกสอนให้ออมเงินผ่านการฝากเงินธนาคารเพื่อสร้างวินัยให้ตัวเองตั้งแต่เด็ก
แต่ด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบันที่ต่ำมากเพียง 1.5% หากเราออมเงินหนึ่งแสนในวันนี้ อาจต้องใช้เวลากว่า 150 ปีในการเห็นเงินแสนเป็นเงินล้าน
การลงทุนโดยใช้เครื่องมือทางการเงินรูปแบบต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาทในการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันมีสินทรัพย์หลากหลายประเภทให้เราเลือกลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น พันธบัตรรัฐบาล ทองคำแท่ง อสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวม
ดังนั้น สำหรับผู้ลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุน ก็สามารถเลือกลงทุนได้ตามต้องการ แต่สำหรับผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนน้อย และไม่มีเวลาติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด การลงทุนผ่านกองทุนรวมน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะจะมี มืออาชีพทำหน้าที่ค่อยบริหารจัดการเงินลงทุนของเราให้







